“ตลอดระยะเวลากว่า 84 ปี ที่ เอไอเอ ประเทศไทย อยู่คู่กับสังคมไทยมา เราอยู่บนรากฐานที่ต้องการความยั่งยืนไปสู่อนาคต ดังนั้น ESG เป็นโจทย์สำคัญในการที่จะทำให้เราสามารถครองความเป็นอันดับหนึ่งไปได้อีก 84 ปีข้างหน้า”

คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ เอไอเอ ประเทศไทย ภายใต้กรอบความยั่งยืน ซึ่งเป็นประเด็นสนทนาหลักของวันนี้ ตามคอนเซ็ปต์ แบรนด์ดีประเทศไทย : พันธกิจเพื่อสร้างสังคมดีอย่างยั่งยืน ในวาระก้าวสู่ปีที่ 23 ของ Marketeer

เอไอเอ ประเทศไทย กับ โจทย์ ESG ใน 5 มิติ

จากการพูดคุยกับคุณกฤษณ์ ได้ทราบว่า เอไอเอ ประเทศไทย มองโจทย์ของ ESG เป็น 5 มิติ ได้แก่

มิติที่ 1 : Health and Wellness เป็นวิถีในการที่จะดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้น ซึ่งบนมิตินี้ เอไอเอ ประเทศไทย ได้มีกิจกรรมมากมายและทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนมุ่งเน้นที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือโครงการ เอไอเอ ไวทัลลิตี้” ที่ยิ่งคุณดูแลสุขภาพดีเท่าไร ก็สามารถได้รับสิทธิประโยชน์และส่วนลดเบี้ยประกันที่มากขึ้นตามไป เป็นต้น

มิติที่ 2 : Sustainable Investment เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน เอไอเอ ประเทศไทย ถือเป็นนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศ ได้มีการประกาศพันธกิจอย่างชัดเจนว่าจะไม่ลงทุนในองค์กรที่สร้างก๊าซเรือนกระจก และองค์กรที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะทำให้สำเร็จ ภายในปี ค.ศ. 2050

มิติที่ 3 : Green Operation การกำหนดเป้าหมายขององค์กรที่ตอบโจทย์เรื่องการสร้างองค์กรที่มีความยั่งยืนผ่านการดำเนินธุรกิจแบบรักษ์โลก ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนสร้างตึกต่าง ๆ ของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่จะเป็นอาคารสีเขียวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ ย่านสาทร หรือ เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ บนถนนรัชดาภิเษก และอาคารล่าสุดที่จะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ได้แก่ เอไอเอ อีสต์ เกตเวย์ บนถนนบางนาตราด

มิติที่ 4 : People and Culture การให้ความสำคัญเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร ที่ไม่มีการแบ่งแยก เปิดโอกาสให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในศาสนาหรือเพศสภาพใดก็ตาม

มิติที่ 5 : Effective Governance เรื่องธรรมาภิบาล เป็นอีกหนึ่งมิติที่สำคัญมาก ๆ ซึ่ง เอไอเอ ประเทศไทย มุ่งเน้นในการสนับสนุนในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็น No Gift Policy เรื่องการทำงานอย่างโปร่งใส การทำงานที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็น และสามารถแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงานขององค์กรได้เมื่อพบสิ่งไม่ถูกต้องหรือสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข

กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย

คุณกฤษณ์กล่าวเสริมว่า เอไอเอ ประเทศไทย เรามุ่งเน้นและพัฒนาในทุกมิติมาตลอด โดยเฉพาะในช่วง COVID-19 เรายิ่งชัดเจนในพันธกิจที่จะมุ่งดูแลสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย ซึ่งเป็นพันธกิจที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนในระยะยาวให้กับคนไทยกว่า 70 ล้านคนนั่นเอง

ปัจจุบัน ESG เป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญและตื่นตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนรุ่นหลังที่มักมองว่าผู้ใหญ่รุ่นก่อนอาจจะไม่ได้รักษ์โลกมากเท่าที่ควร และอาจจะทำสิ่งใดที่กระทบต่อโลกใบนี้ ซึ่งเป็นโลกที่คนรุ่นหลังต้องใช้ชีวิตอยู่ไปอีกนาน ดังนั้น หากองค์กรใดที่ต้องการจะนำเอาคนรุ่นใหม่มาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรจะต้องปักหมุดตอบโจทย์ ESG เพื่อทำให้องค์กรนั้นชี้จุดยืนที่ชัดเจนว่า จะอยู่เพื่อสร้างองค์กรที่เติบโตแบบยั่งยืนไปพร้อม ๆ กับรักษาโลกใบนี้ด้วยในเวลาเดียวกัน นี่เป็นปัจจัยที่สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้สนใจที่จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแรงขับเคลื่อนและทำให้องค์กรสามารถเติบโตไปสู่อนาคตได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป

นี่เองที่ทำให้ เอไอเอ ประเทศไทย ต้องปักหมุดการปฏิบัติเรื่องของ ESG ให้ชัดเจน เพราะเราต้องการที่จะยืนหยัดอยู่คู่คนไทยไปอีกเป็นร้อย ๆ ปีข้างหน้าต่อไป”

ตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน

นอกจากปรัชญาการดำเนินธุรกิจ การทำสิ่งที่ ถูกต้อง ด้วยวิธีการที่ ถูกต้อง ด้วยคนที่ เหมาะสม…จะนำมาซึ่ง ผลลัพธ์ ที่ถูกต้อง” เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้ตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืนไว้อย่างชัดเจน

“จากโอกาสที่เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและตัวแทนในการที่จะดูแลสุขภาพเพื่อชีวิตที่ดีของเขา เราจึงมุ่งมั่นในพันธกิจการดูแลสุขภาพและชีวิตของทุกคนอย่างจริงจัง

แผนงานของเราที่เตรียมไว้มีหลายส่วน โดยอิงกับ 5 มิติดังที่กล่าวไปในข้างต้น โดยจะมีเป้าหมายหลัก ๆ ได้แก่

AIA One Billion เป็นโครงการโดยกลุ่มบริษัทเอไอเอ ซึ่งเอไอเอ ประเทศไทย มีความภูมิใจในการมีส่วนร่วมสร้างพันธสัญญาที่จะดูแลและสนับสนุนให้คนทั่วภูมิภาคเอเชียกว่า 1 พันล้านคนได้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ภายในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งถ้าเราทำสำเร็จโจทย์นี้จะไปตอบในเรื่อง ESG อย่างแน่นอน

AIA’s Net-Zero เรามีการวางแผนชัดเจนว่าจะไม่ลงทุนในธุรกิจที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการสร้างก๊าซเรือนกระจกหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพนัน อบายมุข รวมถึงในด้านอื่น ๆ ที่ส่งผลเสียต่อสังคมและทุกชีวิตบนโลก ซึ่งเราจะไม่ลงทุนในบริษัทเหล่านี้เลย ซึ่งถือเป็นพันธสัญญาที่กลุ่มบริษัทเอไอเอได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับนักลงทุนทั่วโลก โดยจะทำให้สำเร็จ ภายในปี ค.ศ. 2050”

คุณกฤษณ์ขยายความว่า แผนการในเรื่องของ ESG จะเป็นแผนงานในภาพรวมที่ เอไอเอ ประเทศไทย มุ่งเน้นและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ทั้งหมดในทุกมิติจะเน้นในการที่จะให้พนักงาน พันธมิตร คู่ค้า รวมถึงตัวแทนของ เอไอเอ ประเทศไทย ได้มีส่วนร่วมในธุรกิจและในทุก ๆ กิจกรรมที่องค์กรได้ดำเนินการ

“เราต้องการที่จะเปิดเวทีที่ให้ทุกคนสามารถร่วมกันส่งมอบความเข้มแข็งของการสร้างรากฐานด้าน ESG ให้ได้มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีโครงการต่าง ๆ ที่ทำมาตลอดเวลาหลายปีแล้ว

อาทิ การสานต่อโครงการ ‘AIA Sharing A Life’ หรือ วันทำดีร่วมกัน ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 แล้ว  ซึ่งโครงการนี้เราพยายามที่จะนำพลังคู่ค้า ลูกค้า ตัวแทน และพนักงานของเรา มาร่วมกันทำความดี อย่างในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา มีการบริจาคต่าง ๆ ให้กับโรงพยาบาลกว่า 20 โรงพยาบาล รวมถึงช่วยเหลือผู้ป่วยในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง”

“สิ่งที่ผมอยากจะฝากทุกคนคือ เรื่องของ ESG ไม่มีใครสามารถทำได้คนเดียว เอไอเอ ประเทศไทย รายเดียวก็ทำไม่ได้ ทุกคนต้องทำร่วมกัน ซึ่งเราเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถที่จะช่วยกันสร้างโลกและสังคมที่น่าอยู่ต่อไป” : กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย

“พลังตัวแทน” หัวใจของ เอไอเอ ประเทศไทย

เอไอเอ ประเทศไทย แม้จะเป็นองค์กรใหญ่ แต่มีการปรับตัวรวดเร็ว เพื่อให้ทันต่อความคาดหวังและความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผ่านการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

อีกหนึ่งในแกนหลักในการขับเคลื่อนคือ “พลังตัวแทน” ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในการประสานระหว่างองค์กรกับลูกค้า ซึ่งรวมไปถึงเรื่องของ ESG ด้วย

“พลังตัวแทน ถือเป็นหัวใจของ เอไอเอ ประเทศไทย หากไม่มีตัวแทนก็ไม่มีเรา เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ผมพูดเสมอว่า ตัวแทนเป็นเสมือนหนึ่งลูกค้า เพราะว่าลูกค้ากับตัวแทนมีความใกล้ชิดกัน แล้วลูกค้าก็มองตัวแทนเป็นมากกว่าตัวแทน เป็นเสมือนหนึ่งคนในครอบครัว

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เราต้องการจะขับเคลื่อนองค์กรไม่ว่าเรื่องใด รวมถึงการพยายามที่จะสร้างวัฒนธรรมเรื่องของ ESG ให้เกิดขึ้น ตัวแทนจะมีบทบาทสำคัญในการที่จะช่วยเราส่งต่อสื่อสารและทำให้ลูกค้าเข้าใจว่า เอไอเอ ประเทศไทย ให้ความจริงจังและจริงใจกับการที่จะพัฒนาในเรื่องของ ESG

โครงการหลายโครงการที่เราเชิญชวนพลังตัวแทนมาเป็นส่วนร่วมในการส่งมอบความดีให้กับสังคม หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลดการใช้กระดาษ (Paperless) ผ่านการพัฒนา Application รวมไปถึงบริการดิจิทัลต่าง ๆ มากกว่า 12 บริการ เพื่อช่วยในการลดการใช้กระดาษโดยไม่จำเป็น ซึ่งเราสามารถลดการใช้กระดาษไปได้กว่า 60 ล้านแผ่นในปีที่ผ่านมา คิดเป็นต้นไม้เกินกว่าพันต้น ซึ่งแน่นอนตัวแทนมีส่วนสำคัญมาก ๆ

เราก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลแล้ว เราเชื่อว่าถ้าเราไปที่เป้าหมายได้เร็วแค่ไหน เอไอเอเราก็จะสามารถ Go-Green ได้สำเร็จเร็วเท่านั้น พลังตัวแทนเองมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับเราตลอด เราพยายามที่จะดึงตัวแทนเข้ามามีส่วนร่วมในทุก ๆ การดำเนินการ เพราะเราเชื่อว่าตัวแทนเป็นครอบครัวของ เอไอเอ ประเทศไทย และตัวแทนกับลูกค้าก็เท่ากับอนาคตของเอไอเอเสมอครับ”

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน