การเปิดตัว NEW MG HS PHEV” รุ่นปรับโฉมใหม่ ของค่าย MG สามารถปลุกกระแสรถยนต์พลังงานทางเลือกได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกเหนือจากจุดขายในเรื่องความประหยัดน้ำมันด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดแล้ว ยังมีอีกหลายเทคโนโลยีใหม่ ที่ทำให้รถรุ่นนี้เป็นมากกว่ารถเอสยูวี โดยยังคงผสมผสานความหรูหรา และความสปอร์ตของดีไซน์ใหม่ได้อย่างลงตัวเช่นเคย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวนได้เป็นอย่างดี ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า ขับขี่ในโหมดไฟฟ้าได้ไกลสูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ติดตั้งเทคโนโลยีที่ทั้งเพิ่มความปลอดภัยและฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายครบครัน เพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

รถที่เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

ทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เช่นเดียวกับความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นของผู้บริโภค เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นตัวสร้างความแตกต่าง และเหนือระดับให้กับรถยนต์ ทำให้เทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคไม่ได้มองหารถยนต์เพื่อเป็นเพียงแค่ยานพาหนะอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานได้มากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้นทั้งตัวผู้ขับขี่ และผู้โดยสารที่อยู่ในรถ รวมถึงผู้ใช้ถนน ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เทคโนโลยีการเชื่อมต่อระหว่างคนกับรถที่เพิ่มความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น รวมถึงระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานที่หลากหลายมากขึ้น

เมื่อการพัฒนารถรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันถูกกำหนดโดยซอฟต์แวร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์ MG เราจึงได้เห็นความมุ่งมั่นของ MG ที่ไม่หยุดพัฒนาพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ  ซึ่งแน่นอนว่า “NEW MG HS PHEV” จัดเต็มมาเลย!

ส่องเทคโนโลยีใหม่ของ NEW MG HS PHEV

MG เป็นรายแรกที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งการฟังก์ชันในรถยนต์ได้ด้วยเสียงภาษาไทยภายใต้ชื่อ “ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART” ซึ่งปัจจุบันระบบนี้สามารถอัปเดตฟังก์ชันการทำงานใหม่ ๆ ผ่านทางออนไลน์หรือ FOTA (Firmware – Over – The – Air) ได้ จึงไม่ต้องเสียเวลานำรถเข้าไปที่ศูนย์บริการแล้ว ภายใต้ราคาเปิดตัวแค่ 1,299,000 บาท ในรุ่น PHEV D และ 1,379,000 บาท สำหรับ รุ่น PHEV X แต่อัดแน่นด้วยด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย ที่จัดมาให้แบบคุ้มค่าเกินราคากันเลยทีเดียว

ในรถยนต์รุ่นนี้ได้ใส่เทคโนโลยีใหม่แกะกล่องของ MG คือ ระบบนำทางอัจฉริยะหรือ AR NAVIGATION เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องหน้าที่ถ่ายทอดสภาวะแวดล้อมจริงในขณะเดินทางร่วมกับระบบนำทาง Navigation แบบ Real-time ที่จะช่วยให้การนำทางมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการหลงทาง หรือขับเลยซอยได้เป็นอย่างดี  อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ไม่พูดถึงไม่ได้กับฟังก์ชันใหม่ล่าสุด กุญแจดิจิทัล (Digital Key Technology) ที่เจ้าของรถสามารถสั่งงานผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ต้องใช้กุญแจรถ อีกทั้งยังสามารถส่งกุญแจดิจิทัลให้กับผู้อื่นเพื่อใช้งานรถยนต์ได้ด้วยการรับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอปพลิเคชัน i-SMART พร้อมติดตั้ง ระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลสูงสุดถึง 26 ระบบ และระบบช่วยผู้ขับขี่หรือ ระบบ ADAS ที่เทียบเท่ากับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้ถึงขีดสุด เช่น

  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Brake) ที่เพิ่มเติมเข้ามาในรุ่นปรับโฉมนี้ เป็นต้น

 

สมรรถนะการขับขี่ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

NEW MG HS PHEV มาพร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้กำลังสูงสุด 284 แรงม้า พร้อม แบตเตอรี่ Lithium-ion แบบโมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) สามารถ ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลสูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ในชีวิตประจำวันขับไปทำงานด้วยระยะทางสั้น ๆ กลางคืนขยันเสียบชาร์จรถซะหน่อย ก็อาจลืมการเติมน้ำมันไปเลยก็เป็นได้ นอกจากนี้ ยังมี NEW MG HS รุ่นเครื่องเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ยังคุ้นชินกับเครื่องยนต์สันดาป หรือตั้งงบซื้อรถเอสยูวีที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท รุ่นนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

ในเรื่องของดีไซน์ค่าย MG ไม่เคยน้อยหน้าใคร ความสปอร์ต หรูหราโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล ใส่ดีไซน์ใหม่มาให้แบบไม่กั๊กเลย ตั้งแต่กระจังหน้า Digital Burning Grille สีทูโทน ไฟฟ้าแบบ QUAD LED Projector ลงไปจนถึงกันชนหน้า กันชนท้าย และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยสี 2-TONE MONACO BLUE เก็บทุกรายละเอียดประณีต หรูหรา พรีเมียม ในทุกสัมผัสด้วยวัสดุ SOFT TOUCH เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า และเป็น Sport Bucket Seat ที่หุ้มด้วย Alcantara เรียกว่ารถหรูมีอะไร รถ MG ก็มีแบบนั้น ปรับอารมณ์ได้ตามใจสั่ง ทั้งแสง และเสียง กับ INTERACTIVE AMBIENT LIGHT และลำโพง BOSE 8.1 Sound System ให้ทุกการเดินทางเป็นส่วนตัวด้วย NVH LUXURY SILENCE SPACE ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนกายนอก ความกว้างขวางตามสไตล์รถเอสยูวี ตอบโจทย์ทุกรูปแบบของการใช้ชีวิตทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกที่นั่ง

สรุป

ที่ผ่านมา MG นำเสนอยานยนต์เพื่อให้ลูกค้าคนไทยได้มีประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวทันอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

การเปิดตัว “NEW MG HS PHEV” รุ่นปรับโฉมในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สัมผัสกับ NEW MG HS PHEV แบบ 360 องศาได้ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วที่ www.mgcars.com/th/mg-models/new-mg-hs-phev/overview



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน