การที่คนไทยเล่นกีฬา 16 ล้านคนได้ปลุกกระแสให้ ตลาดชุดกีฬา มูลค่า 12,000 ล้านบาทมีความเคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจ

2-3 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวกับกระแสรักสุขภาพ และหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมากขึ้น มาพร้อมกับความต้องการขจัดส่วนเกิน เพิ่มส่วนขาดให้มีรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม ตามดารานักแสดง เน็ตไอดอลทางการกีฬา ที่สอดรับกับการเติบโตของความนิยมการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ ที่นักกีฬาไทยสร้างชื่อเสียง และเทรนด์ออกกำลังกายใหม่ๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เช่น เล่นฟุตบอล วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก โยคะ เวทเทรนนิ่ง หรือแม้แต่ออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆ ในฟิตเนสและที่บ้าน

จนในปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬากว่า 16 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นตามลำดับ ได้กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่น่าสนใจและมีจำนวนไม่น้อย ซึ่งได้กลายเป็นแทรนด์ที่มาแรงจนฉุดไม่อยู่

และกระแสดังกล่าวได้ปลุกตลาดชุดกีฬาในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ยอดจำหน่ายชุดกีฬาในประเทศปี 2558 จะมีมูลค่า 12,000 ล้านบาท และมีโอกาสที่จะพุ่งไปอยู่ที่ 15,000 ล้านบาทได้ใน 5 ปีข้างหน้า

ชุดกีฬา โอกาสธุรกิจ

กลุ่มชุดกีฬา เป็นหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตาและมีแนวโน้มการเติบโตที่ค่อนข้างจะสดใส เนื่องจากผู้เล่นกีฬาต้องสวมใส่อยู่เป็นประจำ และเมื่อมีความถี่ในการออกกำลังกายมากขึ้น ความต้องการสินค้ากลุ่มนี้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตนั้นก็คือ ยอดการนำเข้าสินค้าในกลุ่มนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด จะเห็นได้ว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2558 ไทยมีการนำเข้าสินค้ากลุ่มชุดกีฬา ราว 14.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวถึง 31.2% จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

 

ชุดกีฬาไทยเกาะกระแสการเติบโต

หากมองในมุมของธุรกิจ นอกเหนือจากผู้ประกอบการชุดกีฬา Global Brand จะได้รับประโยชน์ในแง่ของยอดขาย ที่ได้มาจากความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อชื่อเสียงของแบรนด์มาการันตีถึงคุณภาพ ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการชุดกีฬาไทยที่จะสามารถเกาะกระแสที่เกิดขึ้นจากได้เปรียบด้านราคาที่ต่ำกว่า Global Brand 20%-40% เจาะกลุมเป้าหมายระดับกลาง

ชุดกีฬาไทยมีแบรนด์โตได้ด้วยกระแส Event

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะนำผู้ประกอบการชุดกีฬาไทยที่มีแบรนด์ (ทั้งที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หรือผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด) เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างได้ประโยชน์สูง โอกาสทางการตลาดของกลุ่มนี้ อยู่ภายใต้ความได้เปรียบจากช่องว่างของราคาที่เกิดขึ้น เพราะสามารถจูงใจผู้บริโภคได้จากราคาที่ถูกกว่า Global Brand (ประมาณ 20-40%) ผ่านแนว ทางการตลาด 3 ประการได้แก่

หนึ่ง-พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพเทียบเคียงกับสินค้า Global Brand ให้ได้มากที่สุด ทั้งในเรื่องคุณสมบัติ/ ประโยชน์ใช้สอยที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ ซึ่งอาจจะผสมผสานความเป็นแฟชั่นเข้ามาผนวกให้เกิดเป็นสินค้าไลน์ใหม่ๆ ซึ่งน่าจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นภายใต้ช่องว่างของราคา

สอง-สร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ ด้วยการหาโอกาสเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Sport Event ซึ่งในปัจจุบันมีความถี่ในการจัดมากขึ้น อาทิ การวิ่งมาราธอน/ การปั่นจักรยาน/ ไตรกีฬา เพื่อการแข่งขันหรือในวาระโอกาสต่างๆ

สาม- เข้าไปเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนให้กับกีฬาต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคหรือระดับประเทศ (ทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านที่ความนิยมกีฬากำลังเติบโต) ซึ่งนอกเหนือจากกลุ่มนักกีฬาแล้ว ยังมีกลุ่มกองเชียร์หรือผู้เข้าชม รวมถึงกลุ่มที่ต้องการแสดงตัวตนว่าชื่นชอบกีฬาประเภทนั้นๆ แต่อาจจะไม่ได้เล่นกีฬา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่คาดว่าจะช่วยผลักดันให้มูลค่าตลาดสินค้าในกลุ่มชุดกีฬาเพิ่มมากขึ้นในระยะข้างหน้า ซึ่งผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม

 

SMEs ไม่มีแบรนด์แต่แจ้งเกิดได้ด้วยความต่าง

ผู้ประกอบการ SMEs ถือเป็นผู้ประกอบการที่มีอยู่ไม่น้อยในตลาด แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องของกำลังการผลิตและความแข็งแกร่งของแบรนด์ อีกทั้งยังเผชิญกับคู่แข่งหลาย Segment ทั้งตลาดบนในกลุ่ม Global Brand และตลาดล่างจากสินค้านำเข้าราคาถูก

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดแข็งของผู้ประกอบการกลุ่มนี้คือ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ฉีกความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับสินค้าที่มีอยู่ในตลาด ด้วยการพัฒนาแฟชั่นและฟังก์ชันเพื่อการสวมใส่ บวกกับการเลือกเจาะลูกค้าเป้าหมายเฉพาะกลุ่มที่มีความชัดเจนมากขึ้น เช่น เจาะตลาด Niche Market ในกลุ่มสินค้ากีฬาเฉพาะด้านที่ต้องการชุดกีฬาที่มีรูปแบบเฉพาะอย่าง โยคะ ว่ายน้ำ เวทเทรนนิ่ง ฯลฯ หรือกลุ่มผู้เล่นกีฬาวัยรุ่น-วัยทำงานต้นๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเต็มใจจะจ่ายเพื่อสินค้าที่ตนพอใจค่อนข้างสูง

ดังนั้น สินค้าที่ตอบโจทย์ต้องมีความสวยงาม ทันสมัยดูเก๋และมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ภายใต้ราคาที่สมเหตุสมผลและยอมรับได้ สามารถสวมใส่ได้ทั้งเล่นกีฬาและในชีวิตประจำวัน เพราะกลุ่มนี้บางส่วนเป็นผู้เล่นกีฬาอย่างจริงจัง และอีกบางส่วนที่แค่ต้องการสวมใส่เสื้อผ้าแนว Sport เพื่อแสดงความชื่นชอบ หรือบ่งบอกถึงไลฟ์ไตล์/ ตัวตน/ หรือเพื่อความสวยงามในเชิงแฟชั่น

ในขณะเดียวกัน ด้วยความที่เงินทุนในการทำธุรกิจอาจจะยังไม่สูงมาก และน่าจะมีงบด้านโฆษณาที่ค่อนข้างจำกัด ดังนั้น การทำตลาดผ่านช่องทาง E-Commerce น่าจะเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีการลงทุนไม่สูงมากและสามารถเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้มากที่สุด ก่อนขยายระดับไปสู่การพัฒนาแบรนด์ และขยายไลน์การผลิตไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อาทิ กลุ่มเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งคาดว่าจะเข้ามามีบทบาทต่อทิศทางตลาดในระยะต่อไป

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน