เมื่อ 3 ปีที่แล้ว Taco Bell (ทาโก้ เบลล์) ได้เปิดสาขาแห่งแรกในประเทศไทย ในขณะที่ขนาดของตลาดอาหารฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 22% เป็น 138 พันล้านบาท (หรือประมาณ 4.3 พันล้านดอลลาร์) ภายในปี 2022 จาก 113 พันล้านบาทในปี 2018 ตามการประมาณการของ Euromonitor International

Liz Williams (ลิซ วิลเลียมส์) ประธานแผนกระหว่างประเทศของ Taco Bell คาดว่าจะเปิดร้านอาหารครบ 40 แห่งทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2023 โดยนำร่องที่แรกในกรุงเทพฯ จากนั้นจึงเริ่มสร้างโมเดลธุรกิจและค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

 

Liz Williams กล่าวว่าประชากรจำนวนมากในเอเชีย ศักยภาพในการเติบโต และการรับรู้ถึงแบรนด์กำลังผลักดันการขยายตัวของ Taco Bell ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน Taco Bell เป็นบริษัทในเครือของ Yum! Brands Inc. ที่มีร้านอาหารมากกว่า 400 แห่งนอกสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึงเกือบ 100 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และยังมีร้านอาหารมากกว่า 7,000 แห่งในสหรัฐอเมริกา

สำหรับรายได้โดยรวมประจำปีของ Taco Bell ในสหรัฐอเมริกานั้นเติบโตขึ้นในทุก ๆ ปี

จากปี 2017 Taco Bell มีรายได้รวม 10.15 พันล้านดอลลาร์

ปี 2018 Taco Bell มีรายได้รวม 10.79 พันล้านดอลลาร์

ปี 2019 Taco Bell มีรายได้รวม 11.78 พันล้านดอลลาร์

ปี 2020 Taco Bell มีรายได้รวม 11.75 พันล้านดอลลาร์

ปี 2021 Taco Bell มีรายได้โดยรวมถึง 13.28 พันล้านดอลลาร์

หลังจาก Taco Bell เปิดให้บริการในสาขาแรก ตั้งแต่นั้นมา Taco Bell ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เน้นวัฒนธรรมเป็นศูนย์กลาง ซึ่งนำเสนออาหารเม็กซิกันรสชาติเยี่ยมในราคาย่อมเยาพร้อมรสชาติที่เข้มข้น รวมทั้งยังเป็นร้านอาหาร QSR (The quick-service restaurant หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด) แห่งแรกที่นำเสนอรายการเมนูที่ได้รับการรับรองจากสมาคมมังสวิรัติแห่งอเมริกา (AVA) อีกด้วย

 

มารู้จักกับแบรนด์ Taco Bell กันดีกว่า

Taco Bell ก่อตั้งในปี 1962 โดย Glen Bell (เกล็น เบลล์) ผู้ประกอบการชาวอเมริกัน ซึ่ง Taco Bell ให้บริการอาหารเม็กซิกันแบบง่าย ๆ เป็นหลัก โดยเน้นไปที่แผ่นแป้งตอติญาห่อด้วยไก่หรือหมู ผัก ราดด้วยซอสแบบเม็กซิกัน ทำให้ Taco Bell เป็นที่นิยมอย่างมากในอเมริกา

โดย Glen Bell เกิดวันที่ 3 กันยายน 1923 ในลินวูด แคลิฟอร์เนีย หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมซานเบอร์นาดิโน เขาได้รับใช้ชาติในฐานะนาวิกโยธินสหรัฐฯ ตำแหน่งพ่อครัวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังจากสงครามสงบลง Glen Bell ก็ได้เริ่มเปิดร้านฮอทดอก ‘Bell’s Drive-In’ (เบลล์ไดรฟ์อิน) ในซานเบอร์นาดิโน แคลิฟอร์เนียในปี 1948 ต่อมาเขาได้เพิ่มเมนูแฮมเบอร์เกอร์เข้าไป ทำให้ร้านของเขาเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้น

ต่อมา Glen Bell สังเกตเห็นความนิยมที่เพิ่มขึ้นของร้านอาหารเม็กซิกันในแคลิฟอร์เนีย ทำให้เขาได้คิดที่จะเปิดร้านอาหารสไตล์เม็กซิกันที่เป็นที่นิยมในขณะนั้น Glen Bell จึงเรียนรู้วิธีการทำทาโก้จาก Mitla Café (มิตลาคาเฟ่) ในเมืองซานเบอร์นาดิโน

ในไม่ช้า Glen Bell ได้เริ่มขายทาโก้โดยใช้ชื่อว่า Taco-Tia (ทาโก้ เทีย) ในราคา 19 เซ็นต์ (หรือประมาณ 0.19 ดอลลาร์) ทาโก้ของเขาได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จนสามารถเปิดได้ 3 สาขาภายใน 3 ปีเท่านั้น

จากนั้นเขาก็ขายร้านอาหารเหล่านั้นมาเปิดร้าน El Tacos (เอล ทาโก้) 4 แห่งด้วยกันกับหุ้นส่วนของเขา หลังจากนั้นไม่นาน Glen Bell ตัดสินใจเปิดธุรกิจตัวเองแบบลุยเดี่ยวอีกครั้งในปี 1962 เขาจึงได้ขายหุ้นในร้าน El Tacos ทั้งหมดให้กับคู่หูของเขา และเปิดร้าน Taco Bell ร้านแรกในเมืองดาวนีย์ แคลิฟอร์เนีย

 

Taco Bell แบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดโดนใจคนอเมริกัน

หลังจากเปิดร้านอาหาร Taco Bell แห่งแรก Glen Bell ได้คิดค้น Crunchy Taco (ครั้นชี่ ทาโก้) เพื่อตอบสนองความต้องการของชาวแคลิฟอร์เนีย ซึ่ง Crunchy Taco นั้นได้รับความนิยมจนมาถึงในปัจจุบัน

ธุรกิจ Taco Bell ของเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปเพียงแค่ 2 ปี Glen Bell ก็ได้ขายสิทธิแฟรนไชส์ร้านแรกให้กับ Kermit Becky (เคอร์มิท เบคกี้) ตำรวจเกษียณอายุในแอลเอในปี 1964 โดยเปิดร้านอาหารแห่งนี้ในเมืองทอร์แรนซ์ แคลิฟอร์เนีย

ไม่นาน Taco Bell ก็สามารถขยายสาขาได้มากกว่า 300 แห่งภายใน 6 ปี และได้จดทะเบียนเข้าในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ ในปี 1978 Glen Bell ได้ขายร้านอาหาร Taco Bell 868 แห่งให้กับ PepsiCo Inc. แลกกับการกลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ PepsiCo

การขาย Taco Bell ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของร้านอาหาร Taco Bell จากความนิยมในระดับภูมิภาคไปสู่ระดับนานาชาติ

ในช่วงปี 1980 ถึง 1990 Taco Bell ได้เริ่มออกผลิตภัณฑ์ใหม่มากมายอย่าง Crunchwrap Supreme (ครั้นช์แรปซูพรีม) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แนะนำที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Taco Bell ในขณะเดียวกันบริษัทก็ขยายธุรกิจทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ให้เป็นรู้จักมากขึ้นไปพร้อมกัน เช่น การโปรโมตร่วมกับภาพยนตร์ Batman ในปี 1989 การเปิดตัว Taco Bell Express ซึ่งเป็นร้านขนาดเล็กกว่าร้านทั่วไป เป็นต้น

นอกจากนี้ในปี 1995 Taco Bell ได้เริ่มสร้างแบรนด์ร่วมกับ KFC และต่อมาทั้งคู่กลายเป็นบริษัทในเครือของ Tricon Global Restaurants หรือปัจจุบันรู้จักกันในชื่อของ Yum! Brands

Taco Bell เป็นแบรนด์ที่มักใช้วิธีที่โดดเด่นในการสร้างแบรนด์และพันธมิตรเพื่อดึงดูดลูกค้าอย่างเช่น ในปี 2001 บริษัทได้สัญญาจะแจกทาโก้ฟรีแก่ทุกคนในสหรัฐอเมริกาหาก Mir ซึ่งเป็นสถานีอวกาศของสหภาพโซเวียตบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

หรือในปี 2009 Taco Bell ได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนฟาสต์ฟู้ดอย่างเป็นทางการของ NBA แทนที่ McDonald’s (แมคโดนัลด์)

รวมทั้งยังร่วมมือกับแบรนด์อื่น เช่น Lay’s ในการออกรสชาติใหม่ ๆ นั่นก็คือ Doritos Locos Tacos ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยนับตั้งแต่เปิดตัว Doritos Locos Tacos มียอดขายมากกว่าหนึ่งพันล้านชิ้น

Taco Bell ยังคิดกลยุทธ์อื่นๆ เพื่อเอาชนะคู่แข่งด้วยเช่นกัน โดยเริ่มให้บริการอาหารเช้าทั่วประเทศในปี 2014 ด้วยอาหารที่แปลกใหม่ ได้แก่ ทาโก้วาฟเฟิล เบอร์ริโต พร้อมด้วยขนมอบแบบดั้งเดิม และได้เปิดตัวแอปพลิเคชันสั่งซื้อและชำระเงินผ่านมือถือ ซึ่งเป็นแอปแรกในอุตสาหกรรมอาหารฟาสต์ฟู้ด

ความพยายามในการส่งเสริมการขายเชิงรุกเหล่านี้ แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในการได้ส่วนแบ่งส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและตลาดอาหารจานด่วนทั่วโลกก็ตาม แต่ก็ทำให้ Taco Bell เป็นบริษัทที่เข้าถึงได้ง่ายและได้รับความนิยมจากสาธารณชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีลูกค้ามากกว่า 40 ล้านคนในทุก ๆ สัปดาห์ และด้วยสาขามากกว่า 7,300 แห่งทั่วโลก Taco Bell จึงกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จ โดยรวมแล้วยอดขายของบริษัทต่อปีอยู่ที่ประมาณ 10 พันล้านดอลลาร์

 

Taco Bell ในปัจจุบันได้รับการยกย่องว่าเป็นแฟรนไชส์ที่มีนวัตกรรมสูงสุดในปี 2021

 Taco Bell เป็นเครือร้านฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเม็กซิโก ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ โดย Taco Bell กล้าที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และลองทำสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Taco Bell ได้เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากครอบครัวและเด็กไปเป็นกลุ่มมิลเลนเนียล (Millennials) หรือ Gen Y ซึ่งเป็นผู้ที่เกิดช่วงปี 1984 – 1996 เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีความภักดีต่อแบรนด์ที่พวกเขาไว้วางใจ และเป็นกลุ่มประชากรที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประมาณ 80 ล้านคน

ในความพยายามที่จะเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย Taco Bell จึงได้คิดค้นกลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่คลั่งไคล้เทคโนโลยี Taco Bell ได้เพิ่มกิจกรรมและดำเนินการแคมเปญผ่านโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter (ทวิตเตอร์) หรือ Snapchat (สแนปแชต) เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลมากขึ้น ทำให้ Taco Bell ได้เพิ่มโอกาสในการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายและขยายการรับรู้ถึงแบรนด์ผ่านผู้ใช้โซเชียลมีเดียเหล่านี้ด้วยในขณะเดียวกัน

นอกจากนี้ Taco Bell ยังใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงการสั่งซื้อและรับบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า และยังได้เปิดตัวเมนูที่มีส่วนผสมคุณภาพสูงขึ้นและตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพตามแนวโน้มการบริโภคที่เปลี่ยนไป

ด้วยการติดตามเทรนด์และสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ Taco Bell จึงได้รับการพิจารณาให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีนวัตกรรมมากที่สุดในอุตสาหกรรมร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด (QSR)


ที่มา:

wikipedia.org

workstream.us

Taco Bell: Marketing Genius and Taco Extraordinaire

qsrmagazine.com

THE TACO BELL JOURNEY

thedailymeal.com

expandedramblings.com/

Taco Bell Is Making Its Food Spicy in Thailand to Suit Local Tastes

yum.com



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน