IMF ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกลงอีกครั้ง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกลงเหลือ 3.1% จากการประมาณการเมื่อเดือนกรกฏาคมซึ่งอยู่ที่ 3.3% โดยมองว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอ่อนแรงลง และมีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ เห็นการขยายตัวดีที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ความไม่แน่นอนของกรอบระยะเวลาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดเงินโลกอาจผันผวนได้

เศรษฐกิจจีนชะลอลงอย่างต่อเนื่อง

การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนมีมากกว่าที่คาด ซึ่งอาจทำให้ความเปราะบางของประเทศตลาดเกิดใหม่มีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีความเชื่อมโยงทางการค้ากับจีนสูง เอเชียถือเป็นภูมิภาคที่จะได้รับผลกระทบจากจีน ผ่านช่องทางการค้ามากที่สุด เนื่องจากการส่งออกไปจีนคิดเป็นถึง 12.6% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะที่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกทางอ้อม คือ แรงกดดันที่ทำให้ราคาสินค้าโภคภณฑ์ตกต่ำต่อไปมีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจีนเป็นผู้บริโภคสินค้าโภคภัณฑ์หลักของโลก ดังนั้น ผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ประกอบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ระดับต่ำ ทำให้การส่งออกของประเทศเอเซียได้รับผลกระทบตามไปด้วย

การส่งออกของไทยมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องเป็นปีทึ่ 3

การส่งออกของไทยมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องเป็นปีทึ่ 3 จากตัวเลขส่งออกซึ่งหดตัวเกือบ 5% สำหรับ 8 เดือนแรกของปี 2558 เนื่องจากได้รับผลกระทบทั้งด้านราคาน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ และความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่อ่อนแอ ด้านการบริโภคของครัวเรือนไทยยังขยายตัวช้า เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลดตัวลงและมีหนี้ครัวเรือนระดับสูง ทำให้ภาครัฐฯ ต้องมีมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกระตุ้นภาคธุรกิจในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยพยุ่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ไปพร้อมๆ กับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยว

เฟคยังคงไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากการประชุมในรอบที่ผ่านมา

เฟดสร้างความสับสนให้แก่ตลาดเพิ่มขึ้นมาก หลังจากไม่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน และหนึ่งในเหตุผลที่เฟดให้นั้น มาจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในประเทศเกิดใหม่ ซึ่งอันที่จริงแล้ว ควรเพิ่มความกังวลต่อตลาดเกิดใหม่ มากกว่าการเร่งเข้าไปซื้อสินทรัพย์ในประเทศนั้นๆ จนทำให้ค่าเงินแข็งค่า อันที่จริงเฟดเริ่มส่งสัญญาณการผรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2558 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2557 ดังนั้นหากเฟดไม่เริ่มปรับดอกเบี้ย ความน่าเชื่อถือของเฟดจะลดลงอย่างมาก และอาจมีนัยสำคัญต่อการทำนโยบายการเงินในอนาคต

จากพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐฯ เฟคควรเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้

หากประเมินจากภาพพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐฯแล้ว เฟดยังสามารถและควรเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำไปเทียบเศรษฐกิจญี่ปุ่นและยูโรโซน ซึ่งยังมีความเปราะบางมาก และยังต้องการการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมด้วยซ้ำ ขณะที่ทั้งเฟดและ IMF กล่าวถึงความน่ากังวลในประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะปัญหาหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี การเลื่อนเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปนั้น ยังไงก็ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาการพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศในระดับสูง ของประเทศตลาดเกิดใหม่ได้

ธนาคารกสิกรไทยยังคงประมาณเศรษฐกิจไทยไว้เท่าเดิม

แม้ว่าความเสี่ยงด้านต่ำต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมีเพิ่มมากขึ้น ธนาคารกสิกรไทยยังคงประมาณเศรษฐกิจไทยไว้ที่ 2.8% เท่าเดิม แต่มองว่ามีโอกาสขยายตัวใกล้เคียงกับกรอบล่างของการประมาณการที่ 2.3% ส่วนมุมมองของปี 2559 นั้น เศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 3.0% เนื่องจากยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยยังรอการแก้ไข

ปัจจัยด้านการเมืองยังคงเป็นความเสี่ยงของไทย

สำหรับความเสี่ยงในประเทศไทยนั้น ยังคงเป็นความเสี่ยงด้านการเมือง ซึ่งเมื่อไม่มีความชัดเจน ทำให้ไม่เกิดการตัดสินใจขึ้นและกิจกรรมยังดำเนินได้ไม่ปรกติ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการปฎิรูปของไทยจะเป็นเพียงแค่ความหวังหากไม่ลงมือทำจริงๆ ซึ่งจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นนั้น ไทยยังคงต้องอาศัยค่าเงินบาทที่สนับสนุนความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกและการท่องเที่ยวอยู่ ซึ่งการปรับแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้ เป็นการเปลี่ยนทิศทางจริงๆหรือไม่ ธนาคารกสิกรไทยไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ดังนั้น ธนาคารกสิกรไทยยังคงประมาณการ USD/THB ของไทยเอาไว้ที่ 36.75 สำหรับปลายปีนี้ และ 38.00 สำหรับปลายปี 2559

 

ที่มา ธนาคารกสิกรไทย ,ตุลาคม 2558



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer