เพราะกล้องสวยกลายเป็นฟีเจอร์ขั้นพื้นฐานที่แม้แต่มือถือราคาหมื่นต้น ๆ ก็สามารถทำได้ แต่ในเมื่อ Huawei คือแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ชูจุดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ความท้าทายจึงตกอยู่ที่ทีม Marketing ว่าจะสื่อสารยังไงให้ผู้บริโภคได้เข้าใจว่ากล้องของเขา ‘มันดีกว่าแบรนด์อื่น ๆ หรือแม้แต่ดีกว่าของตัวเอง’ อย่าง Huawei P9 ที่ก็มีจุดเด่นของการเป็นกล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica เหมือนกันได้ยังไง

และคำตอบของปัญหานี้ก็ถือว่าเป็นอะไรที่เคลียร์มาก ๆ เพราะแทนที่จะมานั่งบอกคุณสมบัติหรือโชว์ภาพถ่ายที่ได้จากกล้องมือถือเหมือนกับแบรนด์ทั่วไป แต่พวกเขากลับเลือกที่จะใช้สมาร์ทโฟนของตัวเองมาถ่ายทำ TVC ที่ออนแอร์ทั้งในสื่อออนไลน์และ TV

ซึ่งหลายคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าภาพที่ฉายบน TV นั้นต้องการ Quality ที่สูงขนาดไหน

พูดมาแบบนี้หลายคนก็คงอยากจะเห็นกันว่า TVC ตัวที่เราพูดถึงนั้นเป็นยังไง แต่เราเชื่อว่าพวกคุณน่าจะเคยเห็นมันผ่านตากันมาบ้างแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันใช้ Huawei P10 และ P10 Plus ในการถ่ายทำก็เท่านั้นเอง

เจ๋งไปเลยใช่ไหมละ !

ซึ่งกว่าจะกลายมาเป็นคำตอบที่ ‘คม และ เคลียร์’ แบบนี้ได้ ที่มาที่ไปของมันก็คงจะเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาแน่นอน และเพื่อคลายข้อสงสัยที่อยู่ในใจหลาย ๆ คนว่าทำไม Huawei ถึงกล้าเอาสมาร์ทโฟนของตัวเองมาทำเป็น TVC แบบนี้

Marketeer จึงได้ไปหาคำตอบผ่านการพูดคุยกับ ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ดูแลภาพรวมที่ทำให้โปรเจ็คนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างที่ทุกคนได้เห็นกัน

เพราะ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น

เมื่อจุดขายของสินค้าชัดเจน คือการเป็นมือถือที่มีความโดดเด่นในเรื่องของกล้อง ทั้งกล้องหลังเลนส์ Dual 2.0 หรือจะกล้องหน้าที่เป็น Leica Selfie ชาญวิทย์และทีมจึงคิดหาวิธีการทำโฆษณาที่จะทำให้คนได้เห็นภาพ ไม่ใช่แค่การบอกเล่าทั่วไป

จนกลายมาเป็น TVC ที่มี Huawei P10 Series เป็นส่วนหนึ่งและส่วนใหญ่ในงาน Production ซึ่งถ้าเป็น TVC ที่โชว์ให้เห็นแค่คุณภาพของกล้องจาก Huawei เพียงอย่างเดียวแล้วละก็ มันก็คงจะเป็นอะไรที่ดูแห้งและไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ของคนดูได้สักเท่าไหร่ ทางทีมครีเอทีฟจึงตัดสินใจใส่เรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมไทยลงไป โดยได้กรรณ สวัสดิวัฒน์มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวนี้

ทำไมต้องเป็นกรรณ และเรื่องราวในสังคมไทย ?

เพราะวัฒนธรรมการเชื่อมต่อของคนในสังคมไทยนั้นมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เอาอย่างง่าย ๆ ว่ามีคนในประเทศไหนบ้างจะเรียกคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนว่า พี่ ป้า น้า ลุง เหมือนกับคนในบ้านเรา

ซึ่งการเลือกกรรณ สวัสดิวัฒน์ มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเพราะเหตุผลตื้นเขินอย่างการเป็นดาราที่กำลังเป็นกระแส หรือมีฐานแฟนคลับอยู่หนาแน่นเท่านั้น

แต่เป็นเพราะกรรณ สวัสดิวัฒน์ มีกลิ่นอายของความเป็นศิลปินอยู่ในตัว มีคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างแต่กลับชัดเจน มีความเป็นคนรุ่นใหม่ที่มองหามุมมองใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ ตรงกับคาแร็กเตอร์ของ P10 Series ด้วยเช่นกัน

กลายเป็นว่าถ่ายทำง่ายกว่า Production ปกติทั่วไป

ด้วยฟังก์ชั่นที่เจ๋ง ขนาดที่สามารถเปลี่ยนให้คนถ่ายรูปไม่เป็นให้กลายเป็นคนถ่ายรูปสวยได้ การใช้ Huawei P10 Series ใน Production จึงเป็นอะไรที่ง่ายกว่าที่ทีมงานหลาย ๆ คนคิดไว้มาก

ไม่ว่าจะเป็นขณะ On Production เพียงแตะไปที่โหมดโปรก็สามารถเปลี่ยนกล้องมือถือให้คล้ายกับเป็นกล้อง DSLR ได้ในทันที ระบบที่รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4k หรือแม้แต่สามารถตั้งค่าเลือกเป็นไฟล์ Raw ที่ทำให้การทำงานในขั้น Post Production ทำได้ง่ายมากขึ้น แต่งภาพได้อิสระกว่าไฟล์ภาพจากมือถือรุ่นอื่นเป็นไหน ๆ

TVC ไม่ได้แค่บอกแค่ความเจ๋งของตัวกล้อง แต่ยังสะท้อน Perfomance ของตัวเครื่องอีกด้วย

ภาพ TVC ที่ออกมาคงจะเป็นอะไรที่สะท้อนคุณภาพของการเป็นกล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica ได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีอีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจว่า แล้วระหว่างการถ่ายทำล่ะ? Huawei P10 Series สามารถทำหน้าที่ได้ดีขนาดไหน

ชาญวิทย์จึงบอกกับเราว่า ไม่ใช่แค่เรื่องกล้อง แต่ในแง่ Performance ของเครื่องก็ยังถูกพัฒนามาให้รองรับการใช้งานที่ดีขึ้น อึดขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นตัว CPU หรือระบบ Machine Learning ที่ไม่ว่าจะใช้งานไปนานแค่ไหนก็จะไม่ทำให้ Huawei P10 Series เกิดอาการหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใด

หรือกับในด้านของดีไซน์ที่แม้จะไม่ใส่เคสโทรศัพท์ แต่ด้วยเทคโนโลยี Diamond Cut ที่ถูกเคลือบอยู่ด้านหลังของ Huawei P10 Series ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องเกิดรอยขีดข่วนได้อย่างง่าย ๆ

ที่สำคัญคือนอกจากจะมีสีมาตรฐานทั่วไปที่คนส่วนใหญ่ชอบแล้ว Huawei P10 Series ยังได้มีการ Collaboration กับ Pantone Color Institute ผลิตสี Greenery และ Dazzling Blue ออกมาอีกด้วย

เป็นความพิเศษที่ยังไม่เคยเห็นมือถือแบรนด์ไหนจับมือร่วมกับ Pantone เลย

ต่อยอดมาสู่แคมเปญ Thai Pic Story ที่หวังทำลาย Guinness World Record

จากไอเดียการใช้ Huawei P10 Series เป็นตัวบอกเรื่องราวในสังคมไทย ทางแบรนด์จึงได้ต่อยอดด้วยการทำเป็นแคมเปญ Thai-Pic-Story เพื่อหวังที่จะแสดงความเป็นไทยให้ชาวโลกได้รู้จักกับความเป็นไทยมากขึ้น โดยการเชิญชวนทุกคนมาถ่ายภาพที่เล่าเรื่องราวความเป็นไทย แล้วใส่แฮชแท็ก #Thaipicstory โดย Huawei ตั้งเป้าไว้ทั้งหมดที่ 1 แสนภาพ เพื่อหวังจะทำลาย Guinness World Record เดิมที่คนชาติอื่นเคยทำไว้

และที่พิเศษคือถึงแม้คุณจะไม่ได้ใช้ Huawei P10 Series แต่ทาง Huawei ก็ยังใจกว้าง เปิดโอกาสให้ทุก ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ได้เช่นกัน

เพราะจุดมุ่งหมายหลักของแคมเปญนี้ไม่ได้หวังสร้างยอดขาย

แต่คือการเผยแพร่ ‘เรื่องราวของความเป็นไทย’ ให้ชาวโลกได้เข้าใจกันมากขึ้นก็เท่านั้นเอง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer