อนาคตเฟซบุ๊ก ยังสดใสหรือไม่? กรณีชะลอการจ้างงาน (วิเคราะห์)

ภายหลังจากได้รับผลกระทบหนักจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Apple สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้ Facebook จำเป็นต้องหยุดการให้บริการกับประชาชนชาวรัสเซีย รวมถึงการลงทุนในโปรเจกต์ใหม่อย่าง Metaverse ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคืนทุนในเร็ววันนี้

ทำให้ Meta (เดิมคือ Facebook) จำเป็นที่จะต้องหยุดรับพนักงานเป็นการชั่วคราว และเริ่มแผนการค้นหาบุคคลที่มีความสามารถภายในบริษัทแทนที่การต้องจ่ายเงินแพง ๆ เพื่อจ้างคนนอกเข้ามาทำงาน

David Wehner ผู้อำนวยการสายการเงิน (CFO) ของ Meta บอกว่า ตอนนี้บริษัทกำลังซุ่มทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการ “ปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญของโปรเจกต์” เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น บวกกับสถานการณ์ที่รายได้ที่หดหายไปไม่เข้าเป้าตามที่คาดหวังไว้

ในรายงานระบุว่า Miranda Kalinowski หัวหน้าหน่วยงานสรรหากลางของ Facebook แถลงการณ์ในเมโม่ว่า แผนกวิศวกรรมของบริษัทจะเป็นหน่วยงานแรกที่ได้รับผลกระทบในเรื่องการตัดสินใจระงับการจ้างงานเพิ่มชั่วคราว ในขณะที่ฝ่ายบริหารของ Facebook ยังคงมีการปรับปรุงเรื่องแผนการจ้างงานใหม่อย่างต่อเนื่อง

รายได้ที่หดหายไป

Meta ทำรายได้ในไตรมาสแรกของปี 2022 ไป 7.47 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.72 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งลดลง 21% จากที่เคยทำได้ 9.5 พันล้านดอลลาร์ (3.30 ดอลลาร์ต่อหุ้น) ในช่วงเดียวกันของปี 2021

รายได้รวมที่โตขึ้น 7% จาก 26.17 พันล้านดอลลาร์สู่ 27.91 พันล้านดอลลาร์ ถือได้ว่าเป็นการเติบโตทางด้านรายได้ที่อยู่ในอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบทศวรรษ ในส่วนของการหน่วยงานที่ดูแลด้านแพลตฟอร์มโฆษณาที่เป็นรายได้หลักของบริษัท

ซึ่งโดยปกติแล้วตัวเลขการเติบโตในส่วนการโฆษณาของ Facebook จะอยู่ที่ตัวเลข 2 หลักมาตลอด นักวิเคราะห์มองว่า โดยเฉลี่ยแล้วนักลงทุนจะคาดหวัง EPS หรือกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.56 ดอลลาร์ต่อหุ้น บนพื้นฐานรายได้ที่ 28.28 พันล้านดอลลาร์

Mark Zuckerberg  CEO ของ Meta กล่าวในการประชุมร่วมกับนักวิเคราะห์ว่า การเร่งการเติบโตของรายได้ของ Meta ที่ทีมงานได้ทุ่มเทไปในช่วงการระบาดของโควิด-19 ตอนนี้บริษัทกำลังพิจารณาผ่อนคันเร่งแล้ว และตอนนี้บริษัทก็ตัดสินใจที่จะชะลอการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าจะยังสามารถทำรายได้ให้เติบโตต่อไปได้

ในพาร์ตที่ Zuckerberg กล่าวถึงว่าได้ทุ่มลงทุนโปรเจกต์ใหม่นั่นก็คือส่วนงาน Meta’s Reality Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยโปรเจกต์สำหรับโลกอนาคตทั้งหมด หนึ่งในนั้นก็คือโปรเจกต์ Metaverse ที่ Meta ได้ทุ่มทุน R&D ไปมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ โดย Reality Lab ในตอนนี้กำลังพัฒนา VR Headset และเทคโนโลยี AR เป็นหลัก

สงคราม เศรษฐกิจ และศัตรู

สถานการณ์ที่ Meta กำลังเผชิญเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับบริษัทมาก่อน การประกาศไม่รับพนักงานเพิ่มของ Meta มีขึ้นภายหลังจากที่ก่อนหน้านั้นมีการว่าจ้างพนักงานจำนวนมากเพื่อผลักดันให้โปรเจกต์ Metaverse ประสบความสำเร็จให้ได้ โดยถ้านับแค่ไตรมาสแรกของปี 2022 Meta มีการจ้างพนักงานมากกว่าปี 2021 ทั้งปี

จำนวนตำแหน่งงานที่ Meta ว่าจ้างเข้ามาในส่วนของไตรมาสแรกของปี 2022 อยู่ที่ 77,800 คน โตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปี 2021

Mark Zuckerberg CEO และ Dave Wehner CFO ของ Meta บอกกับสำนักข่าว NewYork Post ว่า การสูญเสียรายได้จากฝั่งการโฆษณาจากรัสเซียส่งผลกระทบค่อนข้างหนักกับรายได้รวมของบริษัท

“เราถูกจำกัดการทำธุรกิจในรัสเซีย และเราตัดสินใจว่าจะหยุดให้บริการโฆษณากับบริษัทสัญชาติรัสเซียไม่ว่าจะจากที่ใดในโลก”

ทางด้าน Mark Zuckerberg บอกว่า Meta ได้รับผลกระทบอันเกิดมาจากสงครามในครั้งนี้

นอกจากนี้ Meta ยังชี้ไปที่อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รายได้หดหายไปนั่นคือการที่ Apple เปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว ซึ่งจำกัดความสามารถในการทำการติดตามพฤติกรรมผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม จุดนี้ทำให้ในปีนี้ Facebook สูญเสียรายได้ไปกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ไม่นาน โฆษกของ Meta ได้บอกกับทีมข่าวของ Business Insider ว่า ทางบริษัทมีนโยบายการประเมินการจ้างงานอยู่เป็นประจำ เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของบริษัท และรวมไปถึงอัตรารายได้ของบริษัทด้วย แต่เนื่องจากในช่วงนี้อัตราการเติบโตของ Meta นั้นอยู่ในเรตที่ต่ำกว่าที่เคยเป็น

“พวกเรายังคงดำเนินการจ้างงานเพิ่มต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเราเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

Facebook ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta เพื่อให้สะท้อนกับเป้าหมายใหม่ที่บริษัทกำลังจะมุ่งไปทำธุรกิจ นั่นคือการสร้างโลกเสมือนที่มีชื่อว่า “Metaverse”

โปรเจกต์ Metaverse เป็นโปรเจกต์ที่ใช้ทุนและความพยายามในการสร้างสูงมาก โดยหน่วยงานที่ดูแลด้านการพัฒนา Metaverse ของ Facebook ใช้เงินในการวิจัยและพัฒนาไปแค่ไตรมาสแรกของปีแล้วกว่า 29,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งถือว่าสูงมาก และมีแนวโน้มไม่สอดคล้องกับรายได้ของบริษัทที่ล่าสุดทำได้เพียง 27,900 ล้านดอลลาร์ ที่เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วเพียง 7% เท่านั้น

ในบันทึกของ Wehner บอกว่า การทำให้ Metaverse ผสานเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง คือแนวทางสร้างรายได้และการเติบโตใหม่ของ Meta บวกกับโอกาสอื่น ๆ ที่จะเข้ามาไม่ว่าจะเป็นการทำเงินจากคอนเทนต์ผ่านฟีเจอร์ใหม่ของ Instgram อย่าง Reel รวมไปถึงการเติบโตของแพลตฟอร์มรับส่งข้อความอย่าง Meta Messenger

“แต่เราก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่ตามมาจากการบุกตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนด้วยเช่นกัน ซึ่งนี่เป็นการสร้างแรงกดดันทางธุรกิจให้กับเราเป็นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา”

ท่ามกลางปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสงคราม รัสเซีย-ยูเครน การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Apple เมื่อปีที่แล้ว ก็ส่งผลต่อรายได้ในด้านการโฆษณาของ Facebook เป็นอย่างมาก รวมไปถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่ถดถอยส่งผลให้บรรดาแบรนด์เจ้าประจำที่ลงโฆษณากับ Facebook มาโดยตลอด มีการปรับลดงบการโฆษณาลงไป ทั้งหมดทั้งมวลล้วนส่งผลอย่างร้ายแรงต่อรายได้ของ Facebook

พฤติกรรมคนเปลี่ยนรายได้เปลี่ยน

Wehner ยังระบุในบันทึกอีกว่า หลังจากที่มีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายหลังการระบาดของโควิด-19 “หลายคนใช้เวลาไปกับการละออกจากโลกออนไลน์มากขึ้น หลายคนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนตอนก่อนการระบาด (ใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีในภาพรวม”

Kalinowski และ Wehner บอกว่า ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ้างงาน ทีมวิศวกรจะเป็นแผนกแรกที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเฉพาะวิศวกรระดับ Manager และ Director โดยสถานการณ์ในตอนนี้ทีมเดียวที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะได้รับผลกระทบก็คือทีม Reality Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใช้เงินไปมากที่สุดอย่างที่ได้กล่าวไป โดยหน่วยงานนี้มีหน้าที่ในการสร้าง Metaverse

Kalinowski บอกว่า ลำดับความสำคัญในการสรรหาว่าจ้าง อาจจะขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานอย่าง Reality Labs, Infra และ Product XFN หน่วยงานไหนจะต้องการใช้คนมากกว่ากัน

“เรายังคงสรรหาว่าจ้างในส่วนของตำแหน่ง ML IC5+ และ IC7+ และจะยังคงไม่มีการว่าจ้างในส่วนของระดับผู้อำนวยการ (Director) ต่อไปเพื่อประเมินถึงความต้องการใช้อัตรากำลัง การระงับการจ้างงานในส่วนของทีมวิศวกรจะมีผลทันที”

และในส่วนของเคสอื่น ๆ  Meta จะตัดสินใจอย่างระมัดระวังในการจ้างงานตำแหน่งอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น บริษัทจะไม่มีการเพิ่มตำแหน่งวิศวกรระดับ IC6/M2 เข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ ซึ่งเธอมั่นใจว่าจะมีทรัพยากรบุคคลเพียงพอต่อเป้าหมายการจ้างงานในภาพรวม

ในขณะที่ในภาพรวมยังคงมองกระบวนการในการปรับเปลี่ยนแผนการจ้างงานของทีมอื่น ๆ Wehner บอกใบ้เป็นนัย ๆ ว่า รายละเอียดเพิ่มเติมจะได้รับการเปิดเผยเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากบริษัทได้ร่างแผนสำหรับครึ่งปีหลังเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

“พวกเรากำลังจะเข้าสู่ครึ่งปีหลัง และนี่คือโอกาสที่จะทบทวนลำดับความสำคัญในกระบวนการทำงานตรงนี้ใหม่ เพื่อที่จะแน่ใจได้ว่าพวกเราได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญที่สุด และสิ่งนี้คือสิ่งแรกที่ต้องมาก่อนอะไรทั้งหมด”

อนาคตเฟซบุ๊ก ไม่สู้ก็เท่ากับตาย

มีสัญญาณราง ๆ ออกมาจากฝั่ง Meta ในการต่อสู้แย่งชิงจำนวนผู้ใช้กับเจ้าแห่งแพลตฟอร์มคลิปสั้นอย่าง Tiktok ด้วยการส่ง Reel จากฟากฝั่ง Instagram ออกมาต่อกร

Mark Zuckerberg พูดถึงเรื่องนี้ว่า “เห็นได้ว่าผู้คนกำลังสนใจคอนเทนต์อื่น ๆ ที่ไม่ได้มาจากเพื่อน หรือครอบครัวของเขา แต่พวกเขากดติดตาม แอคเคานต์ของ Facebook และ Instagram ของใครบางคน ก็เพราะมี AI นำส่งคอนเทนต์ที่พวกเขามีแนวโน้มน่าจะสนใจ”

ในอดีตผู้ใช้หลายคนจะมองเห็นเฉพาะคอนเทนต์จากเพื่อนหรือเพจที่พวกเขาติดตามเท่านั้น แต่ Tiktok แสดงให้เห็นว่า AI นั้นก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญที่ทำให้ผู้คนใช้โซเชียลมีเดียอย่างติดงอมแงมได้

ค่าเฉลี่ยจำนวนผู้ใช้งาน Facebook ในเดือนมีนาคม 2022 ระบุว่า Facebook มีแอคทีฟยูสเซอร์กว่า 19,600 ล้านคนต่อวัน เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2021 สิ่งนี้เป็นสัญญาณบวกที่ทำให้ Facebook มีความหวังเรื่องรายได้กลับมาได้หลังจากที่ไตรมาสที่แล้วมียอดผู้ใช้งานแพลตฟอร์มตกลงไป

Evelyn Mitchell นักวิเคราะห์ ชี้ว่า การเติบโตในด้านผู้ใช้งานแพลตฟอร์มส่วนใหญ่มาจากประเทศนอกสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งกลุ่มผู้ใช้งานดังกล่าวเป็นกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่ค่อยทำเงินให้กับ Facebook เท่าไรนัก


อ้างอิง

businessinsider.com / nypost.com / nypost.com

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน