กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ ไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ดำเนินโครงการต้นแบบใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนสนับสนุนให้คนใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ให้สมดุลและร่วมกันดูแลรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ผ่านหลากหลายโครงการ โดยนำแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเข้ามาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยคำนึงถึงผลกระทบในทุก ๆ มิติ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งต่อยอดและบูรณาการร่วมกับพันธมิตรองค์กรภาคส่วนต่าง ๆ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน

นางสาวนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามพิวรรธน์ นำกลยุทธ์ “ร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) และการสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Values)” มาบรรจุเข้าไปในกระบวนการดำเนินธุรกิจทุกประเภท โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญใน 3 มิติ คือ ผู้คน ชุมชนสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้โอกาส ความเท่าเทียมกับคนทุกกลุ่ม สนับสนุนให้ประสบความสำเร็จ สร้างความเจริญและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนโดยรอบโครงการ นำความเจริญ และความสะดวกสบายเข้าไปช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีสร้างพื้นที่ด้วยแนวคิดอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ใช้พื้นที่ในทุกโครงการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อมของโลก พร้อมตั้งเป้าสู่การเป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกรายแรกผู้ส่งเสริมหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่ “องค์กรขยะเป็นศูนย์” กับการจัดการขยะได้แบบ 360 องศา อีกด้วย

สยามพิวรรธน์ ผลักดันโครงการภายในศูนย์การค้ากลุ่มวันสยาม-ไอคอนสยาม ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า 9 แสนต้น

สยามพิวรรธน์เล็งเห็นถึงความสำคัญของแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิ การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น ติดตั้งระบบประตูอัตโนมัติเพื่อลดภาระการทำงานของระบบทำความเย็น ปรับเปลี่ยนระบบปรับอากาศ (chiller) ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงขึ้น ปรับเปลี่ยนระบบแสงสว่างมาใช้หลอด LED ลดการส่งของเสียไปกำจัดโดยการฝังกลบเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ  ฯลฯ ทำให้ที่ผ่านมาสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งสิ้น 14,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 858,800 ต้น ยิ่งไปกว่านั้น ไอคอนสยาม ได้นำเอานวัตกรรมโซลาร์รูฟทอปมาติดตั้งไว้เพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดมาทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยจากปี 2562 เป็นต้นมา ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งสิ้น 996 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 57,921 ต้น เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบที่ดีและน่าสนใจให้แก่ธุรกิจแบบเดียวกัน รวมไปถึงแนวคิดด้านอาคารรักษ์โลกที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม

Siam Piwat 360° Waste Journey to Zero Waste” ระบบจัดการขยะทั้งห่วงโซ่

ในมิติของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สยามพิวรรธน์ได้ดำเนินโครงการ Siam Piwat 360° Waste Journey to Zero Waste” ที่ปลุกกระแสรักษ์โลกด้วยการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการใช้ซ้ำ (reuse) หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (recycle) จนนำไปสู่กระบวนการอัปไซคลิ่ง (Upcycling) นำขยะมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยร่วมกับพันธมิตรสร้างจุดรับวัสดุบรรจุภัณฑ์สะอาดที่ไม่ใช้แล้ว เปิดให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปนำขยะที่ทำความสะอาดและคัดแยกแล้วมาทิ้งที่จุดดรอปออฟ  Recycle Collection Center ในทุกวันเสาร์แรกของทุกเดือน ที่สยามพารากอน จำนวน 2 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 บริเวณจุดจอดรถทัวร์ ชั้น G ฝั่ง North และ จุดที่ 2 บริเวณทางออก 4 ชั้น G (ฝั่งธนาคารกรุงเทพ) ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีปริมาณขยะที่เข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการมากกว่า 4.7 ตัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง (ภาพ info) กระดาษ/นิตยสารใบปลิว 1,489 กก. ขวดพลาสติกใส 776 กก. พลาสติกแข็ง  233 กก. อะลูมิเนียม 121 กก. พลาสติกแบบยืด 209 กก. พลาสติกแบบซอง Multilayer 351 กก. กล่องนม/น้ำผลไม้/กะทิ 418 กก. และขวดแก้ว 1,193 กก.

โดยขยะทั้งหมดนี้ได้นำเข้าสู่กลไกการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ส่งต่อไปรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบ ซึ่งบางส่วนเข้าสู่กระบวนการอัปไซคลิ่ง และส่วนหนึ่งยังกลับมาวางจำหน่ายบนพื้นที่สำหรับสินค้ารักษ์โลก “อีโค่โทเปีย” ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ และยังเปิดพื้นที่ให้สามารถนำขยะกำพร้าหรือขยะพลาสติกไร้ค่าที่ไม่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบได้เพื่อส่งต่อให้กับวงษ์พาณิชย์สุวรรณภูมินำไปทำเป็นเชื้อเพลิงทดแทน (RDF) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะพลาสติกไร้ค่าแล้ว ยังเป็นการสร้างระบบจัดการขยะเป็นศูนย์ได้อย่างแท้จริง

DiversCity Building สนับสนุนและส่งเสริมด้านความเท่าเทียมทางสังคม

สยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางสังคม โดยสนับสนุนและให้โอกาสกับผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ เด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส ผ่านกิจกรรมมากมายอย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • Citizen of Love – Made by Beautiful People ใช้พื้นที่ในโครงการของสยามพิวรรธน์และบริษัทในเครือ เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มคนพิเศษวางจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในโซน “Made By Beautiful People” ซึ่งได้จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งของ ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) ชั้น 4 และ ชั้น 5 ไอคอนสยาม และ ร้าน ODS (Objects of Desire Store) ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่
  • Citizen of Love by Siam Piwat มอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์การศึกษา การกีฬา และของใช้จำเป็นต่าง ๆ ให้แก่เด็กนักเรียนที่ขาดโอกาส

  • Friendly Design ออกแบบโครงสร้างอาคารตามหลักอารยสถาปัตย์ในทุกมิติ ลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ ส่งเสริมทุกการเข้าถึง ให้ทุกคนสามารถใช้บริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย สะท้อนวิสัยทัศน์องค์กร ในฐานะผู้นำความคิดสร้างสรรค์ The Visionary Icon ภายใต้การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) รองรับการสัญจรและการใช้ชีวิตของคนทุกกลุ่มในสังคมได้อย่างเท่าเทียม ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ นับเป็นศูนย์การค้าแรกในประเทศไทยที่ประกาศตัวเป็น DiversCity Building สถานที่แห่งการส่งเสริมและสร้างคุณค่าทุกความต่าง ความหลากหลาย และการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

มอบโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกส่วนในระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า พันธมิตรตลอดจนพนักงาน

  • ONESIAM SuperApp สนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจของบรรดาร้านค้าใน 4 ศูนย์การค้ารวมถึงพันธมิตรกว่า 1,000 แบรนด์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มที่สร้างระบบนิเวศค้าปลีกรับโลกอนาคต ภายใต้ความร่วมมือของพันธมิตร 13 อุตสาหกรรมรวมกว่า 50 บริษัทกว่า 1,000 ร้านค้า เชื่อมคู่ค้าพันธมิตรจากทั่วโลก (Global Ecosystem) ให้เติบโตร่วมกันบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม
  • บริหารจัดการระบบนิเวศทางธุรกิจ จัดมาตรการให้ความช่วยเหลือหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง จากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านบริการ Call & Shop, Siam Paragon Luxury Chat & Shop, Click & Shop และ Ultimate Chat & Shop รวมถึงธุรกิจประเภทอาหารโดยร่วมมือกับแอปพลิเคชัน True Food เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายครบรูปแบบออมนิแชนแนล (Omni-Channel)
  • การพัฒนาพนักงานให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร โปรแกรมพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่องด้วยแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan – IDP) รองรับการเติบโตของธุรกิจทั้ง Core Business และ New Growth Engine

นางสาวนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สยามพิวรรธน์ เป็นองค์กรที่พร้อมเดินหน้าเปิดรับปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ มุ่งขับเคลื่อนบนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมอยู่ตลอดเวลา หากแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ เรายังคงยืนหยัดและยึดมั่นในวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับคนจำนวนมาก และได้ปลูกฝังเข้าไปอยู่ในโมเดลธุรกิจและการดำเนินการทุก ๆ วัน ด้วยความเชื่อว่าแนวคิดนี้จะเป็นรูปแบบธุรกิจแห่งอนาคตที่นำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

“โครงการที่สยามพิวรรธน์ริเริ่มปลูกฝังแนวคิดการส่งต่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ผู้คนเป็นวงกว้าง สร้างความยั่งยืนในทุกมิติ มีการพัฒนาและต่อยอดให้เกิดความสำเร็จร่วมกัน โดยเราทำงานอย่างบูรณาการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อที่จะสร้างรูปแบบกิจกรรมที่ล้วนแต่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกัน เป็นความร่วมมือแบบมหภาคที่มองเป้าหมายไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราเชื่อว่าหากทุกคน ทุกฝ่ายช่วยกัน ร่วมแรง ร่วมใจกัน พลังสำคัญนี้จะทำให้โลกของเราดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนแน่นอน”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน