เมื่อความต้องการของผู้บริโภคไม่มีวันหยุดนิ่ง อีกทั้งยังแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ดังนั้น“แบรนด์” ที่คิดจะอยู่รอดในยุคนี้จึงต้อง “ห้ามหยุดพัฒนา” ด้วยเช่นกัน ยิ่งเฉพาะในธุรกิจอาหารประเภท “สุกี้-ชาบู” ตลาดมูลค่าหลายหมื่นล้านอันร้อนระอุ ยังเต็มไปด้วยความท้าทายที่มาพร้อมความท้าทายรออยู่
โอกาสและความท้าทายที่ว่าส่งผลให้เกิดผู้เล่นหน้าใหม่มากมายในตลาด รวมถึงผู้เล่นหน้าเก่า ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์รองหหรือเจ้าตลาดเอง หากคิดจะลงเล่นในหม้อสุกี้หม้อใหญ่ใบนี้แล้วล่ะก็ จำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งในเรื่องของแบรนด์ ตัวสินค้า และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตตลอดเวลา
“นีโอ สุกี้ โฉมใหม่” บทพิสูจน์ครั้งสำคัญทายาทรุ่นที่ 2
เชื่อว่าหลายคนอาจรู้จัก “นีโอ สุกี้” ในมิติของ ร้านสุกี้สไตล์โฮมเมด ที่มาพร้อมกับวัตถุดิบชั้นดีหลากหลายชนิด แถมยังจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก ให้อารมณ์เหมือนเวลาที่ครอบครัวทำสุกี้ทานกันเองที่บ้าน
ความอบอุ่นผสานการปรุงด้วยความใสใจเหล่านี้คือ DNA ของแบรนด์ที่ถูกส่งตรงมาจากต้นกำเนิดที่เกิดขึ้นจาก “ความชอบทานสุกี้” ของครอบครัว“กัปปิยจรรยา” ซึ่งเดิมทีธุรกิจหลักของครอบครัวคือธุรกิจโลจิสติกส์ แต่ด้วยความชอบและมีความสุขในการสร้างแบรนด์ร้านสุกี้ สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ “นีโอ สุกี้” ไม่ใช่แค่ร้านขายสุกี้ธรรมดา แต่ยังถูกปรุงรสด้วยความรัก ความตั้งใจ บวกความชอบเอาไว้เต็มหม้อสุกี้ใบใหญ่ใบนี้
ปัจจุบัน “นีโอ สุกี้” เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 18 ปีก็ถึงเวลาปรับโฉมครั้งใหญ่เพื่อให้ก้าวทันความต้องการของผู้บริโภค และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับแบรนด์ไปอีกขั้น ด้วยฝีมือทายาทรุ่น 2อย่าง ณัฐพล กัปปิยจรรยา เอ็มดีหนุ่มไฟแรงวัย32 ปี แห่งอาณาจักร นีโอสุกี้ไทยเรสเทอรองส์ จำกัด รับไม้ต่อจากคุณพ่อซึ่งเป็นผู้บุกเบิกความสำเร็จรอไว้สำหรับให้กับ ณัฐพล เติมไฟจากความคิดของนักบริหารรุ่นใหม่ เสกให้หม้อสุกี้ใบนี้ ของนีโอ สุกี้ ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม
“เพราะแบรนด์จะหยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ อีกทั้งต้องทั้งพัฒนาทั้งตัวผลิตภัณฑ์ ควบคุณภาพ และพัฒนาการตลาด บวกกับการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กัน”
การปรับโฉมใหญ่ในครั้งนี้ของ แบรนด์ นีโอ สุกี้ เริ่มที่ “ตัวโลโก้” เป็นการเปลี่ยนธีมและออกแบบโลโก้ใหม่ เน้นเส้นสายที่ดูแสดงถึงความโฮมเมดแต่มีความสากลมากขึ้น คุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ลูกค้าจดจำให้ได้ดี นอกจากนั้นยังปรับลายเซ็นของแบรนด์ให้มีความชัดเจนมากขึ้นเพื่อให้เข้าถึงอินไซด์ของลูกค้าของแบรนด์ นีโอ สุกี้
“เรายังคงรักษาจุดแข็งของแบรนด์ไว้ นั่นก็คือความแตกต่าง ความหลากหลาย คุณภาพสินค้าและความเอาใจใส่ในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ ในขณะที่ราคาไม่สูงมาก รวมไปถึงการบริการที่ดี ซึ่งสามารถตอบสนองกับกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดีโดยกลุ่มเป้าหมายหลักของ นีโอ สุกี้ คือตลาดกลุ่มครอบครัว เพื่อนร่วมงาน รายได้ระดับ B ถึง A-“
ในปีนี้ นีโอ สุกี้ มีแผนขยายสาขาในส่วนของร้านสุกี้เพิ่ม 2 สาขา จากเดิม 19 สาขา และยังมีแฟรนไชส์ ในต่างประเทศ อย่าง อินโดนีเซีย เวียดนามอีกด้วย และ ไฮไลท์ของปีนี้อีกหนึ่งอย่าง คือการเสริมทัพแตกไลน์ธุรกิจ “ซุนวูบาร์บีคิว” ร้านบาร์บีคิวปิ้งย่างที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคไม่แพ้สุกี้ โดยจะมีแผนเปิดตัวในช่วงเดือนมิถุนายน2560 รวมถึงขยายเพิ่มอีก 3 สาขา
นีโอ สุกี้ ได้วางเป้ายอดขายปี 2560 ไว้ที่ 330 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนประมาณ 12% และหลังจากผ่านไตรมาสแรกของปี ผลประกอบการของบริษัทมีสัญญาณที่ดี เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 15 % และมีอัตรากำไรเพิ่มขึ้น 9% ซึ่งผลมาจากการปรับปรุงซัพพลายเชนที่ดีขึ้นเข้ามาควบคุมระบบการจัดการผักทุกสาขา ทำให้ต้นทุนลดลงเพราะไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง บวกกับโปรเจคของ “ซุนวูบาร์บีคิว” ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงปลายไตรมาส 2 จะช่วยขยายฐานลูกค้ารวมถึงรายได้รวมปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าที่กำหนดอีกด้วย
แข่งด้วยคุณภาพ ตื่นตากับเทศกาลอาหาร เสริมแกร่งด้วยโปรโมชั่นและออนไลน์
จากสภาพตลาด และราคาสินค้าในปัจจุบันที่ปรับสูงขึ้น ทำให้ ร้านสุกี้-ชาบูในรูปแบบบุฟเฟต์ที่แข่งขันด้วยราคาจะอยู่ในตลาดยากขึ้น ดังนั้น นีโอสุกี้ โฉมใหม่จึงจะเน้นแข่งขันด้วยคุณภาพ และเน้นการสร้างสรรค์พัฒนาเมนูใหม่ๆ ออกมากระตุ้นตลาด บวกกับเทศกาลอาหารใหม่ๆ ทุกไตรมาสเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกไม่จำเจ และกลับมาทานอาหารที่ร้านได้บ่อยขึ้น
“ที่ผ่านมาเทศกาลอาหารของเราได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลชาบู , เทศกาลหมักซอสไหหลำ หรือ เทศกาลซุปบักกุ๊ดเต๋ สูตรสิงคโปร์ ซึ่งในปัจจุบัน “ซุปบักกุ๊ดเต๋ สูตรสิงคโปร์”ได้ถูกบรรจุเป็นเมนูถาวรของทางร้านเป็นเรียบร้อย”
ณัฐพล มองว่าความพิเศษของเทศกาลอาหารคือความสนุกที่ผู้บริโภคจะได้รับเมื่อมาทานอาหารที่ร้าน ทีมงานเองก็มีความสุขที่ได้สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมา อย่างกรณีของ ซุปบักกุ๊ดเต๋ เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นสูตรสิงคโปร์จริงๆ ทางทีมงานต้องลงทุนบินไปสิงค์โปรเพื่อลองชิมซุปบักกุ๊ดเต๋แทบทั้งเกาะเพื่อแกะสูตร บวกกับสั่งเครื่องเทศบางชนิดนำเข้ามา และเคล็ดลับของซุปคือการใช้กระดูกหมูวันต่อวัน ไม่มีการใช้ผงซุปสำเร็จรูปหรือหัวน้ำซุปเข้มข้นมาเจือจาง
ด้านโปรโมชั่นและกลยุทธ์ส่งเสริมการขายในปีนี้จะมีการทำ Co-Promotion กับ ธนาคาร และเครือข่ายโทรศัพท์เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้า รวมถึงสื่อโฆษณาต่างๆ ที่เป็นทั้งออฟไลน์และออนไลน์มากขึ้น และในครึ่งปีหลังจะพร้อมเปิดให้บริการระบบสมาชิก (CRM) แบบลงทะเบียนออนไลน์เพื่อให้ง่ายและลดเวลากรอกข้อมูลที่สาขา

การปรับโฉม นีโอ สุกี้ และแตกไลน์ ซุนวูบาร์บีคิวครั้งใหญ่หนนี้ คือการสัญญาณว่าในระยะ 5 ปีนับจากนี้ กลุ่มบริษัท นีโอกรุ๊ป ทั้งหมด พร้อมเปิดเกมรุกมากขึ้น โดยวางเป้ารายได้ไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000ล้านบาท และผลักดันบริษัทให้เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2565 ตามที่ตั้งใจไว้
ธนธัช กัปปิยจรรยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอสยาม โลจิสติกส์ แอนด์ ทรานสปอร์ต จำกัด อีกหนึ่งทายาทรุ่นที่ 2 ของครอบครัวที่รับหน้าที่ดูแลในส่วนของโลจิสติกส์ เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท นีโอกรุ๊ป นั้นประกอบไปด้วย นีโอ สุกี้ไทย เรสเทอรองส์, กังฟู ฟู้ดแอนด์ เบเวอเรจ และ นีโอสยาม โลจิสติกส์ แอนด์ ทรานสปอร์ต มีสัดส่วนรายได้จาก 2ธุรกิจ คือ ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก 65 %ธุรกิจโลจิสติกส์ 35 %
สำหรับในกลุ่มของธุรกิจโลจิสติกส์นั้น รายได้ในปี2559 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 200 ล้านบาท Billing growth อยู่ที่15% โดยลูกค้าหลักจะอยู่ในส่วนของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง กลุ่มธุรกิจอุปโภคบริโภค กลุ่มธุรกิจการเกษตร กลุ่มธุรกิจเวชภัณฑ์ และธุรกิจต่างๆ
“ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือจำนวนมาก และเชื่อว่าจะเข้ามาอีกมาก ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการกลับมาลงทุนมากขึ้นของภาครัฐและเอกชน” คุณธนธัชกล่าวปิดท้าย
เราจะเห็นถึงเทรนด์ธุรกิจทั่วทั้งโลก ไม่ใช่เพียงแต่ในเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ที่ต่างต้องเดินหน้าปรับตัวกันทั้งระบบ ทั้งในส่วนของแบรนด์ สินค้าและพัฒนาบุคลากร เพราะแน่นอนว่า “หากแบรนด์ใดไม่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเพื่อก้าวไปข้างหน้าแล้วล่ะก็” คุณอาจตกรถไฟขบวนใหญ่ที่วิ่งไวกว่าเดิมหลายเท่าตัวขบวนนี้แน่นอน.

