ตลาดนมพาสเจอร์ไรซ์ เป็นอย่างไร ในวันที่โฟร์โมสต์ถอนตัวจากตลาด

โฟร์โมสต์ยุติผลิตและจำหน่ายนมพาสเจอร์ไรซ์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จากการประกาศของบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์

การถอนตัวจากตลาดนมพาสเจอร์ไรซ์ของโฟร์โมสต์ในครั้งนี้ เป็นการถอนตัวบนสภาวะความท้าทายของนมพาสเจอร์ไรซ์หลายประการ

ได้แก่

1. ตลาดนมพาสเจอร์ไรซ์และยูเอชทีในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 32,145 ล้านบาท ติดลบ 4% จากปี 2564 เป็นการติดลบที่มาจากการชะลอตัวด้านเศรษฐกิจที่ฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภค

2. นมพาสเจอร์ไรซ์ มีนมเมจิ เป็นเจ้าตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาด 55% ในปีที่ผ่านมา

การเป็นเจ้าตลาดของเมจิ ถือเป็นเจ้าตลาดที่แข็งแกร่งจากจุดเด่น ด้านช่องทางจัดจำหน่ายที่หาซื้อง่าย และมีช่องทางที่แข็งแกร่งอย่างเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศที่ช่วยกระจายนมเมจิให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

มีการผลักดันนมพาสเจอร์ไรซ์เมจิให้เข้าไปอยู่ในร้านกาแฟ เพื่อใช้ประกอบการชงกาแฟที่มีนมเป็นส่วนประกอบ ผ่านกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ

พร้อมกับออกสินค้านมพาสเจอร์ไรซ์ในหลายกลุ่มเพื่อเจาะผู้บริโภคในเซกเมนต์ที่แยกย่อยออกไป เช่น ฟรีแลคโตส, นมสำหรับทำกาแฟโดยเฉพาะ

3. ตลาดนมพาสเจอร์ไรซ์นอกเหนือจากคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่างเมจิ ยังมีคู่แข่งในตลาดหลากแบรนด์อย่างเช่น ดัชมิลล์, ฟาร์มโชคชัย, เอ็มมิลค์, เดลี่โฮม, ไทยเดนมาร์ค, หนองโพ, แมกโนเลีย และอื่น ๆ ที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากโฟร์โมสต์ทั้งสิ้น

4. นมพาสเจอร์ไรซ์เป็นนมที่ผ่านความร้อนที่ต่ำ เพื่อรักษาคุณค่าสารอาหารให้ได้สูงสุด และเป็นคุณค่าสารอาหารที่สูงกว่านมประเภทอื่น ๆ เช่น ยูเอชที และสเตอริไลซ์ ทำให้นมพาสเจอร์ไรซ์ต้องอยู่ในอุณหภูมิเย็น และมีอายุ Shelf Life ที่สั้น เก็บได้สูงสุดประมาณ 10 วันเท่านั้น

ทำให้นมที่ขายไม่หมดกลายเป็นต้นทุนทางธุรกิจที่เลี่ยงไม่ได้

5. พฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อนมยูเอชทีเพื่อดื่มมากกว่านมพาสเจอร์ไรซ์ จากการพกพาสะดวก สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องแช่เย็น มีอายุ Shelf Life ที่สูงนานถึง 6-12 เดือน

ใน ตลาดนมพาสเจอร์ไรซ์ แม้จะมีคู่แข่งจำนวนมาก แต่ผู้บริหารฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เคยให้ข้อมูลว่า โฟร์โมสต์มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 50%

การยุติจำหน่ายนมพาสเจอร์ไรซ์ เรามองว่าเป็นการถอนตัวจากธุรกิจที่เป็นมีโอกาสในการแข่งขันที่ต่ำมา ทำผลกำไรไม่ดีนัก หรือขาดทุน มาโฟกัสในกลุ่มธุรกิจที่แข็งแกร่งในตลาด

โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่บริษัทเกิดภาวะขาดทุนมากถึง 1,360.90 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้การยุติธุรกิจนมพาสเจอร์ไรซ์ของโฟร์โมสต์ ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่โฟร์โมสต์จำเป็นต้องตัดทิ้งธุรกิจที่มีอยู่ เพื่อหวังผลให้ธุรกิจเติบโตในอนาคต หลังจากในปี  2535 โฟร์โมสต์เคยขายธุรกิจไอศกรีมให้วอลล์ เพื่อไปโฟกัสธุรกิจนมเป็นหลัก

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน