PredatorShot ก้าวใหม่ Acer บนตลาดเครื่องดื่ม Energy Drink

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอเซอร์ คิดอะไรถึงลงเล่นธุรกิจเครื่องดื่ม และเขามองเห็นอะไรในธุรกิจนี้

เพราะในปีที่ผ่านมา เอเซอร์ ประเทศไทย ขยายขาธุรกิจของตัวเองไปยังธุรกิจเครื่องดื่มเป็นครั้งแรก ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ PredatorShot ลงเล่นตลาด  Energy Drink กลุ่มพรีเมียม

และล่าสุดเอเซอร์เปิดตัว PredatorShot Vitamin Drink เครื่องดื่มผสมวิตามิน เป็น Product line up ที่สองในธุรกิจเครื่องดื่ม ขยายตลาดไปยังกลุ่มเครื่องดื่มผสมวิตามินในประเทศไทย

การพาตัวเองสู่ธุรกิจเครื่องดื่มของเอเซอร์มาพร้อมกับเป้าหมายที่นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด วางไว้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ว่าขาธุรกิจเครื่องดื่มจะมีสัดส่วนรายได้ถึง 15% ของรายได้ทั้งหมดของเอเซอร์ในประเทศไทย

การวางเป้าหมายที่ชัดเจนนี้เกิดจากเหตุผลเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา หลัง CEO เอเซอร์ มีแนวคิดพาแบรนด์เอเซอร์หลุดออกจากกรอบแบรนด์คอมพิวเตอร์สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีสินค้าหลากหลายไม่ยึดติดกับไอทีแบรนด์

และสินค้าไลฟ์สไตล์นี้จะเป็น New Business Engine พาเอเซอร์เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ทำให้เราเห็นว่าเอเซอร์เริ่มมีสินค้าที่เป็น Product Line ใหม่ ๆ นอกจากไอทีมากออกสู่ตลาดโลกมากขึ้น เช่น เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองน้ำ เครื่องดูดฝุ่น รวมถึงเครื่องดื่มซึ่งเป็นสินค้า FMCG หรือ Fast Moving Consumer Goods และในแต่ละประเทศมีไทม์ไลน์ในการเปิดตัวสินค้ากลุ่มไลฟ์ไตล์ที่แตกต่างกันไป

ส่วนในประเทศไทย เอเซอร์เลือกที่จะนำเครื่องดื่ม Energy Drink หรือเครื่องดื่มชูกำลังเข้ามาทำตลาดก่อนสินค้าตัวอื่น ๆ

การเลือกสินค้าเครื่องดื่มชูกำลังมาจากเหตุผลที่มองว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของเอเซอร์คือกลุ่มเกมเมอร์ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายนี้นอกจากเล่นเกมแล้ว พวกเขายังมีความต้องการอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ต้องการเครื่องดื่มที่ช่วยบำรุงสายตาจากการเล่นเกมเป็นเวลานาน ๆ

และนี่คือเหตุผลที่เอเซอร์เปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลังที่มีจุดเด่นผสมวิตามิน A และวิตามิน B ที่ช่วยบำรุงสายตา และให้ความสดชื่นเข้ามาทำตลาดในกลุ่มพรีเมียม เพื่อเจาะกลุ่มเกมเมอร์โดยเฉพาะ

พร้อมกับตั้งชื่อแบรนด์ว่า PredatorShot เพื่อลิงก์ชื่อแบรนด์ไปกับซับแบรนด์ Predator ซึ่งเป็นแบรนด์คอมพิวเตอร์กลุ่มเกมมิ่งของเอเซอร์

หลังจากที่เอเซอร์เปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลัง PredatorShot ไปได้ประมาณ 7 เดือน นิธิพัทธ์บอกกับเราว่าสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้เกินเป้า 1.5-2 ล้านกระป๋องที่วางไว้ในปีแรก

ทิศทางเครื่องดื่มของเอเซอร์ในประเทศไทยจึงกลายเป็นโอกาสที่สำคัญ แม้ราคาขายเครื่องดื่ม 1 ขวดจะเป็นราคาที่ไม่สามารถเทียบได้กับราคาขายคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องก็ตาม

ลองคิดเล่น ๆ ว่าเครื่องดื่มขวดละ 20 บาท คอมพิวเตอร์เฉลี่ยเครื่องละ 20,000 บาท เอเซอร์ต้องขายเครื่องดื่มมากถึง 1,000 ขวด ถึงจะมีรายได้เท่ากับขายคอมพิวเตอร์ 1 ตัว ดูแค่ปริมาณหลายคนมองว่าขายเครื่องดื่มจะคุ้มกว่าขายคอมพิวเตอร์แค่ไหน

แต่โอกาสด้านรายได้ที่น่าสนใจในตลาดเครื่องดื่มคือความถี่ในการขายสามารถขายได้ทุกวัน ส่วนคอมพิวเตอร์มีไลฟ์ไซเคิลเฉลี่ย 3-5 ปีขึ้นไป

เมื่อความถี่คือกลยุทธ์หลักเพิ่มรายได้ให้กับเอเซอร์ ประเทศไทย ล่าสุดเอเซอร์จึงนำ PredatorShot Vitamin Drink เครื่องดื่มผสมวิตามินเข้ามาเปิดตลาดอีกไอเทมหนึ่ง

การลงเล่นในตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินมีความท้าทายในเรื่อง

-ตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันสูง จากคู่แข่งในตลาด เช่น วิตอะเดย์ ยันฮี และอื่น ๆ

และยังเป็นตลาดรวมที่มีมูลค่าเล็กกว่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังรวม

ในปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมีมูลค่า 30,000 ล้านบาท

ตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามิน 2,387 ล้านบาท

ซึ่งถือว่าเล็กกว่าเครื่องดื่มชูกำลังมาก

และถ้ามองลึกลงไปตลาดเครื่องดื่มชูกำลังกลุ่มพรีเมียมที่มีราคาจำหน่ายมากกว่า 15 บาทต่อขวด มีสัดส่วน 5-10% ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังรวม

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังพรีเมียมจะมีมูลค่า 1,500-3,000 ล้านบาท

ตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินจึงเป็นตลาดที่ใหญ่เทียบเท่าเครื่องดื่มชูกำลังกลุ่มพรีเมียมเท่านั้น

ส่วนเหตุผลที่เอเซอร์เลือกเครื่องดื่มผสมวิตามินทำตลาดในไทยมองเห็นโอกาสจาก

1. Pain Point ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่ความท้าทายด้านภาพลักษณ์ที่คนรุ่นใหม่บางคนอาจจะมองไม่ดีนัก และอาจจะไม่กล้าทดลองซื้อมาดื่ม พร้อมข้อจำกัดด้านกฎหมาย เช่น ห้ามจำหน่ายให้กับเยาวชน หรือห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด ซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศที่มองว่าเครื่องดื่มชูกำลังเป็นเครื่องดื่มเหมือนเครื่องดื่มทั่ว ๆ ไป

2. ตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินเป็นตลาดที่มีภาพลักษณ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งถือเป็นเซกเมนต์ใหม่ที่สามารถสร้างการเติบโต ที่สามารถขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ เช่น นักเรียน นักศึกษา วัยทำงานได้มากกว่าเครื่องดื่มชูกำลัง

การสร้างตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินของเอเซอร์เพื่อก้าวข้ามความท้าทายของตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินของเอเซอร์คือจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดที่เน้นผสมวิตามินซีเป็นหลัก

ส่วนเครื่องดื่มPredatorShot Vitamin Drink มีส่วนผสมของวิตามินเอ เพื่อบำรุงสายตาเพิ่มเข้ามา

โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของPredatorShot Vitamin Drink ยังคงเน้นกลุ่มเกมเมอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกับกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ยังขยายไปยังกลุ่มคนทำงานและกลุ่มผู้รักสุขภาพด้วย

การตลาดของPredatorShot Vitamin Drink ในระยะแรก เป็นการตลาดคล้ายกับการทำตลาดกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง

คือกระจายสินค้าผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น เท่านั้น

การขยายผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น เพียงช่องทางเดียวมาจากการมองเห็นสาขาที่ครอบคลุมเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่สามารถหาซื้อง่าย สะดวก

ก่อนจะต่อยอดไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตในปีหน้า

และสร้างการรับรู้ผ่านกิจกรรมการตลาดของเอเซอร์ทั้งหมด แทนการทำตลาดในรูปแบบแมส เนื่องจากนิธิพัทธ์มองว่ากลุ่มเป้าหมายของPredatorShot Vitamin Drink กลุ่มหลักยังเป็นกลุ่มเกมเมอร์ ในขวบปีแรก ๆ

การทำตลาดพ่วงไปกับกิจกรรมการตลาดของเอเซอร์ยังเป็นช่องทางที่ลดค่าใช้จ่ายในการทำตลาดได้เป็นอย่างดี แต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกช่องทางหนึ่ง

อย่างไรก็ดี นิธิพัทธ์คาดหวังว่าการลงเล่นตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินของเอเซอร์ในปีแรกจะสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้มากกว่าเครื่องดื่มชูกำลัง จากโอกาสตลาดที่เปิดกว้างมากกว่า

ส่วนเป้าหมายรายได้ 15% ของรายได้รวมนั้น  คงต้องดูต่อไปว่าจะไปถึงฝันไหม

เพราะถ้าคิดง่าย ๆ จากรายได้ของเอเซอร์ในปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้กว่า 9,171 ล้านบาท เอเซอร์จะต้องมีรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มกว่า 1,400 ล้านบาท หรือต้องขายเครื่องดื่มได้มากถึง 70 ล้านขวดในกรณีที่เครื่องดื่มราคาขวดละ 20 บาทเลยทีเดียว

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน