รัฐบาลอินเดียกำลังเร่งผลักดันการแก้กฎหมายสกัดแร่ 8 ชนิด ที่จะเปิดทางให้เอกชนสามารถทำเหมืองได้ซึ่งในจำนวนนี้มีลิเทียม แร่หลักในการผลิตแบตเตอร์รี่รถ EV รวมอยู่ด้วย

ถ้าประสบความสำเร็จจะทำให้อินเดียลดการพึ่งพาต่างชาติในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานสะอาดลงไปได้บ้าง ท่ามกลางราคาแร่สำคัญชนิดนี้ที่มีแต่จะแพงขึ้นๆ

ความที่มีประชากรเป็นจำนวนมากและกำลังจะแซงจีนขึ้นเป็นที่จำนวนประชากรมากสุดในโลก ทำให้อินเดียเผชิญความท้าทายมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือลดปริมาณยวดยานพาหนะที่ใช้ให้น้อยน้ำมันลง เพื่อลดปริมาณมลพิษที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพของประชากร 

Narendra Modi

สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลอินเดียที่นำโดยนายกรัฐมนตรี Narendra Modi ผลักดันโครงการยวดยานพาหนะที่ใช้พลังงานสะอาด ทั้งจักรยานยนต์และรถยนต์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เป็นประเทศไม่ปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศเลยในปี 2070

ก่อนหน้านี้ได้รัฐบาลอินเดียมีการจับมือกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ไฟฟ้า เช่น Gogoro ของไต้หวัน และ Honda ของญี่ปุ่น ขยายจุดจุดเปลี่ยนแบตฯ จักรยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ล่าสุดก็มีความคืบหน้าในส่วนแร่หลักที่ใช้สำหรับผลิตแบตฯ รถ EV โดยรัฐบาลกำลังเร่งผลักดันการแก้กฎหมายสกัดแร่ 8 ชนิด เช่น ลิเทียม เบอรีลเลียม และซีร์โคเนียม ในประเทศ ทำให้รัฐบาลสามารถออกใบอนุญาตในการทำเหมืองเพื่อสกัดแร่ทั้ง 8 ชนิดนี้

พระเอกของโครงการนี้อยู่ที่ ลิเทียม ซึ่งเป็นแร่สำคัญในการผลิตแบตฯ รถ EV เพื่อทำให้อินเดียลดการพึ่งพาต่างชาติในอุตสาหกรรมผลิตรถ EV

ตามข้อมูลของรัฐบาลอินเดียระบุว่า อินเดียมีลิเทียมอยู่ในรัฐ คาร์นาตากา ทางภาคใต้ โดยแม้ไม่ได้มีปริมาณมากมายมหาศาล แต่ก็น่าจะช่วยลดการพึ่งพาต่างและการนำเข้าลิเทียมลงไปได้บ้าง

เพราะเมื่อปี 2021 อินเดียนำเข้าแบตฯ ลิเทียม-ไอออน จากต่างชาติมากถึง 1,830 ล้านดอลลาร์ (ราว 66,600 ล้านบาท) เพิ่มจากปีก่อนถึง 54% ซึ่งแหล่งนำเข้าหลักก็มาจากยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของเอเชียอย่างจีนนอกจากนี้รัฐบาลอินเดียยังได้มีการลงทุนทำเหมืองลิเทียมในต่างประเทศอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวน่าจับตามองในหลายประเด็น โดยแน่นอนว่าประเด็นแรกสุดคือความต้องการลดการพึ่งพาต่างชาติของอินเดียในอุตสาหกรรมรถ EV ส่วนประเด็นถัดมาคืออิทธิพลของจีนต่ออุตสาหกรรมนี้

ปัจจุบันจีน นอกจากเป็นตลาด EV ใหญ่สุดในโลกและมีแบรนด์ EV อยู่เป็นจำนวนมากแล้ว CATL ยังเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตแบตฯรถ EV รายใหญ่ของโลก

ขณะเดียวกันบริษัทจีนยังมีเทคโนโลยีสกัดลีเทียมอันดับต้นๆ ของโลก แม้ไม่ได้เป็นแหล่งลิเทียมแหล่งใหญ่ เหมือน ชิลีและออสเตรเลียก็ตาม

ประเด็นสุดท้ายที่มองข้ามไม่ได้เลยเช่นกันและอาจยังเป็นอีกต้นเหตุสำคัญให้อินเดียต้องหาค้นหาและสกัดลิเทียม เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติคือ ราคาเทียมที่มีแต่จะแพงขึ้นตามความต้องการในการผลิตรถแบตฯ EV และอุตสาหกรรมยานยนต์ยังต้องแย่งกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น โทรคมนาคมระบบ 5G และอุตสาหกรรมอวกาศ อีกด้วย

โดยตามข้อมูลของ Benchmark Market Intelligence บริษัทที่ปรึกษาในอังกฤษที่เก็บรวบรวมข้อมูลของลิเทียมเพื่อนำไปใช้ผลิตแบตฯ ระบุว่า มิถุนายนที่ผ่านมา ราคาลิเทียมพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 62,000 ดอลลาร์ (ราว 2 ล้านบาท) ต่อตันแล้ว เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าจากเมื่อช่วงมกราคม / aljazeera, dw



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน