รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางอภิรดี ตันตราภรณ์) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้นำคณะหน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงแรงงาน กรมศุลกากร กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และธนาคารแห่งประเทศไทย เดินทางเยือนสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20–22 เมษายน 2559 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา (Trade and Investment Framework Agreement between the United States and the Kingdom of Thailand (TIFA) Joint Council) ระดับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโสต่อเนื่องกัน หลังจากที่การประชุม TIFA JC ระดับรัฐมนตรีได้ว่างเว้นนานถึง 13 ปีนับตั้งแต่การประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2546

“ประเทศไทย ตอกย้ำความคืบหน้าการดำเนินการตาม Roadmap ของรัฐบาล เพื่อเน้นย้ำให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ มั่นใจต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทย นอกจากนี้ ได้หารือในประเด็นทางเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีความสนใจร่วมกัน อาทิ ทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ธุรกิจการเงิน เพื่อรองรับการเป็นเศรษฐกิจดิจิตัลของไทย ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งสหรัฐฯ เห็นด้วยกับแนวทางปฏิรูปของไทย และชื่นชมการเข้าเป็นสมาชิกความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้าของไทยภายใต้องค์การการค้าโลก นับเป็นความก้าวหน้าของนโยบายไทยในการเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจในระดับสากล” จากการหารือกับนาย Michael B. Froman ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (United States Trade Representative: USTR) เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายการค้าการลงทุน รวมถึงการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน ในการเสริมสร้างความมั่นใจของนักลงทุนสหรัฐฯ ถึงแม้ว่าปัจจุบัน สหรัฐฯ จะเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 และเป็นนักลงทุนสำคัญในไทย แต่ทั้งสองฝ่ายยังเล็งเห็นถึงโอกาสทางการค้าที่จะสามารถพัฒนาให้สหรัฐฯ กลายเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีการประชุมต่อเนื่องระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสโดยมีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ (นายวินิจฉัย แจ่งแจ้ง) เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อหารือประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อการขยายการค้าการลงทุน และแก้ไขประเด็นเชิงเทคนิคที่เป็นอุปสรรคทางการค้าการลงทุนระหว่างกัน อาทิ การขอให้สหรัฐฯ พิจารณาให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) แก่สินค้าหมวดเดินทาง และน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่เป็นที่ต้องการและมีศักยภาพในตลาดสหรัฐฯ การเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Action Plan) การถอดถอนไทยออกจากสถานะกลุ่มประเทศที่น่ากังวลอย่างมาก (Primary concern) ในเรื่องการค้างาช้างผิดกฎหมายภายใต้ CITES และการเตรียมจัดสัมมนาสร้างความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยทางอาหารฉบับใหม่ของสหรัฐฯ (FSMA Readiness Program) ตลอดจนการหารือแนวทางการจัดทำความร่วมมือด้าน E-commerce ไทย-สหรัฐฯ เพื่อรองรับการเป็นเศรษฐกิจดิจิตัลของไทยตามนโยบายของรัฐบาลไทย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้แต่ละฝ่ายเร่งดำเนินการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าให้สำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และให้มีการประชุมเต็มรูปแบบเพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ให้ความกระจ่างในประเด็นเชิงเทคนิคเกี่ยวกับความตกลง TPP ซึ่งช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้น อันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาแนวทางของไทยต่อความตกลง TPP

