
1. เจ้าของโครงการคนละบริษัทกับโตคิว MBK คือ บริษัท พีที รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัน ที่ถือหุ้นโดย บริษัท กรุงเทพ – โตคิว สรรพสินค้า จำกัด และ บริษัท พาราไดซ์ รีเทล จำกัด ในสัดส่วน 50:50 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท บริหารงานโดยทาคาชิ ฮายาโนะ
2. โชว์คอนเซปต์ GIFT for MYSELF @ TOKYU DEPARTMENT STORE ห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์ ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ
3.ตั้งเป้าเป็นเดสติเนชั่นใหม่แห่งการช็อปปิ้งที่สมบูรณ์แบบ ครองใจนักช็อปในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก มีพื้นที่ทั้งหมด 13,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นที่ 1 ประกอบด้วย สินค้าแผนกเครื่องสำองค์ เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับสตรี ,สินค้าแฟชั่นเด็ก รองเท้าเด็กและสปอร์แวร์ และ ชั้นที่ 2 ประกอบด้วย สอนค้าแผนกเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับบุรุษ ของใช้ในบ้าน กระเป๋าเดินทาง นาฬิกา และเครื่องเขียน
4. ตกแต่งโดยทองแท้ ภายใต้แนวคิด Simply & Modern Style เน้นการออกแบบผสมผสานระหว่างความเป็นญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม กับความทันสมัยแบบไทยที่มีความสดใสและมีชีวิตชีวา ส่วนหนึ่งประดับด้วยกระเบื้องพื้นโมเสทแทรกทองแท้ โดยในชั้นที่ 1 จะเน้นโทนสีขาว แซมด้วยโมเสกสีส้มและทองคำ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใสร่าเริ่งของผู้หญิงไทย โดยเฉพาะทางเข้ามีการนำศิลปะที่ออกแบบโดยศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่นภายใต้แนวคิดทางช้างเผือก และจัดเค้าเตอร์เครื่องสำอางให้หันหน้าออกเพื่อรอตอนรับลูกค้า ส่วนชั่นที่ 2 จะเน้นโทนน้ำตาล เพื่อให้ดูอบอุ่น มีการจัดวางสิ้นค้าให้อยู่ในระดับสายตา และมีการจัดส่วนแสดงตัวอย่างของปากกากว่า 200 แท่งเพื่อให้ลูกค้าสามารถลองได้อย่างจุใจ
5. มีการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ได้ความนิยมจากประเทศญี่ปุ่นมาจำหน่าย อาทิ Miss KYOUKO รองเท้าเพื่อสุขภาพ สำหรับ ผู้มีปัญหากระดูกเท้าผิดรูป ซึ่งผลิตแบบแฮนด์เมด แบบคู่ต่อคู่ โดยช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น, SYUNSOKU รองเท้าเด็ก ที่มีคุณสมบัติพื้นกันลื่นพิเศษ สำหรับเด็กวัย 3-12 ปี รวมไปถึง ร้านเดนิมและ รองเท้าแฮนด์เมด about 79 และ สินค้าแฟชั่นและแอคเซสซอรี่สำหรับสุภาพสตรี plus plus ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์นี้ เป็นผลงานการออกแบบของ Ken Nakamura ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น
6.ให้บริการลูกค้าด้วยคุณภาพแบบฉบับของห้างสรรพสินค้าในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเพิ่มการบริการสุดพิเศษที่ให้ความสำคัญและใส่ใจแก่กลุ่มลูกค้าครอบครัว โดยการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมสรรพ อาทิ ห้องลองเสื้อขนาดใหญ่ที่สามารถนำรถเข็นเด็กเข้าไปได้ และห้องพักผ่อนสำหรับเด็กอ่อน พร้อมอ่างชำระล้าง และ ตู้กดน้ำอัตโนมัติ เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้บริการอย่างมีความสุขทุกครั้งที่มาเยือน
7. ตั้งเป้ามีลูกค้าในวันธรรมดา 30,000 ราย และวันหยุด 40,000 ราย ซึ่งเป็นจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในพาราไดซ์ พาร์ค คาดว่าในปีแรกจะสามารถทำรายได้อยู่ที่ประมาณ 700 – 900 ล้านบาท
7 สิ่งน่ารู้ของ ‘ห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่กรุงเทพ -โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค’
ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer
