โตชิบา จากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า สู่ แบรนด์ที่เข้าใจชีวิต พร้อมเปิดเกมรุกในวันที่ฟีเจอร์อย่างเดียวไม่พออีกต่อไป

ใครสวยกว่า  ใครล้ำกว่า ใครคุ้มกว่า กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องมีให้ครบ ในตลาดที่แข่งขันกันด้วยตัวเลข ความคุ้มค่า และฟีเจอร์ คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วมีแบรนด์ไหนที่ให้ความสำคัญกับ “ความเข้าใจชีวิตคนใช้จริงๆ”

นี่คือจุดตั้งต้นของการขยับเกมครั้งสำคัญของ Toshiba Thailand ภายใต้แคมเปญใหญ่ “Good for Better Life” ที่ไม่ได้ตั้งเป้าแค่ขายสินค้า แต่กำลังรีเฟรมตัวเองในเชิงกลยุทธ์

หลังจากสร้างการเติบโตได้ถึง 22% ในปี 2568 ที่ผ่านมา Toshiba เร่งเครื่องต่อด้วยการตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 30% ในปี 2569 พร้อมวางหมุดระยะยาวสู่การเป็น “แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในประเทศไทย”

เกมนี้ของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 57 ปีจึงไม่ใช่แค่เรื่องยอดขายแต่คือการ “สร้างความเป็นที่ 1 ในใจผู้บริโภค”

เมื่อความท้าทายไม่ใช่คุณภาพ แต่คือ “การเข้าไปอยู่ในใจคนรุ่นใหม่”

แม้ Toshiba จะเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่อยู่คู่ตลาดมายาวนานและมีจุดแข็งด้านคุณภาพ ความทนทาน และความคุ้มค่า แต่โจทย์สำคัญในนาทีนี้คือ การก้าวสู่ Top of Mind ในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Young Generation ซึ่งกำลังจะกลายเป็นฐานกำลังซื้อหลักอนาคตอันใกล้

พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ไม่ได้เลือกจากฟีเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่เลือกจากแบรนด์ที่ “เข้าใจชีวิต” และ “สะท้อนตัวตนของตัวเองได้”

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Toshiba ต้องปรับตัวใหม่ “เด็กลง” ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์แต่รวมถึงวิธีคิดและวิธีสื่อสาร

3 แกนกลยุทธ์ ขยายฐาน ปรับภาพ และสร้างความผูกพันระยะยาว

เกมรุกแรกเพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่ม Young Gen คือการส่งแคมเปญ Good for Better Life โดย Toshiba วางกลยุทธ์ไว้อย่างชัดเจนใน 3 มิติ คือ

  • ขยายฐานสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่
  • ปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและพรีเมียมมากขึ้น
  • สร้างความผูกพันกับผู้บริโภคในระยะยาว (Brand Love)

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังคงยึด “DNA ความเป็นญี่ปุ่น” ทั้งในเรื่องคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด ดีไซน์ และความคุ้มค่า

แต่สิ่งที่เพิ่มคือ การตีความคุณค่าเหล่านี้ใหม่ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไทยยุคปัจจุบัน จากแบรนด์ที่ “ดีและทน” สู่แบรนด์ที่ “เข้าใจและอยู่กับชีวิต”

เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้เป็นแค่ “เทคโนโลยี” แต่เป็น “ส่วนหนึ่งของชีวิต”

Toshiba เปลี่ยนการเล่าเรื่องแบรนด์ จาก “ฟีเจอร์สินค้า” สู่ “ฟีเจอร์ของความสัมพันธ์”

ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว แบรนด์จำนวนไม่น้อยเลือกแข่งขันกันด้วย “ความล้ำ” ของนวัตกรรม แต่สำหรับ Toshiba กลับเลือกเดินในอีกทางหนึ่ง

นั่นคือการเน้น “คุณค่าของการใช้งานได้จริง (Practical) ในชีวิตประจำวัน” มากกว่าการสื่อสารเรื่องเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้ จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “Good for Better Life” ถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณา “ฟีเจอร์สำคัญของความสัมพันธ์ที่ยาวนาน” ผลงานของผู้กำกับ เต๋อ–นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่มีลายเซ็นด้านการเล่าเรื่องชีวิตธรรมดาให้สะท้อนความจริงของผู้คน

หนังโฆษณาไม่ได้เล่าผ่านเหตุการณ์ใหญ่หรือสถานการณ์ที่หวือหวา แต่เล่าผ่าน micro moment เล็ก ๆ ในชีวิตคู่ บทสนทนาธรรมดาที่หลายคนคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน

ประโยคสำคัญของเรื่อง “อุ่นขึ้นได้ เย็นลงได้ ฟีเจอร์สำคัญของความสัมพันธ์ที่ยาวนาน”

ทำหน้าที่เชื่อมโยงคุณสมบัติของสินค้าเข้ากับความรู้สึกของผู้บริโภค เปลี่ยน “การควบคุมอุณหภูมิ” ของเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้กลายเป็นอุปมาเปรียบเทียบของ “การปรับอารมณ์ในความสัมพันธ์”

จากมุมมองของแบรนด์ เครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก แต่เป็นสิ่งที่อยู่ร่วมกับช่วงเวลาสำคัญของชีวิตในทุกวัน

แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับอีกหนึ่งแกนสำคัญของแคมเปญอย่าง “Details Matter” ที่สะท้อนว่าคุณค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ไม่ได้อยู่ที่ฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การใช้งานในชีวิตจริงดีขึ้น

ในมุมของสินค้า มันคือความพิถีพิถันในการออกแบบ

แต่ในมุมของชีวิต มันคือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

แทนที่จะอธิบายสเปกหรือเทคโนโลยีอย่างตรงไปตรงมา

Toshiba เลือกสื่อสารผ่านเรื่องราวของชีวิตจริง ทำให้ผู้ชม รู้สึกถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีผ่านประสบการณ์ที่คุ้นเคย มากกว่าการรับข้อมูลเชิงเทคนิค

เบื้องหลังแนวคิดนี้ยังเชื่อมโยงกับรากสำคัญของแบรนด์อย่าง Japan Origin

Toshiba นำความเป็นญี่ปุ่นกลับมาตีความใหม่ ไม่ใช่เพียงในฐานะประเทศต้นกำเนิดของแบรนด์ แต่เป็น แนวคิดในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงของผู้บริโภค

แนวคิด Japan Quality จึงสะท้อนผ่านองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่คิดมาอย่างลึกซึ้ง ความพิถีพิถันในรายละเอียด คุณภาพที่เชื่อถือได้ ความไว้วางใจที่สร้างขึ้นในระยะยาว และนวัตกรรมที่พัฒนาเพื่อให้การใช้ชีวิตสะดวกขึ้นจริง

ทั้งหมดนี้ทำให้ Japan Origin ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของ Heritage ของแบรนด์เท่านั้น แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็น Everyday Experience ที่ผู้บริโภคสามารถสัมผัสได้ผ่านการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

และนี่คือการขยับตัวของ Toshiba ที่กำลังเปลี่ยนบทบาทของเครื่องใช้ไฟฟ้า จากการเป็นเพียงเทคโนโลยีในบ้าน ไปสู่ ส่วนหนึ่งของชีวิตและความสัมพันธ์ของผู้คนในทุกวัน

จากในบ้าน สู่กลางเมือง เมื่อ micro moment กลายเป็นบทสนทนาของผู้คน

ในแง่ Channel Strategy Toshiba ใช้การสื่อสารแบบ 360 องศาทั้ง Digital, Social และ Influencer เพื่อให้คอนเทนต์เข้าถึงผู้บริโภคในจังหวะชีวิตจริง พร้อมต่อยอดไปสู่ สื่อ Out-of-Home มากกว่า 5,000 จอทั่วประเทศ เปลี่ยนพื้นที่กลางเมืองให้กลายเป็นพื้นที่ของ “ความรู้สึก”

ป้ายโฆษณาไม่ได้เน้นขายสินค้า แต่ใช้ข้อความสั้น ๆ ที่ชวนให้คนหยุดคิด เหมือนกำลังพูดกับคนที่กำลังงอนกัน
หรือกำลังเงียบใส่กันอยู่

ขณะเดียวกันการเชื่อมต่อไปยังหน้าร้าน และแคมเปญโปรโมชั่นช่วง Summer ก็ทำหน้าที่ปิดการขายในจังหวะที่เหมาะสม

เมื่อแบรนด์ไม่ได้แค่สื่อสาร แต่กำลัง “ออกแบบความสัมพันธ์”

ถ้ามองในเชิงกลยุทธ์แคมเปญนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่สร้างภาพลักษณ์ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อน 3 เป้าหมายพร้อมกัน

  • ทำให้แบรนด์ดูทันสมัยและใกล้ชีวิตมากขึ้น (Rejuvenate Brand)
  • สร้างภาพลักษณ์พรีเมียมที่ใช้งานได้จริง (Drive Premiumization)
  • เชื่อมจากแบรนด์ไปสู่การซื้อ (Drive Conversion)

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า โตชิบา ไม่ได้แค่ “ทำโฆษณา” แต่กำลัง “ออกแบบบทบาทใหม่ของตัวเอง”

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline