แนวโน้มการการลงทุนของบริษัทไต้หวันในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) กำลังเพิ่มขึ้น หลังจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพามหาอำนาจเอเชีย

ศูนย์การศึกษาด้านกลยุทธ์และกิจการระหว่างประเทศ (CSIS) ของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ เผยผลการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างบริษัทไต้หวัน 500 แห่ง ต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่ยอมรับว่ากังวลต่อความสัมพันธ์จีน-ไต้หวันที่ตกต่ำมากสุดในรอบหลายปี

ทำให้ 25% ของกลุ่มตัวอย่างตัดสินใจย้ายออกจากจีน โดย 63% ของกลุ่มที่ย้ายออกจากจีนนี้มุ่งไปประเทศแถบ ASEAN เพราะนอกจากสอดคล้องกับความเป็นจริงแล้ว ยังเป็นไปตามนโยบายมุ่งลงใต้ครั้งใหม่ (NSP) ของรัฐบาลเมื่อปี 2016 เพื่อลดการพึ่งพาจีนอีกด้วย

ขณะที่ข้อมูลจากรัฐบาลไต้หวัน ระบุว่าครึ่งแรกปี 2022 มูลค่าการลงทุนของบริษัทไต้หวันในกลุ่มประเทศ ASEAN เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2021 ถึง 43% และบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศก็เห็นว่าต้องลดการพึ่งพาจีนเรื่องเศรษฐกิจ

ด้านนักวิชาการไต้หวันให้ทัศนะว่า บริษัทไต้หวันแทบไม่มีความกังวลต่อการไปลงทุนในประเทศแถบ ASEAN เพราะแม้บางประเทศอย่าง เมียนมา มีระบบการปกครองที่ตรงข้ามกับไต้หวันและถูกวิจารณ์จากประชาคมโลก แต่ถ้าเปิดรับการลงทุน บริษัทไต้หวันก็พร้อมไปลงทุน

ผลการสำรวจความคิดเห็นและข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลไต้หวันเรื่องการลงทุนใน ASEAN นี้ สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ว่า ASEAN กำลังเนื้อหอมในหมู่บริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทไต้หวัน โดยในปีนี้ UMC บริษัทผู้ผลิตชิปอันดับ 4 ของโลกได้เดินหน้าขยายโรงงานในสิงคโปร์แล้ว

ส่วน Foxconn ซึ่งดังมาจากการเป็นบริษัทรับจ้างผลิต (OEM) ของ Apple ก็มีแผนร่วมทุนสร้างโรงงานชิปในมาเลเซีย เพื่อป้อนให้กับสายการผลิตรถ EV

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศคว้าดีลการลงทุนจากบริษัทชิปอเมริกัน อย่าง Intel กับ Global Foundries อีกด้วย/nikkei



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน