ตลาด Self Storage ในไทย แม้วันนี้คนไทยยังไม่รู้จักการบริการ Self Storage มากนัก แต่เป็นตลาดที่น่าสนใจ และคาดว่าเติบโตได้อีกมาก จากผู้บริโภคที่เริ่มรู้จักและมองว่าการนำสินค้าไปฝากใน Self Storage สามารถตอบโจทย์ Pain Point ด้านการจัดเก็บของได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะผู้พักอาศัยในคอนโดที่ในวันนี้คอนโดมีพื้นที่ขายต่อห้องแคบลงเมื่อเทียบกับอดีต ผู้ที่พักอาศัยในคอนโดต้องหาพื้นที่อื่น ๆ จัดเก็บของที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ของสะสม และอื่น ๆ เพื่อให้พื้นที่ในห้องคอนโดตัวเองสะอาดตา และมีพื้นมากพอในกิจกรรมอื่น ๆ ที่จำเป็น

ซึ่งพฤติกรรมนี้ผลักดันให้ธุรกิจ Self Storage เติบโตอย่างน่าสนใจ นอกเหนือจากลูกค้ากลุ่ม Business ที่ใช้พื้นที่ Self Storage เก็บสินค้าเพื่อนำมาขาย และกลุ่มออกาไนเซอร์ที่เช่าพื้นที่จัดเก็บของที่ใช้จัดงานอีเวนต์ในเมือง จากความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเมื่อมีการจัดงานอีเวนต์ที่ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณในเมืองเป็นหลัก

ปัจจุบันตลาด Self Storage ในไทยมีจำนวนพื้นที่ให้บริการรวมกัน 30 แห่งจากผู้ให้บริการไม่ถึง 10 ราย แบ่งเป็นรายใหญ่ที่มีสาขามากกว่า 1 สาขา 4 ราย ได้แก่

JWD Store It Self Storage เป็นผู้นำตลาดด้านสาขาให้บริการ จากสาขาทั้งหมด 7 แห่ง

รองลงมาได้แก่

i-Store Self Storage 4 แห่ง

Bangkok Self Storage 3 แห่ง

LEO Self Storage 2 แห่ง

และที่เหลือเป็นรายย่อยที่มีพื้นที่ให้บริการเพียง 1 แห่ง

การเติบโตของตลาด Self Storage ในไทย จะมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 1-5 สาขา และมีคู่แข่งเข้ามาในตลาดเฉลี่ยปีละ 1-3 ราย

ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ตลาดรวมไม่มีการขยายสาขาเพิ่ม จากการมองเห็นความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดที่ทำให้การลงทุนมีความเสี่ยง

การแข่งขันในตลาด Self Storage ในวันนี้ เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ ได้บอกกับเราในวันที่เปิดสาขาแห่งที่ 2 ของ LEO Self Storage อย่างเป็นทางการว่า

Self Storage ยังคงเป็นตลาดที่แข่งขันและมีความท้าทายกันเรื่องการหาทำเลที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะทำเลที่เป็นแหล่งชุมชน เช่น แหล่งชุมชนที่มีผู้พักอาศัยอยู่หนาแน่น ในพื้นที่จำกัด และย่านการค้า เพื่อเข้าไปเปิดให้บริการเป็นรายแรกในทำเลนั้นอย่างรวดเร็ว และหาลูกค้าเข้ามาใช้บริการก่อนคู่แข่ง

บนต้นทุนค่าสถานที่ที่ต่ำ

เพราะเมื่อมีคู่แข่งเข้าไปบุกเบิกเปิดในพื้นที่นั้น ๆ แล้ว แบรนด์อื่นจะเข้ามาทำตลาดในโลเคชั่นเดียวกันมีโอกาสในการหาลูกค้าน้อยลง เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ไปใช้บริการของผู้บุกเบิกในพื้นที่นั้นก่อนแล้ว

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เข้ามาใช้บริการ Self Storage ในแต่ละทำเลมากที่สุดจะอยู่ห่างจากที่ตั้งของ Self Storage ในรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร

ส่วนการแข่งขันด้านราคาในวันนี้มีการแข่งขันไม่มากนัก นอกเหนือจากแข่งขันเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคเปิดใจใช้บริการ

เพราะธุรกิจนี้ถ้าผู้ใช้บริการตัดสินใจใช้บริการผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งแล้ว โอกาสที่จะย้ายค่ายไปรายอื่นค่อนข้างยาก จากปัญหาด้านการขนย้ายสินค้าและของที่เก็บอยู่ใน Self Storage

สำหรับ LEO Self Storage ในวันนี้เป็นการเปิดสาขาแห่งที่ 2  อย่างเป็นทางการ แถวย่านไชน่าทาวน์ไม่ไกลจากหัวลำโพง

การเปิดสาขาแห่งที่ 2 ของ LEO Self Storage เป็นสาขาที่ทิ้งระยะห่างจากสาขาแรกนานถึง 5 ปี เกตติวิทย์ให้เหตุผลว่ารอเวลาที่เหมาะสม และทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพที่สุด

โดย LEO Self Storage ไชน่าทาวน์ เกตติวิทย์วางตำแหน่งเป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกของ LEO Self Storage บนคอนเซ็ปต์ Lifestyle Storage เนื่องจาก LEO Self Storage ไชน่าทาวน์ เป็นแห่งแรกที่มีพื้นที่จัดเก็บของสะสมในรูปแบบตู้กระจกเพื่อโชว์ของสะสมของลูกค้า และยังสามารถชวนเพื่อนมาพบปะดูของสะสมได้ และในอนาคตจะมีการทำพื้นที่ไลฟ์สดให้ผู้ค้าโซเชียลคอมเมิร์ซ อีคอมเมิร์ซสามารถใช้บริการได้ฟรี รวมถึงมีการนำระบบเปิดประตูพื้นที่จัดเก็บผ่านมือถือมาทดลองใช้

เหตุผลที่ LEO Self Storage เปิดสาขาแห่งที่ 2 ที่ย่านไชน่าทาวน์มาจากย่านนี้มีอาคารพาณิชย์จำนวนมาก และมีการพักอาศัยอยู่กันอย่างแออัด รวมถึงเป็นย่านการค้า ใกล้เยาวราช วรจักร และสำเพ็ง ที่มีความจำเป็นในการหาพื้นที่จัดเก็บสินค้า

กลุ่มเป้าหมายของ LEO Self Storage ไชน่าทาวน์ จะเป็นกลุ่มผู้พักอาศัยในย่านนั้นที่ต้องการเก็บของที่ไม่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน และผู้ที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บของในบ้านเพื่อทำบ้านใหม่, SME, ผู้ประกอบธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซ อีคอมเมิร์ซ และนักท่องเที่ยวที่นำกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่มาฝากเพื่อเดินทางเที่ยวในไทยในรูปแบบ Backpacker เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางท่องเที่ยว

ก่อนเปิดบริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ตุลาคม 2565 LEO Self Storage ไชน่าทาวน์ เปิดซอฟต์ลอนช์ในเดือนเมษายน 2565 ปัจจุบันมีลูกค้ามาใช้บริการพื้นที่ 20% ของพื้นที่ทั้งหมด

สำหรับเป้าหมายของ LEO Self Storage ไชน่าทาวน์ในปีแรกวางเป้าหมาย มีลูกค้าสนใจใช้บริการ 30% ของพื้นที่ทั้งหมด และเพิ่มเป็น 50% ในปีถัดไป ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 80% ในอนาคต

โดยเน้นไปที่ลูกค้าที่เช่า Storage ในระยะยาว มากกว่าลูกค้าชั่วคราว

และปัจจุบันลูกค้าที่ใช้บริการมีสัดส่วน 60% เช่าเก็บของใช้ส่วนตัว และ 40% เช่าเก็บสินค้าเพื่อการค้า

การทำตลาดของ LEO Self Storage สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยการสร้างภาพลักษณ์การเป็น World Class มีความปลอดภัยในการใช้บริการ พื้นที่โปร่งโล่งอากาศถ่ายเท และมีพื้นที่บางส่วนติดแอร์เพื่อความเย็นสบายในการใช้บริการ

การสร้างภาพลักษณ์เป็น World Class ทำให้ LEO Self Storage สามารถอัปเกรดราคาค่าบริการได้สูงกว่าคู่แข่ง 10-30% โดยยังมีผู้ให้ความสนใจใช้บริการ

รวมถึงใช้พี่เอ็ด 7 วิ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ บอกเล่าเรื่องราวและ Pain Point ของผู้บริโภค รวมถึงจุดเด่นของ LEO Self Storage เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

การใช้พี่เอ็ด 7 วิ ทำให้สามารถหาลูกค้าใหม่ ๆ ที่รับรู้ถึง LEO Self Storage และสามารถเข้าถึงว่าที่พาร์ตเนอร์ที่เป็นแลนด์ลอร์ดในแต่ละพื้นที่ ติดต่อเพื่อนำเสนอพื้นที่ให้บริการ LEO Self Storage อีกทางหนึ่ง

หลายคนอาจจะสงสัยว่า บมจ. ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ มีธุรกิจหลักทำธุรกิจหลักด้านโลจิสติกส์ ทางเรือและทางอากาศทำไมถึงหันมาจับธุรกิจ Self Storage

เกตติวิทย์ให้คำตอบว่า ธุรกิจ Self Storage เป็นธุรกิจที่มีมาร์จินที่สูงกว่าธุรกิจโลจิสติกส์ และยังเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่เฉพาะรับฝากสินค้า แต่เป็นธุรกิจพัฒนาที่ดิน ที่ให้ค่าตอบแทนด้านมาร์จินจากการลงทุนไม่แตกต่างจากธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ อื่น ๆ

แม้ในวันนี้ธุรกิจ LEO Self Storage จะมีสัดส่วนรายได้เพียง 1% จากรายได้ทั้งหมดของ บมจ. ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ ก็ตาม

ซึ่งในต่างประเทศ ผู้ประกอบธุรกิจ Self Storage จะนำพื้นที่ที่ไม่มีการใช้งานมาให้บริการรับฝากสินค้า เพื่อสร้างรายได้ และเมื่อพื้นที่นั้นมีการเติบโตสามารถขยายโอกาสไปยังธุรกิจอื่น ๆ จะหยุดธุรกิจ Self Storage และนำไปพัฒนาเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้กลับมามากกว่า

และหาพื้นที่ใหม่ ๆ ทำ Self Storage แทน

สำหรับ LEO Self Storage ในอนาคตอันใกล้มีโครงการเปิดสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง ที่เสนาเฟสท์และพระรามสี่

และเกตติวิทย์วางเป้าหมายว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 5 เท่าจากปัจจุบัน

การเติบโตนี้มาจากการขยายสาขาให้ได้อย่างน้อย 14-15 สาขา หรืออย่างน้อย 2 สาขาในแต่ละปี

ผ่านสาขาที่หาพื้นที่เอง และสาขาที่จับมือกับพาร์ตเนอร์ เช่น จับมือกับ เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จัดตั้งบริษัทลูกทำธุรกิจ Self Storage และคลังสินค้าร่วมกันโดยเฉพาะ

ความร่วมมือแรกเป็นความร่วมมือเปิด LEO Self Storage ที่เสนาเฟสท์ ถนนเจริญนคร โดยใช้พื้นที่เดิมของโฮมโปรที่หมดสัญญาเป็นพื้นที่ให้บริการ ก่อนที่จะขยายความร่วมมือต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ดี ในตลาดของ Self Storage โลก อเมริกาเป็นประเทศที่มี Self Storage มากที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่ให้บริการมากกว่า 48,500 แห่ง

รองลงมาได้แก่

ทวีปเอเชีย 7,000 แห่ง

ยุโรปกว่า 4,831 แห่ง

ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ 2,000 แห่ง

แอฟริกาใต้ 250 แห่ง

ในทวีปเอเชียเป็นทวีปที่ Self Storage มีการเติบโตสูงสุด ซึ่งประเทศที่มีศักยภาพที่สำคัญได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และไทย

ในญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ในปัจจุบันมี Self Storage มากถึง 50% ของ Self Storage ในเอเชีย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน