นักช้อปอย่างเรา ๆ คงคุ้นเคยกันดีกับแคมเปญดับเบิ้ลเดย์เซลที่แบรนด์และอีมาร์เก็ตเพรสต่างจัดแคมเปญส่วนลดต่าง ๆ ให้เราป้ายยาตัวเองซื้อของกันอย่างสนุกสนาน

จนใครหลายคนรอซื้อของที่ต้องการในช่วงเวลาเทศกาลดับเบิ้ลเดย์กันเลยทีเดียว

แคมเปญดับเบิ้ลเดย์ ที่เราเห็นมาทั้งปี มีต้นกำเนิดมาจากแคมเปญวันคนโสด 11.11

ปี 2552 Daniel Zhang ผู้บริหารอาลีบาบาออกไอเดียการตลาด หยิบยกวันคนโสด ซึ่งตรงกับวันที่ 11.11 ของทุกปีมาใช้เป็นกิมมิกผลักดันยอดขายผ่านสินค้าที่ลดราคาเป็นพิเศษในวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน ผ่านแพลตฟอร์ม Taobao ของอาลีบาบา

กิมมิกนี้เพื่อให้คนโสดที่เหงา ๆ ไม่ได้ออกไปไหน เข้ามาซื้อสินค้าที่ร่วมรายการลดราคา 50% จาก 27 บริษัท ใน Taobao แทน เพราะอย่างน้อยไม่มีแฟนก็ยังมีสินค้าลดราคาให้เลือกซื้อ

แคมเปญ 11.11 ในปีแรกที่ขายผ่านเฉพาะ Taobao สามารถสร้างยอดจำหน่ายในวันนั้นรวมกันได้มากกว่า 52 ล้านหยวน หรือประมาณ 260 ล้านบาท

จากความสำเร็จในปีแรกอาลีบาบาเห็นโอกาสการตลาดจากแคมเปญลดราคาวันคนโสด  และต่อยอดการตลาดผ่านแคมเปญ 11.11 อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการเติบโตยอดจำหน่ายในแคมเปญนี้ที่เพิ่มขึ้น

ในปี 2553 ปีที่สองของแคมเปญ 11.11 สร้างยอดจำหน่ายได้ 936 ล้านหยวน หรือประมาณ 4,700 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคเริ่มรู้จักแคมเปญลดราคาในวันที่ 11.11 มากขึ้น และเป็นปีแรกที่อาลีบาบา ได้แยก Tmall ออกมาจาก Taobao เพื่อวางจุดขายเป็นแพลตฟอร์มห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่เน้นจำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ

ส่วน Taobao วางตัวเองเป็นแพลตฟอร์มที่จำหน่ายสินค้าจาก SME และผู้ขายที่เป็นบุคคล

การทำตลาดของแคมเปญ 11.11 ในปี 2553 ทำผ่าน 2 แพลตฟอร์มทั้ง Taobao และ Tmall เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในกลุ่มสินค้าลดราคาที่มากกว่าเดิม

จากการผลักดันแคมเปญการตลาดวันคนโสดอย่างต่อเนื่องของอาลีบาบา ทำให้ผู้บริโภคที่ไม่ได้มีเฉพาะเพียงคนโสดต่างรอคอยที่จะซื้อสินค้าลดราคาจากอาลีบาบามากขึ้น

และอาลีบาบายังขยายพลังแคมเปญวันคนโสดไปยังประเทศต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มเครือข่ายของตัวเอง เช่น ลาซาด้าในประเทศไทย เป็นต้น

ด้วยจุดเริ่มต้นแคมเปญคนโสดจนกลายมาเป็นแคมเปญใหญ่ประจำปีที่สร้างความคุ้นเคยให้กับผู้บริโภคในแถบเอเชีย จนเริ่มมีแบรนด์ร้านค้าต่าง ๆ เห็นโอกาสจากแคมเปญ 11.11 ของอาลีบาบา เกาะกระแสด้วยการลดราคาสินค้าในร้านค้าของตัวเองทั้งออนไลน์และออฟไลน์สร้างตลาดกันเองอย่างต่อเนื่อง

และยังมีการขยายการตลาดไปยังวันดับเบิ้ลเดย์อื่น ๆ อีกหลายต่อหลายวันที่กลายเป็นแคมเปญที่นักช้อปตั้งตารออยู่เสมอ

Black Friday เทศกาลลดราคาจากฝั่งอเมริกาที่เกิดจากคนออกไปช้อปปิ้งอย่างบ้าคลั่งหลังวันขอบคุณพระเจ้า

สำหรับนักช้อปฝั่งอเมริกา เทศกาลลดราคาที่ทุกคนรอคอยตลอดทั้งปีคือ Black Friday เทศกาลลดราคาและชื่อนี้เกิดในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ผู้คนในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนียออกมาจับจ่ายหลังวันขอบคุณพระเจ้า 1 วัน (ซึ่งตรงกับศุกร์สัปดาห์ที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี) เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลวันหยุด 4 วัน และเป็นการซื้อสินค้าเตรียมตัวสำหรับวันศริสต์มาสที่กำลังใกล้เข้ามา จนตำรวจในเมืองนั้นต้องทำงานหนัก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุจลาจลจากการออกมาซื้อสินค้าของคนในเมือง และเรียกกันเล่น ๆ ว่าเหมือนเป็น Black Friday หรือวันศุกร์ที่ คลุ้มคลั่ง

จากชื่อที่เรียกเล่น ๆ ว่า Black Friday และกระแสการซื้อสินค้าหลังวันขอบคุณพระเจ้า 1 วัน ทำให้ร้านค้าต่าง ๆ อาศัยจังหวะนี้ลดราคาสินค้าที่มีอยู่เพื่อดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาจับจ่ายใช้สอย

จนเทศกาล Black Friday กลายเป็นเทศกาลลดราคาประจำปีที่แบรนด์ต่าง ๆ ใช้เป็นช่วงเวลาวันศุกร์สัปดาห์ที่สี่ของเดือนพฤศจิกายน วัดความสำเร็จด้านยอดจำหน่าย และลดล้างสต๊อกสินค้าผ่านส่วนลดต่าง ๆ ที่มากถึง 50-80% ที่ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้

พร้อมกับต่อยอดเทศกาล Black Friday ด้วย Cyber Monday ซึ่งเป็นเทศกาลลดราคาของร้านค้าอีคอมเมิร์ซในวันจันทร์ที่ต่อจากเทศกาล Black Friday ดึงดูดให้ผู้บริโภคใช้จ่ายผ่านช้อปออนไลน์ด้วยเช่นกัน

และเทศกาล Black Friday ยังกลายเป็นชื่อที่แบรนด์ในประเทศไทย นำมาใช้ทำตลาดกับการลดราคาสินค้าอีกด้วย

Boxing Day วันเปิดกล่องของขวัญที่กลายเป็นเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ในฝั่งยุโรปและออสเตรเลีย

ตามธรรมเนียมทางอังกฤษหลังวันคริสต์มาส 1 วัน หรือวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปี นายจ้างนิยมซื้ออาหาร เสื้อผ้า หรือนำเงินมาบรรจุใส่กล่องมองเป็นของขวัญให้กับลูกจ้าง เพื่อการขอบคุณที่เหนื่อยมาทั้งปี และเรียกช่วงเวลานี้ว่า Boxing Day

จากต้นกำเนิดช่วงเวลามอบของขวัญในช่วงเวลา Boxing Day ในยุค 1980 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจในอังกฤษซบเซาร้านค้าและแบรนด์ต่าง ๆ ออกมาพร้อมใจลดราคาสินค้าในวันที่ 26 ธันวาคม เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตจากผู้บริโภคที่ได้รับเงินเป็นของขวัญจากนายจ้างให้มาจับจ่ายซื้อสินค้าในราคาประหยัดมากขึ้น

จน Boxing Day ได้กลายเป็นเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ประจำปีในยุโรปและออสเตรเลียในปัจจุบัน

ส่วนในประเทศไทยเราได้เห็นแบรนด์นำคำว่า Boxing Day มาใช้กับการทำตลาดลดราคาสินค้าด้วยเช่นกัน

สำหรับเทศกาลลดราคาสินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะเทศกาลใหญ่ ๆ อย่าง 11.11, Black Friday และ Boxing Day เรามองว่าในมุมของแบรนด์และร้านค้า เป็นเหมือนโอกาสทางการขายที่สำคัญในการโละสต๊อกสินค้าที่มีอยู่ก่อนที่จบสิ้นปี เพื่อผลักดันผลประกอบการให้เติบโตและไม่ให้เงินลงทุนไปจมกับสินค้าที่สต๊อกอยู่จำนวนมาก

ส่วนผู้บริโภคคือเทศกาลใช้จ่ายของราคาประหยัดที่ทำให้รู้สึกว่าใช้เงินได้คุ้มค่ามากขึ้น



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน