จับ Gen Me ให้อยู่หมัด ด้วยโมเดลE to I ตามสไตล์ อ. ธีรพันธ์ ตอนที่ 1 ศึกษา Generation

ดร. ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ นักการตลาดคงรู้จักกันดีในฐานะ ที่ปรึกษาและนักกลยุทธ์การตลาดชื่อดัง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธรู เดอะ ไลน์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด และคอลัมน์นิสต์ชื่อดังในนิตยสารมาร์เก็ตเธียร์ และในวันนี้ อ.ธีรพันธ์ ได้เปิดมุมมองกับ มาร์เก็ตเธียร์ถึง Generation Me ที่จะกลายเป็น Generation ที่ทรงพลังในอนาคต พร้อมแนวทางจับ พฤติกรรม Generation Me ด้วยโมเดล E to I  ตามสไตล์ที่อ. วางรูปแบบไว้  

ตอนที่ 1 ศึกษา Generation

เมื่อเอ่ยถึง ทฤษฏี Generation ได้รับการศึกษาจากนักพฤติกรรมศาสตร์ หรือนักจิตวิทยา จากความเชื่อพื้นฐานว่า มนุษย์มีความแตกต่างกัน และ Generation คือการจัด Grouping ของกลุ่มคนในสังคมที่มีอายุรุ่นเดียวกันจะมีพฤติกรรมคล้ายๆ กัน บนทฤษฏี Generation เชื่อว่าคนรุ่นเดียวกันจะมีทัศนคติ ความเชื่อ ที่คล้ายๆ กัน

นักการตลาดได้นำทฤษฏี Generation มาต่อยอดถึงรูปแบบการบริโภค บนพื้นฐานความเชื่อกลุ่มคน Generation เดียวกัน จะมีพฤติกรรมการบริโภคสินค้า ความต้องการในด้านต่างๆ ที่คล้ายๆ กัน และสามารถนำมาพัฒนาเป็นกลยุทธ์การตลาดกลับไปสู่ผู้บริโภคอีกครั้ง

กลุ่ม Generation ได้แบ่งออกเป็น 8+1 กลุ่มได้แก่

Loss Generation

เป็นยุคก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1

Greatest Generation

ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 พฤติกรรมค่อนข้างเป็นทางการ ทำอะไรเพื่อประเทศชาติ

Silent Generation

อยู่ระหว่างสงครามโลกคครั้งที่ 2 เป็นยุคของการฟื้นฟู เศรษฐกิจ ประเทศ

Baby Boomer Generation

ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศไทยอายุของ Generation Baby Boomer จะอยู่ที่ประมาณ 49 ปีขึ้นไป เป็นยุคที่เด็กเกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก จากค่านิยมการมีลูกหลานมากๆ เพื่อสืบทอดมรดก และดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมบ้างาน จริงจังกับงาน เก็บหอมรอบริบ เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว

คนยุค Baby boomer เป็นยุคที่มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ ค่อนข้างเกรงใจ เมื่อพวกเขาสมัครงาน ถ้านายจ้างถามว่าต้องการเงินเดือนเท่าไร คนยุคนี้จะตอบว่า แล้วแต่นายจ้างจะเห็นสมควร และนิยมทำงานในอาชีพข้าราชการเพราะมองว่ามั่นคงที่สุด

Generation X

เป็นลูกของ Generation Baby Boomer ค่อนข้างมีอิสระทางความคิด มีความคิดสร้างสรรค์ สังคมเริ่มมี ความคิดนอกกรอบ ผู้หญิงเริ่มออกไปทำงานนอกบ้าน จากยุค Baby Boomer ที่ผู้หญิงจะเป็นแม่บ้านและให้ผู้ชายหาเลี้ยง

เริ่มมีทีวีสี แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของทีวีขาวดำอยู่ มีการฟังเพลงฮิปฮอป และเริ่มสนใจคอมพิวเตอร์ สื่ออินเทอร์เน็ตเล็กน้อยแต่ไม่ได้เป็นไฮเทคโนโลยีที่ล้ำลึกมาก

Generation Y

กลุ่มที่มีความน่าสนใจ เป็นยุคที่ต่อจาก Generation X และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นยุคที่มีความสับสนในตัวเอง จากการเลี้ยงดูของ 2 กลุ่ม Generation ที่แตกต่างกัน โดยปู่ ย่า ตา ยาย อยู่ในยุค Baby Boomer จะค่อยเตือนให้อยู่ในกรอบ ยึดติดกับกฏธรรมเนียมประเพณี ส่วนพ่อแม่ เป็นชาว Generation X จะให้อิสระอย่างเต็มที่

Generation Y จึงเป็นกลุ่มที่ได้ชื่อว่า Generation Shock ของเจ้าของธุรกิจ พวกเขามีความคิดหลังเรียบจบว่า อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เมื่อไปสมัครงานพวกเขาจะถามนายจ้างว่าจะสามารถให้เงินเดือนเท่าไร มีสวัสดิการ พักร้อนอะไรบ้าง และมีเส้นทางการเติบโตอย่างไร ซึ่งในความคิดของ Baby Boomer อาจมองว่าคนกลุ่มนี้ยังไม่เริ่มทำงานยังไม่เห็นผลงานก็ถามหาสิ่งต่างๆ เหล่านี้แล้ว

เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นใจตัวเองสูงมาก กล้าแสดงออก Baby Boomer จึงมอง Generation Y ว่าเป็นกลุ่ม “ตัวป่วน” ในที่ทำงาน เพราะพวกเขา จะคิดนอกกรอบ ต่อต้าน การตอกบัตรทำงาน การแต่งตัว การทำงานตามระเบียบแบบแผนที่เคยทำมา มีคำว่า “ทำไม” ทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ถามอยู่เสมอ พวกเขามองว่าควรวัดการทำงานที่ผลงานมากกว่า นักจิตวิทยาจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Generation “Why”

นักการตลาดสนใจ Generation Y เพราะในตลาดสัดส่วน Generation Y มีมากถึง 1 ใน 3 ของ ประชากรทั้งหมดในตลาด หรือประมาณ 19-20 ล้านคน นักการตลาดเชื่อมั่นว่าคนกลุ่มนี้มีพลังในการซื้อสินค้าในปัจจุบัน และมีอำนาจมากในการซื้อสินค้าในอนาคต

Generation Z

ลูกของ Generation Y ที่เกิดมากับไอที ไฮเทคโนโลยี มีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว สามารถใช้งานเทคโนโลยีได้โดยไม่ต้องพึ่งคู่มือ หาข้อมูลทุกอย่างด้วยตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ต จึงเกิด E-library E-Book E-Business ตามมาเป็นจำนวนมาก

Generation C

เกิดจากความเชื่อของนักการตลาดที่มองว่าสิ่งที่ผู้บริโภค Consume ส่วนใหญ่คือ Content คำว่า C จึงเกิดจาก Content เนื้อหา การตลาดจึงเข้าสู่ยุค Content Marketing

Generation C ไม่ได้จัดกลุ่มบนพื้นฐานอายุ แต่จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่บริโภค Content เนื้อหา หรือบางตำราอาจจะบอกว่า C มาจาก Computer หรือ Content + Computer ซึ่งGeneration C อาจจะเป็นได้ทั้ง Baby Boomer Generation X-Y-Z ที่ยึดติดกับการเชื่อมต่อ แชท แชะ แชร์ เชื่อมไปยังโลกออนไลน์ จะกินอะไร ทำอะไรต้องถ่ายรูปแบบบอกให้ชาวบ้านในโลกออนไลน์รู้หมด และเกิดสังคมหนึ่งที่นักการตลาดเรียกว่าการทำตลาดในสังคมโซเชียลมีเดียกับกลุ่มคนบนโลกออนไลน์

Generation Me

เป็นการ Grouping ทางพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ เทคโนโลยีใหม่ๆ ของนักทฤษฏีสมัยใหม่ที่จัด Generation X-Y-Z ซึ่งเป็น Generation ที่มีไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ โดยตัด Baby Boomer ซึ่งส่วนใหญ่ที่จะติดพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเดิม เป็น IT Phobia ออกไปและเรียก Generation นี้ว่า Generation Me และโด่งดังหลังจากที่ Time Magazine นำมาเผยแพร่ จนเกิดความสนใจว่า Generation Me คือ Only Me หรือไม่ จากสังคมก้มหน้า ไม่สนใจใครอยากทำอะไรไม่แคร์คนอื่นที่ให้เห็นในปัจจุบัน แต่ความจริงแล้ว Generation Me ไม่ได้ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่ให้ความสำคัญกับตัวเองมาก และ Generation Me ไม่ใช่ Generation M ตามที่หลายคนสับสน M มาจากคำว่าMillennial คำที่เรียกเก๋ๆ ของ Generation Y

รับชม รายการ Love & Care ช่วง Happy Corner ทางช่อง5 เวลา 9.10-9.35 น. สัมภาษณ์ ดร. ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ เรื่อง Generation Me ได้ที่

ตอนที่1.

ตอนที่2.

ตอนที่3.

ตอนที่4.

ตอนที่5

ตอนที่6

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer