บอนชอน เปิดกลยุทธ์ตั้งเป้ารายได้โต 2 หลัก ลงทุน 100 ล้านบาท ขยายสาขาปี 2566 ต่ออีก 10 แห่ง

บอนชอน ภายใต้ไมเนอร์ ฟู้ด ตั้งเป้ารายได้เติบโต Double digit ขยายสาขาเพิ่ม 10 แห่งในปีนี้ หวังเข้าเป็นอาหารมื้อหลัก  ดึง “ไบร์ท วชิรวิชญ์” นั่งเก้าอี้ Brand Ambassador คนแรก

คุณธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่ ไมเนอร์ ฟู้ด (Minor Food) ได้เข้าลงทุนในธุรกิจของบอนชอนเมื่อปี 2562 เป็นต้นมา

พบว่า ผลการดำเนินงานของบอนชอนภายใต้การบริหารงานของไมเนอร์ ฟู้ด ตลอด 4 ปี นับเป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารเรือธงที่ประสบความสำเร็จ เเละเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีเพอร์ฟอร์เเมนซ์ดีในอันดับ Top ของไมเนอร์ ฟู้ด

เนื่องด้วยตลาดไก่ทอดในไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เป็นตลาดที่ได้รับความสนใจ และมีมูลค่าสูงกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากธุรกิจที่ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ อีกทั้งมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเติบโตของคอนเทนต์เกาหลี

มีสินค้าตัวชูโรง คือ ไก่ทอด ที่ขับเคลื่อนสัดส่วนรายได้เกินกว่า 60% ของรายได้จากเมนูทั้งหมด เเต่ไม่ว่าอย่างไรบอนชอนอยู่ในตลาดที่คาบเกี่ยวกันอยู่ ระหว่างตลาดไก่ทอดเเละอาหารเกาหลี เนื่องจากร้านไม่เพียงมีเเต่เมนูไก่เท่านั้น เเต่ยังมีอาหารเกาหลีชนิดอื่นที่ผู้คนจดจำได้ อาทิ ซุนดูบูกิมจิ ต๊อกบ๊กกี เป็นต้น

ซึ่งคุณธันยเชษฐ์มองว่า ตลาดไก่ทอดยังเติบโตต่อไปได้ แบบ Double digit ในอนาคต

สำหรับปีนี้บอนชอนมีสาขาทั้งหมดในไทย 106 แห่ง  ในปีนี้เล็งลงทุน 100 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาเพิ่มมากกว่า 10 แห่ง ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ เเละต่างจังหวัดสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง

โดยที่การขยายสาขาไปในต่างจังหวัดนั้น มองโมเดลร้านแบบ Stand Alone ในปั๊มน้ำมันมากกว่า เเต่ยังคงเน้นย้ำกับการเปิดในห้างเป็นส่วนใหญ่

คุณธนกฤต กิตติพนาชนม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สพูนฟูล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บอนชอน ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วงการเเพร่ระบาด บอนชอนเน้นหนักไปที่การเปิด คลาวด์ คิทเช่น ขยายช่องทางเดลิเวอรี

ส่งผลให้รายได้ยังคงเติบโต ทำให้สัดส่วนการขายเดลิเวอรีเพิ่มเป็น 40% เเละ Dine-in 50% เเต่เมื่อสถานการณ์กลับมาปกติ จึงคาดหวังให้ช่องทาง Dine-in กลับมาอยู่ที่ 70% ตามเดิม

นอกจากนี้ กำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับมา ค่าใช้จ่ายต่อบิลหน้าร้านสูงขึ้นราว 10% หลังช่วงวิกฤต อยู่ที่ 800 บาท ขณะที่ช่องทางเดลิเวอรีอยู่ที่ราว 400-500 บาท  ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต่อบิลในต่างจังหวัดบางพื้นที่สูงกว่าในกรุงเทพฯ

เเต่การกลับมาครั้งนี้มีผู้เล่นเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ตัวเลือกของผู้บริโภคหลากหลายขึ้น ทำให้แบรนด์ต้องกลับมาโฟกัสที่หน้าร้าน เพิ่มประสบการณ์คอนเซ็ปต์ร้านใหม่ในแบบสตรีทฟู้ดเกาหลี  แต่ยังคงให้ความสำคัญกับเดลิเวอรีเช่นเดิม เนื่องจากมองว่าช่องทางนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้บริโภคไปแล้ว

คุณธนกฤตเสริมว่า กลุ่มลูกค้าหลักบอนชอน คือ กลุ่มคนอายุ 18-45 ปี โดยเฉพาะ First Jobber เเละส่วนใหญ่เป็นการรับประทานในมื้อเย็น  โจทย์ต่อไปของเเบรนด์จึงเป็นการเข้าไปอยู่ในทุกมื้อหลักของลูกค้า ทั้ง Lunch และ Breakfast เพื่อให้บอนชอนกลายเป็นเมนูอาหารที่มีความ Daily Life มากขึ้น

เเม้ช่วงซีซันนอลของบอนชอนจะสอดคล้องกับช่วงเทศกาลในไทย  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คอนเทนต์เกาหลี คือปัจจัยสำคัญในการเลือกมารับประทานอาหารเกาหลีของลูกค้าอีกด้านหนึ่ง  จากการเห็นอาหารในหน้าจอเเล้วอยากรับประทานตาม

ในอนาคตจึงอาจได้เห็นบอนชอนถูกจัดวางในซีรีส์ไทย ตัวละครนั่งรับประทานอาหารโดยมีเเบรนด์ให้เห็นกันโต้ง ๆ  ดังเช่นการโฆษณาแอบแฝงของคอนเทนต์เกาหลีก็เป็นได้

Brand Ambassador คนแรกของบอนชอน “ไบร์ท วชิรวิชญ์”

เมื่อแบรนด์เติบโตในวงกว้าง จึงต้องตอกย้ำภาพลักษณ์ของ บอนชอน ให้ชัดเจน นำไปสู่การเเต่งตั้ง Brand Ambassador คนแรกของเเบรนด์ “ไบร์ท วชิรวิชญ์” ตอกย้ำความทันสมัย โดดเด่น และเข้าถึงง่าย ของภาพลักษณ์ของแบรนด์

ด้านความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยเศรษฐกิจต่าง ๆ คุณธันยเชษฐ์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า เเม้สถานการณ์เศรษฐกิจต่าง ๆ จะยังมีความน่ากังวล เเต่เชื่อได้ว่าปีนี้โดยภาพรวมจะเป็นบวกมากขึ้น จากการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น กำลังซื้อของลูกค้าเริ่มกลับมา บอนชอนจะยังสามารถเติบโตในตลาดไปได้อีกไกล โดยตั้งเป้ารายได้เติบโต 2 หลักในปี 2566 นี้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน