ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ความบันเทิงยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของชีวิต เทียบเท่าปัจจัยที่ห้าสิ่งจำเป็นพื้นฐานไปแล้ว เเละเเม้โควิดจะส่งผลกระทบด้านลบต่อธุรกิจมากมาย เเต่ไม่ใช่กับธุรกิจเพลง

ช่วงกักตัวโควิด คนยิ่งรับชมคอนเทนต์เพิ่มความบันเทิง สตรีมมิ่งได้อานิสงส์เต็ม ๆ โดยเฉพาะกับคนไทยที่ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการใช้เเพลตฟอร์มออนไลน์ในการรับชมคอนเทนต์ติดอันดับต้นของโลกเสมอ

จากข้อมูลของสมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ ระบุว่า รายได้รวมอุตสาหกรรมดนตรีจากภูมิภาคเอเชียคิดเป็น 22.9% ของตลาดเพลงทั่วโลก

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเพลงไทย ที่ทำรายได้แตะ 100 ล้านดอลลาร์ (3,525 ล้านบาท) ได้เป็นครั้งเเรกในปี 2022 เเละกว่า 90% ของรายได้มาจากสตรีมมิ่ง ติด Top 20 ของโลก (ประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) นอกจากนั้น ด้าน physical (ซีดี, แผ่นเสียง, เทป) ยังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

อุตสาหกรรมเพลงไทยยังเติบโตเป็นเลขสองหลักติดต่อกันนานสามปี ที่ 15.4% เป็นตัวเลขที่สูงกว่าอัตราการเติบโตโดยรวมทั่วโลก ผลจากการเติบโตของสตรีมมิ่งเเพลตฟอร์ม ส่งผลให้ตลาดเพลงไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เเละในระดับเอเชีย เป็นรองจากญี่ปุ่น เกาหลี จีน อินเดีย เพียงเท่านั้น เเละอยู่ในอันดับ 23 ของโลก

คเณศวร์ เพิ่มทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย Sony Music Entertainment Thailand กล่าวว่า ช่วงหลังมือถือมีการติดตั้งสตรีมมิ่งมาให้เสร็จสรรพ อีกทั้งเเพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็รุกตลาดไทยโปรโมตมากขึ้น ประกอบกับการตระหนักรู้ของเเฟนคลับในการสตรีมมิ่ง เพื่อสนับสนุนศิลปินที่ชื่นชอบ ผู้ใช้งานรายเดือนจึงสูงขึ้นมาก เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเพลงไทยโตไปพร้อมสตรีมมิ่ง

 

อุตสาหกรรรมเพลงโลกพึ่งพาสตรีมมิ่ง

อุตสาหกรรมเพลงระดับโลก เเน่นอนว่าอันดับหนึ่งเป็นของสหรัฐอเมริกา ที่มีนักร้องตัวท็อปของโลกใบนี้มากมาย ตามติดด้วยญี่ปุ่นที่ส่งออกความบันเทิงในระดับใหญ่โลกเช่นกัน เเละอังกฤษ  เกาหลี ตลาดยุโรป อาทิ เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส

เเต่ฝั่งยุโรปจะได้เปรียบเรื่องยอดขายสตรีมมิ่ง เนื่องจากเก็บค่าสมาชิกสูงกว่าไทยหรือเอเชียมาก เนื่องจากแพลตฟอร์มจะเสนอราคาที่เเตกต่างกันไปในเเต่ละพื้นที่ ตามการประเมินกำลังซื้อของผู้บริโภค ตลาดยุโรปจึงสร้างรายได้จากสตรีมมิ่งได้สูง ตลาดจึงใหญ่กว่าที่อื่น ๆ

การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลก มาจากช่องทาง Streaming Spotify, Apple, Youtube Music ที่เริ่มมีรายได้เข้ามาทดแทนการเเสดงสด ที่เป็นผลกระทบจากช่วงโควิด

 

การพึ่งพารายได้ของธุรกิจเพลง เปลี่ยนไปทุกยุค

คเณศวร์เล่าว่า หากย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ธุรกิจเพลงหาเงินจากการจำหน่ายเทป ซีดี Merchandise เป็นหลัก เเต่ก็ต้องต่อสู้กับยุคเทปผีซีดีเถื่อน ก่อนหันไปอาศัย Live Performance จำพวกคอนเสิร์ต เฟสติวัลต่าง ๆ ทำให้พอไปต่อได้ เเต่พอเจอโควิด การเเสดงสดชะงัก  ค่ายเพลงในไทยที่เน็ตเวิร์กอาจจะยังน้อย เพราะโฟกัสเเค่ที่ตลาดเดียว จึงได้รับผลกระทบหนัก

ต่างจากค่ายเพลงใหญ่ระดับโลกที่มีคลังผลงานเพลงภายใต้การควบคุมมากมาย ทำให้มีรายได้เข้ามาไม่ขาดมือ เเละเเทบจะทดเเทนส่วนของรายได้จากการเเสดงสดที่ขาดไปได้

“คนรับสารกันเร็วขึ้น ระยะเวลาสั้น จากที่เดิมจะฟังเพลงครั้งหนึ่ง ต้องรอดูรายการตามช่วงเวลาโทรทัศน์ หรือเปิดเทป เเผ่นเสียง แต่ปัจจุบันคอนเทนต์ถูกย่อมาอยู่เเค่ในหน้าจอ ทั้งสั้น กระชับ รวดเร็ว ไม่ถูกใจก็เลื่อนผ่านอย่างไว ส่งผลให้ตลาดคอนเทนต์กลายเป็น Red Ocean ต้องเเตกต่างถึงอยู่ได้”

 

คลังเพลงคือเเหล่งขุมทรัพย์ของ Sony Music Entertainment

สำหรับ Sony Music ช่วงโควิดไม่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ด้วยความเป็นค่ายเพลงระดับโลก คลังเพลงหลักล้านชิ้นของนักร้องระดับแถวหน้าของโลก อาทิ Adele, Harry Styles, Doja Cat, Lil Nas X, Jennifer Lopez, Shakira, Miley Cyrus, The Chainsmokers, John Mayer, John Legend, Meghan Trainor ตลอดจน ทาทา ยัง, สครับ, เบเกอรี่มิวสิค

เพียงรายได้จากเพลงเหล่านี้ก็สามารถชดเชย ส่วนของการเเสดงสดที่หายไปได้เเล้ว อีกทั้งได้เทรนด์ Merchandise พยุง ผู้คนหันกลับมาซื้อแผ่นเสียงเเละของสะสมศิลปิน

อย่างไรก็ตาม เเม้สตรีมมิ่งจะสร้างรายได้ไม่น้อยแก่อุตสาหกรรมเพลง เเต่การเเสดงสด (Live Performance) ยังคงเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจเพลง หากเปรียบกับธุรกิจอาหารที่ต้องมีหน้าร้านไว้เพื่อสร้างประสบการณ์ การบริการที่ประทับใจ เวทีก็คงเป็นเหมือนหน้าร้านสำหรับธุรกิจเพลง

 

ยุคดิจิทัล ธุรกิจเพลงทำเงินได้จากที่ไหน?

ปัจจุบันรายได้ของธุรกิจ Sony Music มาจาก

1. ดิจิทัลสตรีมมิ่ง

2. ลิขสิทธิ์เพลง

เเละ 3. กลุ่มธุรกิจใหม่ (จ้างงานแสดง โฆษณา ถ่ายเเบบ เเสดงภาพยนตร์ของโซนี่พิคเจอร์)

Sony Music รายได้หลักมาจาก Subscription รายเดือน ซึ่งมากกว่าบัญชีดูฟรี เพราะคนไทยเริ่มเรียนรู้เกี่ยวเพลง สตรีมมิ่ง ลิขสิทธิ์เพื่อสนับสนุนศิลปินที่ชอบ

 

Sony Music Entertainment เลือกไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจเพลง

Sony Music Entertainment ให้ดำเนินการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอีกหลายประเทศ อาทิ พม่า ลาว กัมพูชา เเต่เลือกไทยเป็นที่ตั้งออฟฟิศใหญ่ เเละโฟกัสศิลปินใหม่ของไทยเป็นหลัก (ศิลปินในสังกัดโซนี่มิวสิคไทยปัจจุบัน ได้แก่ CDGuntee, TOFFE T!NE, __LESS และ PEARPRAPA)

เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพ ในคอนเทนต์ที่มีความสร้างสรรค์สูง  เอกลักษณ์ไทยสไตล์ รูปลักษณ์หน้าตาแบบเอเชียนลุค เเละตลาดเพลงที่ขยายตัวต่อเนื่อง

“T-pop มีคุณภาพ สามารถไปได้อีกไกล ขณะนี้ยังถือว่าอยู่ในเฟสเเรกเท่านั้น หากคนในอุตสาหกรรมเพลง ร่วมมือกันส่งออกศิลปินเเละเพลงไทยอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ไปได้ เพราะเพลงไทยมีดีเเละขายได้ด้วยตัวมันเองอยู่เเล้ว”

 

อุตสาหกรรมเพลงไทยเริ่มใหญ่ระดับโลก

รายได้อุตสาหกรรมดนตรีจากภูมิภาคเอเชีย คิดเป็น 22.9% ของตลาดเพลงทั่วโลก
2022 อุตสาหกรรมเพลงไทย ทำรายได้ 3,525 ล้านบาท โต 15.4% เป็นตัวเลขที่สูงกว่าอัตราการเติบโตโดยรวมทั่วโลก

 

90% ของรายได้ มาจากสตรีมมิ่ง จัดอยู่ใน Top 20 ประเทศที่สร้างรายได้จากสตรีมมิงของโลก *(ประเทศเดียวใน SEA)
ขนาดอุตสาหรรกรรมเพลงไทยในระดับโลก
1.สหรัฐอเมริกา
2.ญี่ปุ่น
3.อังกฤษ
4.เกาหลี
23.ไทย
ระดับเอเชีย
1.ญี่ปุ่น
2.เกาหลี
3.จีน
4.อินเดีย
5.ไทย
ระดับSEA ไทยอันดับ 1

ที่มา: Sony Music Entertainment Thailand

 

 

เพิ่มเติม : ธุรกิจของ Sony แตกออกเป็นหลายแขนง แบ่งเป็น 6 กลุ่มธุรกิจ

-Game PlayStation

-Music ธุรกิจเพลงใต้แบรนด์ Sony Music Entertainment

-Pictures

– Electronics Products and Solutions (EP&S)

-Semiconductors เซมิคอนดักเตอร์

-Financial Services ธุรกิจด้านการเงินในญี่ปุ่น เช่น ธนาคาร ประกันภัย ประกันชีวิต

*ธุรกิจที่สร้างรายได้และกำไรให้ Sony มากที่สุดคือ ธุรกิจเกม PlayStation



ติดตาม Marketeer ได้หลากหลายรูปแบบ

.
Marketeer ฉบับดิจิทัล : อ่านบน Ookbee / อ่านบน meb
.
Marketeer ฉบับ PDF : https://marketeermagazine.com/
.
Marketeer ฉบับกระดาษ : สั่งซื้อทางไปรษณีย์ Inbox มาที่ เพจ Marketeer Online