Otteri มากกว่าความเป็นที่หนึ่ง คือสร้างสังคมสุขภาพดี ด้วยร้านสะดวกซัก

ธุรกิจร้านสะดวกซัก กลายเป็นเทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มาแรงมากในช่วงที่ผ่านมา โดยมีแบรนด์ทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติต่างแทรกตัวเข้ามาชิงเค้กส่วนแบ่งในตลาด

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเติบโตของแบรนด์สัญชาติไทยอย่าง Otteri wash & dry” หรือ อ๊อตเทริ มีส่วนขับเคลื่อนธุรกิจในระดับมหภาค รวมถึงสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจ จึงไม่แปลกที่ผู้บริโภคจะเลือกโหวตให้ได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2023 ในหมวด Laundromat จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ

ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เชื่อใจและเลือกให้เป็นร้านสะดวกซักอันดับหนึ่ง พูดจากใจว่ารู้สึกดีใจมาก ๆ กับการได้รับรางวัลครั้งนี้ เหมือนเป็นความสำเร็จที่เป็นที่ชื่นชมของทั้งในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมร้านสะดวกซัก และในนามแบรนด์Otteriเอง เป็นความภูมิใจของทีมงานเรา รวมไปถึงพันธมิตรต่าง ๆ และผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ที่ร่วมกันสร้างแบรนด์ขึ้นมาจนกระทั่งเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป”

กวิน นิทัศนจารุกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้บริหารธุรกิจสะดวกซักOtteri wash & dry กล่าวถึงความรู้สึกในการได้รับรางวัลและครองความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคปี 2023

ปัจจุบันOtteri wash & dryมีจำนวนสาขาประมาณ 1,010 สาขา (อัปเดต ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2566) โดยที่อัตราสัดส่วนสาขาของบริษัทประมาณ 250 สาขา ส่วนที่เหลือจะเป็นสาขาแฟรนไชส์ ซึ่งหากมองภาพใหญ่จะเห็นว่า ไม่เพียงแต่Otteri wash & dryที่ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว แต่ตลาดรวมก็เติบโตตามไปด้วย จนหลายกระแสมองว่าธุรกิจนี้กลายเป็น Red Ocean โดยสมบูรณ์

อย่างไรก็ดี ในฐานะผู้ที่อยู่ในธุรกิจ คุณกวินกลับมองตรงกันข้าม พร้อมชี้ชัดว่านี่กำลังเป็นช่วงเวลาที่ดีจากทิศทางเชิงบวกมากมาย และมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

มุมมองคนในกับคนนอกธุรกิจจะต่างกัน คนนอกอาจเห็นว่าร้านสะดวกซักเปิดตามพื้นที่ต่าง ๆ เต็มไปหมดแล้วจนน่าจะกลายเป็น Red Ocean ซึ่งต้องบอกว่าเป็นแค่ในบางพื้นที่เท่านั้น เช่น บริเวณใกล้มหาวิทยาลัยที่มีร้านเปิดแข่งขันกันมากมาย

แต่ในความจริงแล้วธุรกิจร้านสะดวกซักเองยังเป็น Blue Ocean อยู่ เพราะปัจจุบันจำนวนร้านสาขาในไทย รวมทุกเจ้ามีประมาณ 3,500-4,000 สาขาเท่านั้น เทียบกับอัตราสัดส่วนผู้มาใช้บริการเฉลี่ยอยู่ประมาณ 500 สาขาต่อคนต่อเดือน แปลว่า ยังมีสัดส่วนแค่ประมาณ 2% กว่า ๆ ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ จะเห็นว่าตรงนี้ยังมีโอกาสเติบโตขึ้นไปได้อีก มีพื้นที่อื่น ๆ อีกมากมายในประเทศ ที่ยังไม่เคยมีร้านสะดวกซักมาก่อน เพราะฉะนั้นธุรกิจนี้ยังไปได้อีกไกล”

นอกจากนี้ ผู้บริหารOtteri wash & dryยังวิเคราะห์ว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันเป็นตัวแปรสำคัญให้ตลาดเติบโตพร้อมแนวโน้มที่ยังคงเป็นเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่ซักผ้าเองที่บ้านและกลุ่มที่จ้างคนอื่นซักผ้า เริ่มเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

ลักษณะการซักผ้าของคนไทยในปัจจุบันจะแบ่งแยกตามพฤติกรรมได้ 3 ประเภท 1. คนซักผ้าเองที่บ้าน  2. คนที่ไปจ้างคนอื่นซักผ้าหรือใช้บริการร้านซักอบรีด 3. คนที่ซักผ้าด้วยตัวเองนอกบ้าน สิ่งที่น่าสนใจคือทั้ง 3 กลุ่มมีอัตราการเข้ามาใช้บริการร้านสะดวกซักเพิ่มขึ้นจากหลากหลายปัจจัย

ตัวเลขที่ขยับตัวชัดเจนที่สุดคือ กลุ่มคนที่ซักผ้าเองที่บ้านอยู่แล้ว เริ่มมาใช้บริการมากขึ้น เพราะเครื่องซักผ้าที่บ้านอาจจะมีขนาดเล็ก ไม่เหมาะสำหรับซักผ้าขนาดใหญ่ เช่น ผ้านวมหรือผ้าปูที่นอน หรือถ้าหากส่งผ้าประเภทนี้ไปซักกับร้านซักอบรีดก็ต้องรอประมาณ 3 วัน ดังนั้น การมาใช้บริการที่ร้านของเราทำให้เขาสามารถซักอบจบภายใน 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ทำนองเดียวกัน กลุ่มคนที่จ้างคนอื่นซักเป็นประจำอยู่แล้ว ก็เริ่มมองว่าผ้าบางชนิดไม่จำเป็นต้องส่งไปร้านซักอบรีด เช่น เสื้อนอน เสื้อกีฬา เสื้อยืด หรือกางเกงยีน สามารถที่จะประหยัดได้โดยการมาใช้บริการที่Otteri wash & dry เพราะฉะนั้นอัตราสัดส่วนของกลุ่มประชากรสองกลุ่มดังกล่าวจึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

สำหรับกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ Otteri wash & dryยังชูแกนหลักผ่านกลยุทธ์การทำ Royalty Program ผ่านการใช้งาน Mobile Application (ทั้ง iOS และ Android) โดยตัวแอปพลิเคชันยังมาพร้อมฟังก์ชันรูปแบบการทำงานที่สามารถอำนวยความสะดวกสบายได้มากมาย ทั้งสามารถชำระค่าบริการเครื่องซักและอบผ้าผ่านแอปฯ ในโทรศัพท์มือถือ สามารถตรวจสอบเวลาในการซักและอบผ้าได้ มีระบบการแจ้งเตือนให้ทราบเมื่อซักหรืออบผ้าเสร็จ สามารถตรวจสอบสถานะเครื่องว่าว่างหรือไม่ว่างได้ทันทีก่อนเข้าใช้บริการสาขาที่ต้องการ หรือตรวจสอบราคาโปรโมชันและค้นหาสาขาใกล้ตัวได้สะดวก อีกทั้งยังมีสิทธิพิเศษ สะสมแต้มแลกของรางวัลต่าง ๆ อีกมากมาย

เราเน้นหนักในกลยุทธ์เกี่ยวกับ Royalty Program หรือการทำ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้าในลักษณะการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันOtteri wash & dry ที่มอบทั้งความสะดวกในด้านต่าง ๆ อย่างครอบคลุม และทุก ๆ การใช้บริการจะมีการสะสมเลเวล เมื่อเลเวลสูงขึ้นลูกค้าเองจะสามารถทำ Personalize Promotion สำหรับตัวเองได้ โดยสามารถเลือกราคาพิเศษในวันและเวลาที่คุณต้องการได้ตามใจตามความสะดวกในการมาซักผ้าของตนในวันและเวลานั้น ๆ

ซึ่งการทำ CRM นี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ เพราะจะเป็นคนกำหนดโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของตัวเองได้แบบอิสระ”

ในส่วนของเป้าหมายการเติบโตในอนาคต Otteri wash & dryตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 1,300 สาขาภายในปี 2566 พร้อมแผนเติบโตในตลาดต่างประเทศยกระดับสู่การเป็น International Company และ Global Company ต่อไป รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี ผ่านร้านสะดวกซัก

“ตอนที่เริ่มต้นธุรกิจเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าเราอยากที่จะเป็น National Champion ในธุรกิจร้านสะดวกซัก ซึ่งวันนี้เราได้มาถึงจุดนั้นแล้ว เรากล้าพูดได้ว่าปัจจุบันเราเป็นแบรนด์ร้านสะดวกซักอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งก้าวต่อไปของเราคือการออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ ยกะดับจาก National Company ให้เป็น International Company และเติบโตต่อเนื่องสู่การเป็น Global Company ในอนาคต

เราตั้งใจจะให้แบรนด์ Otteri wash & dry เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ และทำให้สังคมหรือทุก ๆ ที่ที่แบรนด์ของเราไปตั้งอยู่มีการรับรู้มากขึ้นในเรื่องความสะอาด โดยจุดมุ่งหมายของเราคือต้องการให้ทุกคนและทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงเสื้อผ้าสะอาดได้ในราคาประหยัดมากขึ้น นี่คือความตั้งใจใหม่ของแบรนด์เรา

เราให้คำมั่นสัญญาว่าพร้อมจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้นซึ่งไม่ใช่แค่เกี่ยวกับธุรกิจร้านสะดวกซักเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การทำทุก ๆ อย่างเพื่อช่วยเหลือสังคมให้มากขึ้น ทั้งโครงการต่าง ๆ ที่เป็น CSR ของบริษัท และอื่น ๆ สัญญาว่าการมีอยู่ของร้านเราจะทำให้สังคมไทยดีขึ้นตลอดไป”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



ติดตาม Marketeer ได้หลากหลายรูปแบบ

.
Marketeer ฉบับดิจิทัล : อ่านบน Ookbee / อ่านบน meb
.
Marketeer ฉบับ PDF : https://marketeermagazine.com/
.
Marketeer ฉบับกระดาษ : สั่งซื้อทางไปรษณีย์ Inbox มาที่ เพจ Marketeer Online