เป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษเเล้ว หลังจากซีรีส์แอนิเมชันไซไฟ “Mobile Suit Gundam” เปิดตัวทางโทรทัศน์ของญี่ปุ่น กันดั้ม คือเรื่องราวกล่าวถึงอนาคตอันไกลโพ้นที่ตัวละครต่อสู้กันในหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่พวกเขาเรียกว่า “Mobile Suit”
ก่อนที่จะผลิตสินค้าต่อยอดจากอนิเมะ เป็นหุ่นประกอบมือ ที่สุดท้ายได้กลายมาเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากกว่าสินค้า Kit Model ของอนิเมะอื่น ๆ
แม้ลูกค้าบางคนอาจไม่ได้เป็นแฟนคลับของเรื่องกันดั้ม เเต่ชื่นชอบการประกอบ ปรับแต่ง ก็เข้ามาอยู่ในคอมมูนิตี้ได้เช่นกัน
โมเดลกันดั้มพลาสติก กันดั้มพลาโม หรือ กันพลา เป็นโมเดลคิตตัวละครของกันดั้ม ลิขสิทธิ์ โดย Bandai ได้รับความนิยมในหมู่แฟนอนิเมะเป็นอย่างมาก
กันพลาเริ่มผลิตช่วงทศวรรษ 1980 ชื่อ กันพลา เป็นชื่อที่มาจากคำว่า “gundam plastic model kits”
ปลายทศวรรษ 1970-1980
โมเดลกันดั้มพัฒนามาจาก Mobile Suit Gundam ที่เปิดตัวในปี 1979 ในรูปแบบรายการโทรทัศน์ แต่ตอนนั้นรายการยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เเต่ก็เริ่มผลิตตัวของเล่นออกมาเเล้ว โดยใช้บริษัท Clover เป็นบริษัทของเล่นญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งในปี 1973 และปิดตัวลงในปี 1983 เพราะยอดขายกันพลาไม่ดีนัก
กลับมาอีกครั้งในปี 1980 เเต่เปลี่ยนมือมาอยู่ในความดูเเลของ Bandai บริษัทที่ได้รับสิทธิ์ในการผลิตโมเดลจากแฟรนไชส์กันดั้ม ซึ่งหลังมาอยู่ภายใต้ Bandai เป็นช่วงที่โมเดลคิตได้รับความนิยมสูงสุด
กันดั้มเป็นผู้ริเริ่มเทรนด์ Real Robot ขึ้นมา โดยหันมาโฟกัสที่หุ่นยนต์สมจริง มุ่งไปในกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและผู้ใหญ่ แทนที่จะเป็นซูเปอร์โรบอตในรูปแบบของเล่นเด็กที่ Clover เคยสร้างไว้
กันดั้มเริ่มได้รับความนิยมหลังทำเป็นภาพยนตร์ไตรภาค หุ่นเกือบทุกตัวในซีรีส์นี้ถูกสร้างเป็นโมเดลคิต ตั้งแต่โมบิลสูทไปจนถึงเครื่องบินและเรือรบอวกาศ
เเต่หุ่นในชุดแรก ยุคแรกอาจยังไม่ไหลลื่นเท่ารุ่นใหม่ ๆ ข้อต่อยังติดขัด และรายละเอียดต่ำ
ซึ่งยุคหลังก็ได้พัฒนา System Injection ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำให้ชิ้นส่วนชิ้นเดียวสามารถหล่อด้วยพลาสติกหลายสีพร้อมกันได้ ช่วยลดความจำเป็นในการทาสีแบบจำลอง
กลางทศวรรษ 1980–1990
หลังจากที่ไลน์โมเดลของ Gundam Sentinel ที่ออกมาในปี 1987 ได้นำเสนอโมเดลแบบ snap-fit ที่ต้องใช้กาวในการประกอบ ได้เปลี่ยนหน้าตากันพลาไป คือ กลายเป็นมาตรฐานนับเเต่นั้นว่า การประกอบไม่ต้องใช้กาวเเล้ว
ซึ่งรุ่นที่ถือกำเนิดของกันพลา คือ 13RX-78-2 กันดั้ม ไม่เพียงแต่เป็นหุ่นเรือธงของ Mobile Suit Gundam เท่านั้น แต่ถือเป็นรุ่นที่ทำให้เกิดหุ่นรุ่นถัดมา เพราะ RX-78-2 ผ่านการทดสอบเพื่อมาเป็นพิมพ์เขียวให้กับกันดั้มตัวที่ตามมา
แม่พิมพ์โลหะของโมเดลกันดั้ม RX-78-2 ขนาด 1:144 รุ่นเก่า
ในปี 1990 Bandai ได้สร้างระบบเกรดเพื่ออธิบายรายละเอียดและคุณภาพของชุดแต่ละชุด ซึ่งผู้ที่จะพาตนเองเข้ามาในวงการนี้ต้องรู้จักการเเบ่งเกรดนี้เป็นอย่างดี
โดยได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ High Grade (HG) ยกระดับคุณภาพโมเดลขึ้นอีก ชุดคิต High Grade (HG) คือเกรดที่มีรายละเอียดสูง คุณสมบัติต่าง ๆ คล้ายกับโมเดลขนาดใหญ่ แม้ว่าจะมีมาตราส่วน 1:144 ก็ตาม
ชุดอุปกรณ์ของเกรดนี้จะมีการประกอบแบบ snap-fit เฟรมภายในที่เชื่อมต่อกัน และใช้เทคนิคการขึ้นรูปที่เรียกว่า System Injection โดยจะมีการหล่อหลายสีในส่วนเดียวกัน
ปี 1995 เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Master Grade (MG) สเกล 1:100 เป็นกลุ่มที่มีชิ้นส่วนมากขึ้น รายละเอียดดีขึ้น ได้รับการออกแบบและผลิตด้วยมาตรฐานที่สูงกว่ารุ่นอื่น ๆ ชุดอุปกรณ์เกรดนี้จะใช้เวลาในการสร้างนานกว่า และราคาแพงกว่าเกรดที่ต่ำกว่า โดยสรุปโมเดล High Grade (HG) จะมีรายละเอียดน้อยกว่า Master Grade (MG) โดย HG จะสั้นกว่า MG ประมาณ 2 นิ้ว
ปี 1998 เปิดตัวรุ่น 1:60 Perfect Grade (PG) รุ่นนี้มีรายละเอียดและข้อต่อที่กว้างขวาง คุณสมบัติการส่องสว่าง และระบบโครงร่างตัวถังพัฒนาขึ้น โดยปกติแล้ว สาย PG จะมีราคาแพงที่สุดในบรรดาชุด Gunpla kits ทั้งหมด และมีโมบิลสูทเพียงไม่กี่ชุดเท่านั้นที่ออกจำหน่ายในเกรดนี้
ในปี 1999 เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 20 ปี Bandai ได้เปิดตัวโมบิลสูท 1:144 First Grade (FG) จากซีรีส์กันพลาดั้งเดิมขายเป็นรุ่นราคาประหยัด ชุดอุปกรณ์แบบ snap-fit เน้นไปที่ความเรียบง่ายของชุดอุปกรณ์ดั้งเดิม แต่ออกแบบทันสมัยกว่า ชุดอุปกรณ์คุณสมบัติจะใกล้เคียงกับ Perfect Grade
ยุค 2000
สำหรับ โมเดล Mobile Suit Gundam SEED มีการเปิดตัวเกรดเพิ่ม เป็น non-graded (NG) 1:144 เเละ 1:100 เเบบ snap-in ข้อต่อบางส่วนไม่ได้เคลื่อนไหวได้ทั้งหมด เป็นรุ่นที่เปิดมาเพื่อขายในราคาปลีกต่ำกว่ารุ่นอื่น
ในช่วงทศวรรษนี้เองที่คำว่า “กันพลา” ได้รับการประกาศใช้อย่างเป็นทางการโดย Bandai
ในปี 2010 Bandai ได้เปิดตัวชุด กันดั้ม RX-78-2 Mega Size Model 1:48 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ซึ่งโมเดล RX-78 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด เรียกได้ว่าเป็นรุ่นพื้นฐานที่นักสะสมทุกคนต้องมี
ในปีเดียวกันนั้น Bandai ได้เปิดตัวไลน์ Real Grade (RG) 1:144 ตามด้วยซีรีส์ Ecopla ซึ่งเป็นซีรีส์ High Grade Universal Century (HGUC) ซึ่งจะดูสมจริงมากขึ้นด้วยการเพิ่มรายละเอียดพื้นผิว การแยกสี และรายละเอียดทางกลไกเพิ่มเติม ชุดนี้จะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าข้อต่อ Advanced MS เเละเป็นปีเเดียวกับที่ออกไลน์ Super Deformed (SD)
ปี 2011 Bandai ได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Entry Grade (EG) ซีรีส์โมเดลราคาประหยัด ที่คล้ายกับกลุ่ม NG และ FG 1:144 ซึ่งจำหน่ายเฉพาะในบางส่วนของเอเชียเท่านั้น ต่างจากชุดคิตอื่น ๆ ที่มีขนาดเดียวกัน ในปีเดียวกันนี้ก็ได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Advanced Grade (AG)
เเบ่งออกเป็นซีรีส์ได้เป็น
1970-1989 Series
1990-1999 Series
2000-2009 Series
2010-2019 Series
2000-Present Series
Bandai Namco Group
ยอดขายซีรีส์ Mobile Suit Gundam ปี 2021 เมื่อแยกตามภูมิภาค ปี 2021 Bandai Namco Group รายได้เกือบ 68% ของยอดขายซีรีส์ Mobile Suit Gundam อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของกันดั้มเอง แม้ว่าสื่อและสินค้าของกันดั้มจะได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น แต่ในต่างประเทศยอดขายก็ไม่น้อยหน้า เอเชียอยู่ที่ 22% เเละยุโรป 10% ตามลำดับ นับเป็นหนึ่งในสามของยอดขายทั้งหมด
ซีรีส์ Mobile Suit Gundam จะโดดเด่นมากที่สุดของกันพลา ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมายอดขายหลายร้อยล้านชิ้นมาจากซีรีส์นี้
กันพลากันดั้มตัวแรกเปิดตัวปี 1980 สนนราคาเพียง 3 ดอลลาร์ บางชุดของกันดั้มได้รับการดีไซน์ขึ้นมาใหม่โดยไม่เคยปรากฏในซีรีส์อนิเมะมาก่อน
ซึ่งในช่วงโควิดที่ผ่านมาดูเหมือนว่าสินค้าฟุ่มเฟือยเหล่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบเลย เเต่กลับมียอดขายเพิ่มสูงขึ้น ปี 2021 กันพลามียอดขายเพิ่มขึ้น 10% และทำรายได้ให้กับ Bandai Namco มากกว่า 290 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในปี 2020 ที่บริษัทเตรียมลอนช์ซีรีส์ครบรอบ 40 ปี ต้องขยายโรงงานแห่งใหม่เพื่อให้เพียงพอต่อการผลิต
ยอดขายของ Bandai Namco Group’s Mobile Suit Gundam series
2020 78.1 พันล้านเยน (19,433 ล้านบาท)
2021 95 พันล้านเยน (23,638 ล้านบาท)
2022 101.7 พันล้านเยน (25,306 ล้านบาท)
Bandai ขายกันพลาได้มากกว่า 100 ล้านชุดทั่วโลกระหว่างปี 1980-1984 และมากกว่า 300 ล้านชุด ภายในเดือนปี 1999 ขณะที่ปี 2010 ขายได้ประมาณ 450 ล้านชุด จากโมเดลกันดั้มเกือบ 2,000 รุ่น
ขณะที่ปี 2021 Bandai Namco มียอดขาย 714.84 ล้านชุด นับเป็นกันดั้มรุ่นเบสิก 538.24 ล้าน (ตั้งแต่ปี 1980) และ SD Gundam 176.6 ล้าน (ตั้งแต่ปี 1987)♦
.
อ่าน : Gundam: หุ่นยนต์ในจอสู่แบรนด์พันล้านขวัญใจ Hobbyist
อ่าน : เริ่มแล้ว “GUNDAM docks at THAILAND” งานแสดงกันดั้มครั้งใหญ่สุดในไทย
อ้างอิง: statista, comicbook, Nikkei Asia, Gundumwiki, companiesmarketcap, forbs,
–





