เจ้าสัว ทำความรู้จักของฝากรายได้กว่าพันล้านจากโคราชสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ

วันนี้ บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ทายาทรุ่นที่ 3 กำลังยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และ ยื่นไฟลิ่ง ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.

เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)

เชื่อว่าหลายคนเคยได้ลิ้มลองผลิตภัณฑ์ของเจ้าสัวที่มีทั้งขนมขบเคี้ยว (Snack) เช่น ข้าวตัง ขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากเนื้อหมู แครกเกอร์ธัญพืช หนังปลา

และอาหาร ที่มีทั้งอาหารพร้อมปรุง เช่น กุนเชียง หมูยอ ไส้กรอกอีสาน และแหนม และอาหารพร้อมรับประทาน เช่น หมูหยอง หมูสวรรค์ หมูนุ่มเส้น หมูเส้นฝอย และหมูทุบ

จากรุ่นที่ 1 สุ่รุ่นที่ 3 ท่ามกลางคู่แข่ง ตามไปศึกษาวิธีคิดของรุ่นที่ 1 “เพิ่ม โมรินทร์” (แซ่เตีย) กันว่าเขามีวิธีคิดในการสร้างแบรนด์นี้ในยุคเริ่มต้นอย่างไร

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2501 หรือเมื่อ 65 ปีที่แล้ว คุณปู่เพิ่มเดิมมีอาชีพขายของชำในย่านคลองเตย ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งที่นี่มีกลุ่มชาวบ้านนิยมเลี้ยงหมูจำนวนมาก จึงมีความคิดที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเอามาทำเป็นหมูหยอง หมูแผ่น กุนเชียง ส่งขายไปยังกรุงเทพฯ

ต่อมาเปลี่ยนกลยุทธ์มาขายในนครราชสีมาแทนโดยเปิดเป็นร้านขายของฝาก และเริ่มกระจายสินค้าออกสู่ร้านค้าตามแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา เช่น อนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี (ย่าโม)

จนกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อในเวลาต่อมา ภายใต้สโลแกน “เตียหงี่เฮียง สุดยอดของฝากจากโคราช รับประทานเองก็ถูกปาก เป็นของฝากก็ถูกใจ”

ปี 2526  ตอกย้ำความอร่อยและสะอาดจาก เชลล์ชวนชิม ของ ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

ปี 2541  ได้ผลิตสินค้าตัวใหม่ โดยรู้จักทั่วกันในนาม “ข้าวตังเจ้าสัว” โดยเปลี่ยนเครื่องหมายการค้าเป็น “เจ้าสัว” และส่งออกข้าวตังหมูหยองไปจำหน่าย ณ ฮ่องกง ซึ่งต่อมาก็ได้ส่งสินค้าชนิดอื่น ๆ ออกไปจำหน่าย ได้แก่ หมูหยองและหมูแผ่น

โดยปี 2545 เปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าของฝากบนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ ในชื่อ “ศูนย์เจ้าสัว” บริเวณริมถนนมิตรภาพ

ส่วนปี 2551  เริ่มมีแฟรนไชส์เจ้าสัวตามปั๊ม ปตท. ต่าง ๆ กว่า 10 ร้าน ก่อนขยายไปยังปั๊ม ปตท. อื่น ๆ ในเวลาต่อมา

ต่อมาปี 2564  ณภัทร โมรินทร์ (รุ่น 3)  เริ่มทรานส์ฟอร์มตัวเอง ด้วยการรีแบรนด์ โดยกำหนดแนวคิด ‘กินดี อยู่ดี’ ให้กับแบรนด์ที่เน้นของคุณภาพ พร้อม ๆ กับเปลี่ยน Brand positioning จากเดิมที่วางตัวเป็นสินค้าของฝากประจำจังหวัด ให้เป็นของกินเล่นที่กินได้ทุกวัน

ผ่านแคมเปญเจ้าสัว สูตรลับความอร่อย ที่ได้ครอบครัวลิเดีย ศรัณย์รัชต์-แมทธิว และลูก ๆ มาเป็นพรีเซนเตอร์

ปี 2566 มีนาคม  คว้า “เจมส์ จิรายุ” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่ พร้อมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ผ่านคอนเซ็ปต์ “อร่อยง่าย ได้โปรตีน”

ล่าสุดได้เปิดตัวเจ้าสัว สแนคซ์” ซับแบรนด์ใหม่ของเจ้าสั ผ่าน “พอร์ค ครั้นชี่ หมูแท่งกรอบ เพื่อตอกย้ำการก้าวสู่ผู้นำตลาดขนมขบเคี้ยว “Protein Snack”

Protein Snack ของเจ้าสัว คือ ตลาดใหม่ในตลาดขนมขบเคี้ยวที่ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ต้องการสร้างขึ้นมา หวังให้เป็นผู้นำตลาด เหมือนเถ้าแก่น้อยที่เคยสร้างตลาดสาหร่ายขึ้นมาในประเทศไทย

ปี 2563 ในช่วงวิกฤตโควิด เจ้าสัวสามารถทำรายได้แตะ 1 พันล้านบาทเป็นครั้งแรก คือ 1,121  ล้านบาท กำไร 113 ล้านบาท

ปี 2564 รายได้ 1,152 ล้านบาท กำไร 64 ล้าน

และปี 2565 รายได้ 1,425  ล้านบาท กำไร 86 ล้านบาท

9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้ 1,063 ล้านบาท กำไร 117 ล้านบาท

วันนี้สัดส่วนรายได้ของ เจ้าสัว มาจากขนมขบเคี้ยวเป็นหลัก โดยในปี 2565 จำนวน 78.9% (1,124 ล้านบาท) มาจากขนมขบเคี้ยว และมาจากผลิตภัณฑ์อาหาร 20.3% (288 ล้านบาท)

การเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการ

ปี 2567 “เจ้าสัว” ตำนานบทใหม่ของเอสเอ็มอีไทย จะเริ่มขึ้นอีกครั้งในตลาดหลักทรัพย์ฯ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer