“บัญชี Netflix มีไว้สำหรับคุณเอง และสำหรับแชร์กับผู้ที่อยู่อาศัยในครัวเรือนเดียวกัน” ประกาศอย่างเป็นทางการของเน็ตฟลิกซ์ (ประเทศไทย) วันที่ 24 พ.ค. 66
ทำให้โพสต์ หาบ้าน (หารเน็ตฟลิกซ์) ในกลุ่มคอมมูนิตี้เน็ตฟลิกซ์บนเฟซบุ๊กซบเซาไปตาม ๆ กัน
นโยบายดังกล่าวเป็นไปเพื่อลดการใช้งานแบบหารหลาย ๆ คนที่อยู่คนละครัวเรือนต่อบัญชี ซึ่งละเมิดวัตถุประสงค์ของบริษัทที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้กลุ่มครัวเรือนของผู้บริโภค
และจะทำให้บริษัทรับรู้รายได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากแต่ละเมมเบอร์ เพราะไม่ต้องถูกลดทอนยอดจากการซิกแซ็กไปร่วมแชร์ค่าสมาชิกกับเมมเบอร์ต่างครัวเรือน
โดยเน็ตฟลิกซ์ใช้การจำกัดการใช้งานของเมมเบอร์ให้อยู่ในเฉพาะพื้นที่ครัวเรือนเดียวกัน ด้วยการตรวจจับ IP Adress ของแต่ละดีไวซ์ที่ใช้งานว่าเชื่อมต่ออยู่กับไวไฟเครือข่ายเดียวกันหรือไม่
หรือหากผู้ใช้มีทีวีเป็นดีไวซ์สำหรับรับชมในครัวเรือน เน็ตฟลิกซ์ก็จะใช้ดีไวซ์ดังกล่าว เป็นตัวนำสำหรับอ้างอิงเครือข่ายไวไฟของดีไวซ์พกพาอื่น ๆ ว่าเป็น IP Adress เดียวกับทีวีหรือไม่ เนื่องจากทีวีเป็นช่องทางที่ติดถาวรกับบ้านอยู่แล้ว
กรณีใช้งานนอกสถานที่ เน็ตฟลิกซ์จะใช้วิธีจดจำการเข้าใช้งานผ่านเครือข่ายไวไฟในครัวเรือนว่าอยู่ในกรอบระยะเวลาที่มีความสม่ำเสมอหรือไม่
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้งานอยู่ในครัวเรือนเดียวกันกับเมมเบอร์หลัก ก็ยังสามารถใช้งานบัญชีร่วมกันได้ ด้วยแพ็กเกจเสริม 99 บาทต่อเดือน (งดเว้นสำหรับเมมเบอร์หลักที่สมัครแพ็คเกจผ่านพันธมิตร อาทิ ค่ายมือถือ หรือใช้บริการเรียกเก็บค่าบริการผ่านบริษัทอื่น)
อ้างอิงข้อมูลจากบริษัทวิจัยข้อมูลและการตลาด ยูโกฟ (YouGov) เผยแพร่มาร์เก็ตแชร์ของตลาดวิดีโอ สตรีมมิ่งในไทย รูปแบบบอกรับสมาชิกที่ให้ลูกค้าจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนเพื่อดูคอนเทนต์แบบไม่มีโฆษณา ที่เผยแพร่ออกมาในเดือน พ.ย. 66
พบว่าเน็ตฟลิกซ์มีส่วนแบ่งมากที่สุด (35%) ทั้งข้อมูลจาก WeTv ยังพบว่าคนไทยสมัครเป็นสมาชิกวิดีโอ สตรีมมิ่งมากถึง 26 ล้านคน และมากถึง 92% ใช้บริการดังกล่าวมากกว่า 1 แพลตฟอร์ม
–


