วอลโว่ ทุ่มหลักร้อยล้านบาท ตั้งศูนย์ซ่อมและรีไซเคิลแบตเตอรี่ในไทย มองไกลช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเปลี่ยนรอบแบตฯ ผู้ใช้ 10 ปีข้างหน้า เตรียมเปิดตัวเอสยูวีไฟฟ้าใหม่ Volvo EX90 ครึ่งหลัง ปีนี้ สานแผนขายอีวี 100% ภายใน 2025 เร็วกว่าตลาดโลก 5 ปี
คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัทเพิ่มเติมรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลังในพอร์ตอีวีเดิมอย่าง Volvo C40, XC40 ก่อนตามมาด้วยการเปิดตัว Volvo EX30 เพิ่มเติมพอร์ตโปรดักต์ต่ำกว่า 2 ล้านบาทของบริษัท ทั้งหมดเป็นไปเพื่อขยายมาร์เก็ตแชร์ในตลาดรถยนต์อีวีต่อเนื่อง
ปี 2566 ยอดขายของวอลโว่เติบโตขึ้น 24% อยู่ที่ประมาณ 4,000 คัน สูงสุดในรอบ 27 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2539 แบ่งเป็นสัดส่วนของพอร์ตอีวี 56% ปลั๊กอินไฮบริด 44%
แผนดำเนินงานปี 2567 เริ่มส่งมอบ Volvo EX30 เดือน ก.พ. 2567, เปิดตัว Volvo EX90 ซึ่งเป็นรุ่นทอปสุดของตระกูลอีวีทรงเอสยูวี EX ภายในครึ่งปีหลัง ส่วนพอร์ตทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาดเดิม ยังไม่มีการอัปเดตรุ่นไมเนอร์เชนจ์
เป้าปี 2567 เติบโตไม่น้อยกว่า 20% สัดส่วนยอดขายเป็นพอร์ตอีวี 80% ปลั๊กอินไฮบริด 20%
นอกจากนั้น ไตรมาส 1/2567 บริษัทเตรียมจัดตั้งศูนย์ซ่อมและรีไซเคิลแบตเตอรี่ในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นแห่งที่ 4 ของศูนย์ที่บริษัทแม่มี โดยจะตั้งอยู่ในโซนกรุงเทพฯ ปริมณฑล ใกล้คลังสินค้าเดิมของบริษัท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ มูลค่าลงทุนหลักร้อยล้านบาท
ระยะแรกเริ่มต้นด้วยโครงการ รีไซเคิลแบตเตอรี่ผ่านความร่วมมือกับ TES ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีที่ยั่งยืนจากสิงคโปร์ โดยโครงการเหล่านี้ไม่เพียงมุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน
แต่ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการเป็นเจ้าของ (total cost of ownership) รถยนต์อีวีและปลั๊กอินไฮบริดของลูกค้าวอลโว่ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายแฝงอย่างการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว และวางโพสิชันนิ่งตัวศูนย์ให้สามารถขยายขีดความสามารถในการให้บริการสู่ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ ตลาดผู้ใช้วอลโว่ในอินเดีย อีกด้วย
ลอนช์บริการหลังการขายแบบออนไซต์ เซอร์วิส โดยลูกค้าสามารถแจ้งขอรับบริการได้ผ่านทางสมาร์ตโฟน 100% หลังปัจจุบันบริษัทมาถึงจุดที่มีประชากรวอลโว่มากเพียงพอในการสร้างระบบนิเวศผ่านบริการดังกล่าว
โดยครึ่งแรก ปี 2024 บริการข้างต้นจะอยู่ในขั้นตอนการทดลอง ปรับปรุงระบบ ก่อนทยอยปล่อยให้ลูกค้าใช้งาน สำหรับรับบริการหลังการขายจากดีลเลอร์ตามแนวทางข้างต้น ภายในช่วงครึ่งปีหลัง
ด้านคลังสินค้าและศูนย์บริการตรวจเช็กรถตามขั้นตอนโดยละเอียดก่อนส่งมอบแก่ลูกค้าอย่าง Volvo Car Thailand Central Distribution & Training Center บางนา พื้นที่กว่า 23,331 ตร.ม. ได้เริ่มโครงการติดตั้งหลังคาโซลาร์แล้ว ซึ่งหากแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 2567 ก็จะพร้อมปฏิบัติการได้ด้วยพลังงานจากแหล่งไฟฟ้าหมุนเวียนแบบ 100%
และปี 2567 บริษัทยังวางแผนเปิดศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร Volvo Certified Damage Repair Centre แห่งที่ 3 ในไทย รองรับฐานลูกค้าของวอลโว่ในประเทศที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แผนระยะยาว 3 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าขายรถยนต์อีวี 100% ในประเทศไทย ภายในปี 2025 เร็วกว่าโกลบอลแพลนซึ่งอยู่ที่ภายในปี 2030
ภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์อีวีในไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถูกขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภคเป็นหลัก ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ประมาณกว่า 2,200 แห่ง ยังคงน่ากังวลต่อการรองรับความต้องการใช้งานของผู้บริโภคอย่างเพียงพอ
โดยบริษัทเชื่อว่าส่วนงานนี้ที่จะต้องเติบโตโดยเร็ว จะช่วยสร้างให้เกิดการจ้างงาน และโอกาสใหม่ ๆ ในอุตฯ ซึ่งจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ ผ่านการทำงานร่วมกันทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ตลอดจนการเตรียมรับมือกับการมาถึงของรอบเสื่อมสภาพแบตเตอรี่ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าใน 5-10 ปีข้างหน้า ก็เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในอุตฯ ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน
–


