ตลาดโรงแรมในไทย ปี 2024 เงินผู้บริโภคสะพัด 9,000 ล้านบาท ขยายตัว 114% รับดีมานด์นักท่องเที่ยวฟื้นตัวดี “โรงแรมไลฟ์สไตล์” จะกลายเป็นเทรนด์กระแสหลัก ผู้ประกอบการก้าวข้ามระดับดาว ด้วยเซอร์วิสประสบการณ์โลคอล
| ตลาดโรงแรม เงินสะพัด 9 พันล้าน
“ไลฟ์สไตล์ โฮเทล” เสิร์ฟประสบการณ์โลคอล มัดใจผู้บริโภคเช็กอินซ้ำ เทรนด์มาแรง |
||
| ค่าเฉลี่ยมูลค่าเงินสะพัดจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาคโรงแรมในไทย
ปี 2011-2020 (ล้านบาท) |
11,700 | |
| คาดการณ์ ปี 2024 (ล้านบาท) | 9,000
เติบโต 114% จาก 4,200 ปี 2023 |
|
| ผู้เล่นหลักของกลุ่มโรงแรมไลฟ์สไตล์ในไทย | บริษัทแม่ | มาร์เก็ตแชร์แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ในเครือ |
| Accor | ฝรั่งเศส | กว่า 30% |
| IHG | อังกฤษ | กว่า 20% |
| Marriott | สหรัฐอเมริกา | เกือบ 20% |
| The Standard | สหรัฐอเมริกา | 10% |
| Ascott | สิงคโปร์ | 5% |
| Hyatt | สหรัฐอเมริกา | 5% |
| ที่มา: JLL Hotels & Hospitality Group/CoStar Group, มกราคม 2024 | ||
รูป 1
ภาพรวมตลาดโรงแรมในประเทศไทย ปลายปี 2023 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมอยู่ที่ 95% ของปี 2019 (ก่อนโควิด-19) แต่ผลประกอบการดีกว่าปีนั้นมาก เนื่องจากราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) สูงกว่าปี 2019 ถึง 25% รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรดีขึ้น แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะค่าแรง ซึ่งจะส่งผลมายังการกดดันการควบคุมต้นทุนในปี 2024 ขณะที่การเติบโตของ ADR จะชะลอลงและทรงตัว
หากนับตามเซกเมนต์ โรงแรมระดับกลางและประหยัดมีอัตราการเข้าพักสูงกว่าปี 2019 แต่การเติบโตของราคาห้องพักค่อนข้างช้า ส่วนโรงแรมระดับอื่น ๆ ตามหลังโรงแรมระดับหรูหราและ Upper Upscale ในแง่การแซงระดับปี 2019 แต่ช่วงปลายปี 2023 ก็ตามทัน ทำให้ภาพรวมการฟื้นตัวค่อนข้างสมดุลในปี 2024
โคสตาร์ คาดการณ์ว่า ดีมานด์และอัตราการเข้าพักในกรุงเทพฯ จะยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดในอดีตอีกสักระยะ แต่รายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) ยังเป็นบวก เนื่องจากราคาห้องพักสูง โดยคาดว่าจะสูงกว่าปี 2019 ถึง 18% ตลอดปี 2024
ขณะที่ตัวเลขการจองล่วงหน้าของโรงแรมในไตรมาส 1/2024 ยังคล้ายคลึงกับปี 2023 โดยตลาดหลักที่เติบโตเร็วกว่าปีที่แล้ว คือ พัทยา และรีสอร์ตชายฝั่งทะเลใต้
การฟื้นตัวของผู้บริโภค จากรีพอร์ตช่วงเดือน ธ.ค. 2023 ของ Google Travel Intent Tracker (APAC) พบว่า นักท่องเที่ยวไทย 64% มีแผนออกทริปในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งอยู่ที่ 53%
ส่วน ต่างชาติเข้าไทย อาทิ นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญของตลาด คาดการณ์ว่าจะมีไฟลท์บินเข้าไทยขยายตัว 50% เมื่อเทียบกับปี 2019 ตลอดจนชาติอื่น ๆ ก็จะทยอยฟื้นตัวขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกันตลอดปี 2024
ซัปพลาย ยังพบว่าผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยหลายราย ก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญพอร์ตโรงแรมมากขึ้นในปี 2024 เพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดหลักอย่างบ้านที่ยังคงอยู่ในช่วงผันผวน
“โรงแรมไลฟ์สไตล์” (Lifestyle Hotel) โรงแรมที่ก้าวข้ามคำว่าระดับดาว ด้วยการมอบประสบการณ์โลคอลให้กับแขกที่เข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นผ่านอาหารเครื่องดื่ม, เวลเนส, ดีไซน์พื้นที่โรงแรม และมุ่งเน้นไปที่การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางรายบุคคล”
ข้างต้น คือ นิยามของโรงแรมไลฟ์สไตล์ ซึ่งจะกลายมาเป็นเทรนด์กระแสหลักของตลาดโรงแรมในไทย ปี 2024 “เจสเปอร์ ปาล์มควิช” ผู้อำนวยการอาวุโสภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เอสทีอาร์ (STR) บริษัทในเครือโคสตาร์กรุ๊ป (CoStar Group) เปิดเผยในงานสัมมนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว Thailand Tourism Forum 2024 หรือ TTF 2024 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 13
เจสเปอร์ เล่าว่า นับตั้งแต่โรงแรม W Hotels แห่งแรกเปิดตัวเมื่อ 25 ปีก่อน วงการโรงแรมในประเทศไทยก็ได้เห็นการผุดขึ้นอย่างรวดเร็วของโรงแรมระดับไฮเอนด์ ในกลุ่ม Upper Upscale และ Luxury แม้โรงแรมเหล่านี้บางส่วนจะเป็นโรงแรมอิสระ แต่แรงขับเคลื่อนหลักมาจากเครือโรงแรม ที่ต่างพยายามขยายแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ เพื่อตอบสนองความต้องการของเจ้าของโรงแรมที่หลากหลาย และเลิกพึ่งพาแค่แบรนด์เก่าแก่เท่านั้น
ก่อนที่ การเติบโตของแบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ จะเริ่มเห็นได้ชัดเจนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยแม้ว่าแนวโน้มของการพัฒนาโรงแรมในระดับแมคโคร (macro-level) ช่วงที่ผ่านมาจะมุ่งไปที่รูปแบบบริการเฉพาะ (select-service) มากขึ้น
ซึ่งหมายถึงโรงแรมขนาดเล็กกว่าไม่มาก ที่มีจำนวนร้านอาหารและบาร์ที่น้อยลง แต่โรงแรมไลฟ์สไตล์ก็ยังคงได้รับความนิยมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ ผู้พัฒนา บริษัทจัดการ และนักท่องเที่ยว
โรงแรมไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย ด้วยประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวอันยาวนาน บวกกับจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ ความสนใจในด้านการออกแบบ และแรงดึงดูดจากนักลงทุน ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตลาดโรงแรมไลฟ์สไตล์ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และภูเก็ต แต่แนวโน้มนี้ยังเริ่มขยายไปสู่ตลาดรองในต่างจังหวัดด้วย
การเติบโตของโรงแรมไลฟ์สไตล์เกิดขึ้นทั้งจากเครือโรงแรมขนาดใหญ่ ด้วยแบรนด์อย่าง ดับเบิ้ลยู (W), แอนดาซ (Andaz), คิมป์ตัน (Kimpton), คาโนปี (Canopy), เดอะ สแตนดาร์ด (The Standard), อินดิโก (Indigo), อาศัย (ASAI), คาเพลลา (Capella), แอคคอร์ (Accor) และโรงแรมอิสระ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความต้องการในตลาดนี้ยังคงมีอยู่มาก
แม้เทรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์จะมีมุมมองว่าอาจจะเป็นแนวโน้มเฉพาะช่วงวัย แต่แท้จริงแล้ว สามารถดึงดูดแขกได้หลากหลายเจเนอเรชัน ซึ่งส่งผลดีต่อศักยภาพของโรงแรมในระยะยาว
5 กลยุทธ์ปั้นโรงแรมไลฟ์สไตล์ มัดใจผู้บริโภคอยากมาเช็กอินซ้ำ
- ประสบการณ์ท้องถิ่น (Localizes Experience)
ข้อนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะโรงแรมไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแบรนด์ การตลาด และแม้กระทั่งการปฏิบัติงาน โรงแรมมุ่งนำคำฮิตอย่าง “ประสบการณ์ท้องถิ่น” มาใช้ในการบริการ เพื่อมอบประสบการณ์การสำรวจ สร้างสรรค์อารมณ์ และความพิเศษเฉพาะตัวให้กับแขกในย่านรอบโรงแรม
นอกจากนั้น ยังมักพบแนวทางที่แหวกขนบ เช่น พนักงานไม่ใส่ชุดยูนิฟอร์มแบบเดิม ๆ แต่เน้นนำเสนอตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น ให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ เกินขอบเขตโรงแรม
- อาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย
เนื่องจากเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โรงแรมไลฟ์สไตล์จึงต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการตอบสนองทางเลือกและข้อจำกัดด้านอาหารที่ทันสมัย เช่น การมีเมนูอาหารมังสวิรัติให้เลือกมากมาย
- สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เน้นความกระตือรือร้นและใส่ใจสุขภาพ โรงแรมไลฟ์สไตล์ต้องสร้างสรรค์พื้นที่ด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และฟิตเนส ที่โดดเด่นกว่าโรงแรมแบบเดิม
- เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology)
แขกของโรงแรมไลฟ์สไตล์คาดหวังว่าโรงแรมจะมีเทคโนโลยีทันสมัย ตั้งแต่ระบบจองห้องพัก ไปจนถึงโซลูชันดิจิทัลภายในห้องพัก ถือเป็นอีกจุดที่โรงแรมทั่วไปมักมองข้าม
- การออกแบบ
โรงแรมไลฟ์สไตล์มักได้รับอิสระในการออกแบบมากกว่า มีเอกลักษณ์ สะดุดตา เข้าถึงง่าย ผสมผสานสไตล์คลาสสิกและสมัยใหม่อย่างลงตัว และต้องให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ออกแบบอย่างคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
–

