บี.กริม บริษัทที่เริ่มจากธุรกิจร้านยา ปัจจุบันสยายปีกสู่ 6 กลุ่มธุรกิจใหญ่ เผยกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรในห้าปีข้างหน้า เข้าสู่ปีที่ 150 พร้อมเป้ารายได้ 150,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน สายธุรกิจหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่ 1. ธุรกิจด้านพลังงาน 2. ธุรกิจอุตสาหกรรม 3. ธุรกิจสุขภาพ 4. ธุรกิจเทคโนโลยีดิจิตอล 5. ธุรกิจไลฟ์สไตล์ เป็นตัวแทนสินค้าแฟชั่นหลายกลุ่ม และ 6. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
บี.กริม ตั้งเป้าการเติบโตของแต่ละธุรกิจ โดยเฉพาะ 3 ธุรกิจหลัก อันได้แก่
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
เน้นเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ระยะยาว “GreenLeap – Global and Green” เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ในปี 2573 และตั้งเป้าขยายการลงทุนสู่กำลังการผลิต 10,000 เมกะวัตต์ จากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาในปี 2573 ก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Carbon Emissions ภายใน 2050
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาโครงการในประเทศไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง และได้เปิดดำเนินการ (COD) แล้วรวม 3,970 เมกะวัตต์ เมื่อรวมโครงการซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้วที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาอีก 12 โครงการ จะมีกำลังการผลิตรวมเป็น 4,623 เมกะวัตต์
ในปี 2566 มีการขยายโครงการในต่างประเทศมากมาย ไฮไลท์อยู่ที่การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 โครงการ ในเกาหลีใต้ คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวม 122.49 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมกว่า 1,000 เมะวัตต์ ส่งผลให้ บี.กริม เพาเวอร์ เป็น 1 ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สเปน สหรัฐอเมริกา และไทย ที่ได้รับเชิญจากรัฐบาลเกาหลีใต้ เข้าร่วมงาน Investment Korea 2023 พร้อมได้รับรางวัลจากรัฐบาลเกาหลีใต้อีกด้วย
นอกจากนี้ บริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุนภายใต้ BGRIM ยังได้รับคัดเลือกเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้กับรัฐบาลไทยจำนวน 15 โครงการ รวมกำลังการผลิต 339.3 เมกะวัตต์ ปัจจุบันได้เตรียมพร้อมเข้าร่วมโครงการพลังงานหมุนเวียนในรอบถัดไปแล้ว
บี.กริม อุตสาหกรรม
ครอบคลุมธุรกิจย่อย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มระบบทำความเย็น(cooling), กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันสำหรับอาคาร (Building Products&Solutions) และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ภายในโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี รวม 10 บริษัท
ผลการดำเนินงานในปี 2566 รายได้เติบโต 14% มากกว่าตลาด สวนกระแสภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจที่ขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ระบบปรับอากาศแคเรียร์ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากการเดินหน้าสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เปิดตัวนวัตกรรมและบริการใหม่ที่ครอบคลุมเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัย ที่สามารถเชื่อมต่อระบบ IoT ระบบปรับอากาศแบบ VRF สำหรับอาคาร หรือระบบบริการหลังการขายที่สามารถแจ้งการทำงานผิดปกติโดยอัตโนมัติ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีการขยายธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ในปีที่ผ่านมาติดตั้งไปแล้วกว่า 70 หัวชาร์จให้แก่หลากหลายผู้ประกอบการ ในปีนี้จะเน้นขยายภายใต้แพลตฟอร์มของบี.กริมเอง เล็งขยายธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไปปยังนิคมอุตสาหกรรม ให้ครอบคลุมรถสำหรับขนส่งสินค้า หรือรถโดยสารของบริษัท (Fleet)
ขณะเดียวกันมีการขยายธุรกิจติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบ EPC ซึ่งเป็นการให้บริการติดตั้งแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Turn-Key และพัฒนาโซลูชันเพื่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้ใช้อาคาร ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีระบบไฟ UV-C ยับยั้งเชื้อโรคในระบบปรับอากาศ ซึ่งมีการติดตั้งในห้างสรรพสินค้าเครือเซ็นทรัลแล้วกว่า 6 แห่ง พร้อมแผนขยายไปยังสถานที่ต่างๆ ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในระยะยาวถึง 3 เท่าภายในปี 2573
และ บี.กริม ฟาร์มา
ธุรกิจฐานรากที่ในปีนี้บริษัทกลับมาให้ความสำคัญ เพื่อตอกย้ำเส้นทางส่งเสริมการเข้าถึงยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ป่วย
ทิศทางธุรกิจตั้งเป้าเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ในไทยที่มีมูลค่ามากกว่า 175,000 ล้านบาท ตั้งเป้าระยะยาวเติบโตสองเท่าในปี 2573 ซึ่งแปลว่าจะมีผู้ป่วยที่สามารถเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ของบี.กริม ฟาร์มา จำนวน 4.5 ล้านคน
ปัจจุบัน บี.กริม ฟาร์มา ถือครองยาและเวชภัณฑ์ 450 โปรดักซ์ ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ได้แก่ ยา และเวชภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ และนำเข้าจากต่างประเทศ จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด 2. กลุ่มยารักษาโรคระบบประสาทและจิตเวช 3. กลุ่มยารักษาโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ 4. กลุ่มยารักษาโรคระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เวชสำอาง และเครื่องมือแพทย์รวมอยู่ด้วย
คาดการณ์รายได้ปี 2567 จะสามารถเติบโตได้ 10-15% โดยที่มี บี.กริมพาวเวอร์ เป็นหัวเรือใหญ่ ด้วยสัดส่วนรายได้ 70% ตามด้วยอุตสาหกรรม 25% และฟาร์มา 5%
