ซาฟารีเวิลด์ รายได้ปี 66 พุ่งสูงสุด 2,029 ล้านบาท แต่ทำไมยังขาดทุน
เมื่อเจอวิกฤตหลายองค์กรอาจลดต้นทุนหลัก ๆ ด้วยการลดพนักงาน
แต่ ยีราฟคอยาว ช้าง เสือ สิงโต นกแก้วมาคอว์ น้องโลมา และอื่น ๆ อีกมากมาย เปรียบเสมือนพนักงานที่ซื่อสัตย์ ไม่สามารถ “เลิกจ้าง” ได้เลย
โควิด-19 ผ่านไปแล้ว 1-2 ปี แต่ดูเหมือนว่าซาฟารีเวิลด์ ฟื้นตัวไม่ทัน
ในปี 2566 ถึงตัวเลขรายได้จะพุ่งสูงถึง 2,029 ล้านบาท แต่ยังขาดทุน 462 ล้านบาท
จนวันนี้ (1 มี.ค.) ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แจ้งเตือน บมจ. ซาฟารีเวิลด์ จำกัด SAFARI เร่งดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขายภายใน 31 มีนาคม 2567
ถ้าไม่สามารถทำได้ตามเวลาที่กำหนดคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะพิจารณาเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อไป
โดยเมื่อวานนี้ (29 ก.พ.) บมจ. ซาฟารีเวิลด์ได้ยื่นขอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขยายระยะเวลาดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขายให้บริษัทออกไปอีก 1 ปี เป็นวันที่ 31 มีนาคม 2568
เส้นทาง 36 ปี ของซาฟารีเวิลด์เต็มไปด้วยอุปสรรค เจอวิกฤตทั้งเล็กและใหญ่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทที่ทำท่าจะไปได้ดีในหลาย ๆ ครั้ง กลับต้องสะดุด มีปัญหาเรื่องหนี้สินเรื้อรัง
หนักสุดคือวิกฤตโควิด-19 ในช่วงปี 2563-2565
ถึงแม้ปัจจุบัน 3 ธุรกิจหลักของบริษัท คือซาฟารีเวิลด์ได้กลับมาเปิดให้บริการแล้วสัปดาห์ละ 6 วัน เช่นเดียวกับ ภูเก็ตแฟนตาซี และ คาร์นิวัลเมจิก แต่ยังเปิดบริการเพียงแค่สัปดาห์ละ 3 วัน เพราะนักท่องเที่ยวยังไม่ได้กลับมาเต็มที่
แต่ในปี 2566 นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะอินเดีย ตะวันออกกลาง และประเทศในกลุ่มอาเซียนได้ทยอยเดินทางเข้ามาในเมืองไทยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทำให้ผลประกอบการปี 2566 เพิ่มขึ้นร้อยละ 96.9 เมื่อเทียบกับปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นเป็น 2,029.59 ล้านบาท จาก 1,030,63 ล้านบาท
รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจาก ซาฟารีเวิลด์ 1,385 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2565 มีรายได้เพียง 793 ล้านบาท
ซึ่งในรายงานความคืบหน้าการดำเนินการเพื่อขอพ้นเหตุอาจถูกเพิกถอนที่ยื่นไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวานนี้ (29 ก.พ.) ผู้บริหารยืนยันว่าเป็นตัวเลขรายได้สูงที่สุดนับตั้งแต่ซาฟารีเวิลด์เปิดดำเนินกิจการ
แต่ปี 2566 กลุ่มบริษัทยังคงขาดทุนสุทธิเป็นจำนวน 462 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20.48 เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ขาดทุนสุทธิจำนวน 581.70 ล้านบาท
ซึ่งสาเหตุสำคัญเป็นเพราะอีก 2 บริษัทย่อย ภูเก็ตแฟนตาซี และ คาร์นิวัลเมจิก ซึ่งมีลูกค้าหลัก 90% เป็นคนต่างชาตินั้น ผู้บริหารระบุว่าเป็นการกลับมาของนักท่องเที่ยวเพียงร้อยละ 5 ของตัวเลขในปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19
ในขณะเดียวกันบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายในด้านค่าเสื่อมราคาที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากคาร์นิวัลเมจิกเป็นปาร์คเปิดใหม่ จึงส่งผลให้บริษัทย่อยมีการขาดทุนจำนวนมาก
แต่บริษัทคาดว่าในปี 2567 นี้รายได้จะดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากการเปิดฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและประเทศอื่น ๆ ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลัก เช่น รัสเซียและอินเดีย เป็นต้น
ความคาดหวังในเรื่องรายได้จากนักท่องเที่ยวที่ค่อย ๆ กลับมา คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทยื่นขอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขยายระยะเวลาดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขายให้บริษัทออกไปอีก 1 ปี
ผลประกอบการ บมจ. ซาฟารีเวิลด์ ปี 2563-2566
ปี รายได้ (ลบ.) ขาดทุน (ลบ.)
2563 471 667
2564 210 922
2565 1,030 581
2566 2,029 462
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์ฯ
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
