GISTDA ทำความรู้จักองค์กรที่พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถการเกษตรไทย

Marketeer มีโอกาสร่วมงานแถลงข่าว “FARM EXPO 2024” มหกรรมเกษตรในร่มกลางกรุงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 14,100 ตร.ม. ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3-6 ตุลาคม 2567 ณ ฮอล 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยภายในงานจะรวมผู้มีส่วนในอุตสาหกรรมเกษตรทุกระดับ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยผู้ประกอบการจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 300 บูธ จะมาโชว์นวัตกรรม สินค้า พร้อมกับให้องค์ความรู้ โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้สนใจมีฝันที่จะมีฟาร์มเป็นของตัวเอง เรียกได้ว่ามางานเดียวได้ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจำหน่าย

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA หนึ่งในองค์กรพันธมิตรสำคัญของงาน FARM EXPO 2024 ร่วมพูดคุยแบบ Exclusive ถึงการขับเคลื่อนของ GISTDA ในการให้บริการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ที่สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพและสร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเกษตรของไทยในหลากหลายมิติ

นำคุณค่าจากอวกาศและภูมิสารสนเทศสู่สังคม
เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ  

GISTDA เป็นหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วิสัยทัศน์ของเราคือ เป็นองค์กรในการนำคุณค่าจากอวกาศและภูมิสารสนเทศสู่สังคม โดยมีหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศให้เป็นความรู้ไร้พรมแดนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ นํามาใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

เราเป็นหน่วยงานภาครัฐที่เรียกว่าเป็นองค์การมหาชน มีดาวเทียมของตัวเอง 2 ดวง คือ THEOS-1 และ THEOS-2 ซึ่งจะถ่ายภาพดาวเทียมออกมาแล้วแปลงเป็นข้อมูลให้กับประชาชนได้ใช้ในหลายรูปแบบ”

คุณปกรณ์ให้ข้อมูลถึง GISTDA พร้อมอธิบายถึงขอบเขตหน้าที่ในการดำเนินการ โดยมีพันธกิจสำคัญ ดังนี้

  1. พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศให้เป็นความรู้ที่ไร้พรมแดนและเกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม
  2. ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม และเป็นศูนย์ข้อมูลด้านภูมิสารสนเทศจากข้อมูลดาวเทียม และข้อมูลสำรวจจากแหล่งอื่น ๆ
  3. ให้บริการข้อมูลที่ได้จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ซึ่งรวมทั้งการจัดทำแผนที่และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง
  4. ให้บริการจัดหาเครื่องมือ ออกแบบ หรือบริการใด ๆ โดยใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศให้แก่หน่วยงานของ
  5. ให้บริการให้คำปรึกษาและพัฒนาบุคลากรในด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
  6. ศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนา และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ซึ่งรวมทั้งการจัดหา การพัฒนา และการสร้างระบบดาวเทียม
  7. กำหนดมาตรฐานกลางด้านภูมิสารสนเทศ และให้บริการรับตรวจสอบการดำเนินการตามมาตรฐานกลางดังกล่าว รวมถึงส่งเสริมการนำมาตรฐานด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศไปใช้
  8. ส่งเสริมความร่วมมือและให้บริการด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศทั้งในประเทศและต่างประเทศ

GISTDA กับการขับเคลื่อนเพื่อภาคการเกษตร

ในส่วนของการขับเคลื่อนเพื่อภาคการเกษตรนั้น GISTDA ถือเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและสร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเกษตรของไทย ผ่านการให้บริการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ โดยมีส่วนช่วยให้หลากหลายมิติ ทั้งให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างแม่นยำ ช่วยบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก (ตั้งแต่เริ่มปลูก-เก็บเกี่ยว) คาดการณ์ผลผลิตให้ตรงตามที่ต้องการ รวมถึงการติดตามโรคพืช เป็นต้น

“อย่างที่กล่าวไปว่า เรามีดาวเทียมเป็นของตัวเอง ดาวเทียมตัวหนึ่งของเราเป็นดาวเทียมสำรวจโลก (Earth Observation Satellite) ดาวเทียมลักษณะนี้จะทำหน้าที่สำรวจทรัพยากร สามารถถ่ายภาพลงไปสู่โลกได้ ทําให้เราเห็นว่าพื้นที่นั้น ๆ ประกอบไปด้วยวัตถุประเภทไหน ทำให้สามารถคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงบนพื้นโลก เพื่อประมาณการได้ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อพื้นที่นั้น ๆ ต่อทั้งภาคการเกษตร ธุรกิจ และประชาชน ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสําคัญในการดําเนินธุรกิจในหลายรูปแบบ

เมื่อเห็นแล้วทําให้เราสามารถนำมาใช้ในการวางแผนหรือดำเนินการได้หลายรูปแบบ อาทิ เป็นแผนที่ให้เห็นได้ว่า ตรงไหนเป็นป่าไม้ นาข้าว ถนน หรือแม่น้ำลำธาร ซึ่งสามารถนำมาวางแผนในการจัดสรรพื้นที่ในการทํางานหรือดำเนินการต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นส่วนสําคัญในการทําธุรกิจที่ต้องการรู้ข้อมูลเชิงพื้นที่ประกอบการทํางาน”

คุณปกรณ์ได้เสริมนี้ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมาก โดยจะช่วยแก้ Pain Point สำคัญของเกษตรกรปัจจุบัน คือ “การบริหารต้นทุน”

จริงอยู่ว่าคนพื้นที่อาจจะคุ้นเคยแค่ว่าตรงนี้ปลูกพืชชนิดนี้มาช้านาน แต่จะไม่เห็นในภาพรวมเชิงลึก ซึ่งข้อมูลของเราจะเก็บต่อเนื่องจากดาวเทียมในทุก ๆ ปี ณ พื้นที่เดิมๆ มีทั้งสถิติเก่าและคาดการณ์อนาคตที่จะเกิดในอนาคต ทำให้เราสามารถจะรู้ได้ว่าพฤติกรรมของพื้่นที่นั้นเป็นอย่างไร เช่น เป็นวัตถุอะไร ดินเป็นแบบไหน ชุดพืชประเภทไหน มีความเจริญหรือแข็งแรงอย่างไร รวมถึงสภาพภูมิอากาศ ฝนตกบ่อยมากน้อยแค่ไหน จะตกเมื่อไหร่

ข้อมูลทั้งหมดเป็นพื้นฐานสำคัญให้กับผู้ที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร และนักธุรกิจ สามารถใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่มาวางแผนได้ว่า จะปลูกพืชชนิดไหน แล้วจะคุ้มค่าในการทําธุรกิจหรือไม่ รวมถึงการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับพืช และการเฝ้าระวังศัตรูพืชที่ปลูก ตลอดจนรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ในหลากหลายมิติ ซึ่งนี่มีผลโดยตรงต่อการบริหารต้นทุน ตลอดจนการเพิ่มผลผลิตอีกด้วย”

บริการข้อมูลผ่าน Application
เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถภาคเกษตร

สำหรับการเข้าถึงข้อมูลที่กล่าวไปนั้น คุณปกรณ์ กล่าวว่า GISTDAได้ให้บริการแปลงข้อมูลดาวเทียมเป็นข้อมูลที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ได้ครบถ้วน ผ่าน Application และ Solution หลากหลายรูปแบบที่เชื่อมต่อผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

“ข้อมูลดาวเทียมเหล่านี้ เราจะแปลงเป็นข้อมูลต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกทางออนไลน์ ซึ่งGISTDAได้พัฒนา Application มาหลากหลายให้เหมาะกับผู้ใช้ต่างวัตถุประสงค์

หนึ่งในไฮไลต์ของเราคือ Dragonfly เป็น Application ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเกษตรกรไทยโดยเฉพาะ ช่วยบริหารจัดการข้อมูลให้เกษตรกรได้ในระดับรายแปลงด้วยข้อมูลที่แม่นยำและทันสมัย โดยเขื่อมต่อข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 ช่วยให้เกษตรกรสามารถติดตาม เฝ้าระวัง คาดการณ์ มีการอัพเดทข้อมูลตลอดเวลาและเท่าทันต่อสถานการณ์ ช่วยให้สามารถติดตาม เฝ้าระวัง และคาดการณ์ได้เรียลไทม์มากขึ้น

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

เกษตรกรจะได้รับการแจ้งเตือนสภาพดิน ฟ้า อากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยารายชั่วโมงและล่วงหน้า 7 วัน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ดาวเทียมติดตามความสมบูรณ์ของพืชในแปลงของตัวเอง ได้ทุก ๆ สัปดาห์ รวมถึงยังสามารถบอกคุณสมบัติของดินในแปลง และแนะนำปริมาณปุ๋ยไนโตรเจนที่เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ภายในแปลงที่แตกต่างกัน มีบริการข้อมูลราคาผลผลิตปัจจุบัน จากกระทรวงพาณิชย์ และยังสามารถบันทึกข้อมูลรายรับ รายจ่าย เพื่อดูแนวโน้มรายได้จากผลผลิตได้อีกด้วย

ซึ่งทั้งหมดเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเพื่อวางแผนและบริหารจัดการแปลงเพาะปลูกของได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงขายผลผลิต ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ เกษตรกรภายใต้การใช้ Solution และข้อมูลในการประกอบอาชีพจากGISTDAจะดำเนินการต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งลดต้นทุนการผลิตแล้ว ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มมูลค่า เมื่อบวกกับประสบการณ์และภูมิปัญญาของเกตรกรเองแล้ว จะช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นระบบ”

คุณปกรณ์ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของ โครงการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว โดยเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศบริเวณอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (GISTDA Goes Green)

โดยมีแกนหลักเพื่อให้ความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งกิจกรรมนี้ ทำให้องค์กรต่าง ๆ และเกษตรกรมีกิจกรรมที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) รวมทั้งสร้างความตระหนักให้แก่ตนเอง องค์กร หน่วยงาน และชุมชน ในการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก และดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

และในอีกมิติหนึ่งยังช่วยในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทยผ่านการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกไปสู่ระดับที่สามารถซื้อ-ขาย เครดิตได้ โดยข้อมูลดาวเทียมจะทำให้ทราบได้ว่าพืชประเภทนี้ อายุขนาดนี้ ในพื้นที่นี้จะกักเก็บคาร์บอนได้เท่าไร และสามารถเป็นเครดิตที่สร้างมูลค่าเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง

สุดท้ายนี้ ผู้อำนวยการ GISTDA ได้กล่าวเชิญชวนเกษตรกร องค์กร หรือท่านที่สนใจ ให้มาร่วมรับชมและเรียนรู้นวัตกรรมต่าง ๆ ของ GISTDA ได้ที่งาน FARM EXPO 2024” วันที่ 3-6 ตุลาคม 2567 ณ ฮอล 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

GISTDA ดีใจที่จะมีงานสำหรับภาคเกษตรกรรมโดยเฉพาะอย่าง FARM EXPO 2024 เป็นโอกาสที่ดีของ GISTDA ในการจะนํานวัตกรรมต่าง ๆ ไปนําเสนอให้กับผู้ร่วมงานได้เห็น ไม่ว่าเป็นเรื่องของเทคโนโลยีดาวเทียม เทคโนโลยีอวกาศ ข้อมูลแผนที่ ตลอดจนแนะนำให้เห็นถึงการนำมา มาเรียนรู้เชิงลึกว่าเกษตรกรหรือนักธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรจะได้ประโยชน์อย่างไร จากการได้เห็นได้ใช้เทคโนโลยีของเรา

เทคโนโลยีที่เราเสนอ นอกจากเรื่องภาพถ่ายดาวเทียมที่เราวิเคราะห์แล้ว จะมี GPS ข้อมูลตําแหน่งในการทํา Smart Farming ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วโลก เกษตรกรที่สนใจสามารถนําเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในการทําเกษตร พร้อมกับทำแผนการเกษตร เพื่อตัดสินใจเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง

ดังนั้น FARM EXPO 2024 จึงเป็นงานที่ดีมาก ๆ ท่านจะได้พบทุกมิติของการเกษตร ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีในการทําเกษตรกรรม เรื่องของแหล่งลงทุน การทําธุรกิจ เหมาะกับทั้งเกษตรกร นักธุรกิจ นักลงทุน รวมถึงนักเทคโนโลยี ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการทําเกษตรอย่างเดียว ยังมีอีกหลาย ๆ อย่าง เรียกได้ว่ามางานเดียวครบทุกเรื่องจริง ๆ ” 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GISTDA
Website : www.gistda.or.th
Facebook : www.facebook.com/gistda

FARM EXPO 2024” ครั้งแรกกับมหกรรมเกษตรยุคใหม่ครบวงจร งานเกษตรในร่มกลางกรุงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 14,100 ตร.ม. ภายใต้ธีม REVOLUTIONISING FARM BUSINESS”  วันที่ 3-6 ตุลาคม 2567 ณ ฮอล 98-99 ไบเทค บางนา เวลา 10.00 – 20.00 น.

ภายในงานแบ่งเป็น 8 โซน ชม&ช้อป สินค้า บริการ และนวัตกรรมเทคโนโลยีหลากหลาย

  1. โซนเครื่องจักร เทคโนโลยี และ Sustainability
  2. โซนเครื่องมือ เครื่องใช้ขนาดกลาง และเล็ก
  3. โซนสินค้า ผลผลิตส่งตรงจากฟาร์มกว่า 200 ชนิด
  4. โซนฟาร์ม สร้างอาชีพ พบกับฟาร์ม ตั้งแต่ขนาดเล็ก กลางใหญ่ ทุกขนาด พร้อมความรู้ให้ผู้เข้าชมงานได้เลือกสร้างอาชีพได้ด้วยเงินเริ่มต้นหลักหมื่น กับพื้นที่ทำฟาร์มทุกขนาด
  5. โซนฟาร์มสเตย์ ที่พักสุดชิคสุดชิลล์ ท่องเที่ยววิถีเกษตรที่กำลังมาแรง ให้เลือกมากมาย
  6. โซนปศุสัตว์ พบกับฟาร์มสัตว์ เพื่อการบริโภค หลากหลายโมเดลธุรกิจ พบกับฟาร์มตัวจริง พร้อมให้คำแนะนำ และเป็นลูกค้าทางธุรกิจ
  7. โซนสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ยกขบวนฟาร์มสัตว์โดยตรง พร้อมช็อปสินค้าสัตว์เลี้ยงมากมาย
  8. โซนต้นไม้ และ เครื่องจักรมือสอง เครื่องมือเครื่องใช้มือสองสภาพดี ราคาประหยัดให้เลือกซื้อ

นอกจากนี้ยังพบกับกิจกรรมในงานมากมายทุกวัน พร้อมกับการเจรจาธุรกิจจากคู่ค้า สมาคม และคู่ค้าจากในประเทศและต่างประเทศ มาเฟ้นหาวัตถุดิบดี ๆ จากภาคการเกษตรไทย เพื่อไปต่อยอดธุรกิจ และพิเศษสุดครั้งแรกของไทยกับการเปิดเวทีให้สตาร์ทอัพได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่กับบริษัทชั้นนำของไทยและต่างชาติ และอัปเดตความรู้ เทคโนโลยีทางการเกษตรใหม่ๆ เป็นการรวมพลคนรักการเกษตรทุกภาคส่วน ครบจบในที่เดียว

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer