Life/แม้การสานสัมพันธ์เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่กล้าสานสัมพันธ์ผ่านบทสนทนา ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องนั่งเหงาตามที่ชุมชน

หรือยืนเซ็งเมื่อรอกาแฟ ทั้งที่ก็อยากลองคุยกับคนข้าง ๆ จนความเหงากลายเป็นปัญหาในหลายประเทศ เช่น ในสหรัฐฯ ที่มีข้อมูลว่า 58% ของประชากรวัยผู้ใหญ่รู้สึกเหงาโดดเดี่ยว และจำนวนเพื่อนจะลดลงครึ่งหนึ่งในทุก ๆ 7 ปี

Marisa G. Franco

Marisa G. Franco นักจิตวิทยาด้านความสัมพันธ์แห่งมหาวิทยาลัย Marryland ของสหรัฐฯ ที่มีหนังสือแนว How to เรื่องความสัมพันธ์ออกมาเตือนว่าเรื่องนี้ต้องแก้ไข

เพราะการสานสัมพันธ์และมีเพื่อนใหม่ ๆ ไม่ได้มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอีกด้วย

แต่ก็ยังมีคำถามว่าจะใช้คำถามอะไรเพื่อเคาะประตูใจและเปิดบทสนทนากับคนที่อยากทำความรู้จัก

“ชอบชุดนี้จัง ซื้อที่ไหน?” คำถามแรกเพื่อเริ่มบทสนทนา คือ ชื่นชมอีกฝ่ายแล้วตามด้วยคำถาม เช่น “ชอบชุดนี้จัง ซื้อที่ไหนครับ/คะ?” เพราะแสดงให้เห็นอีกว่าได้รับความสนใจพร้อมทัศนคติทางบวก

ดังนั้น สิ่งที่จะได้ตอบแทนมา คือ คำขอบคุณ เช่น “ขอบคุณครับ/ค่ะ ซื้อที่ …” พร้อมทัศนคติทางบวกเช่นกัน แล้วต่อยอดไปได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแค่ทำความรู้จัก ได้เพื่อนใหม่ที่มีความชอบเหมือนกัน หรือแม้กระทั่งทำธุรกิจด้วยกัน 

“มาร้านนี้บ่อยไหม?”: คำถามต่อมาที่สามารถใช้เปิดบทสนทนาได้เช่นกัน คือการถามแล้วตามด้วยการขอความคิดเห็น เช่น “มาร้านนี้บ่อยไหม?” “ทำไมชอบกาแฟร้านนี้” ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบด้วยความคิดเห็นกลับมา

การเปิดบทสนทนาด้วยประโยคคำถามดังกล่าว ใช้ได้ดีกับกรณีที่คุณเพิ่งย้ายไปที่ใหม่ ๆ เพราะเป็นโอกาสให้คนที่อยู่มาก่อนได้แนะนำ และแบ่งปันสิ่งที่ตนรู้ ซึ่งที่สุดจะจบด้วยคำชมหรือการขอบคุณ

ในทางจิตวิทยาบทสนทนาแบบนี้เป็นการเต็มเติมความรู้สึกอยากได้รางวัล และสามารถปูทางสร้างมิตรภาพได้เช่นกัน

“แนะนำเพิ่มเติมหน่อยได้ไหม?”: คำถามนี้ต่อยอดมาจากข้อที่แล้ว ผ่านคำถาม เช่น “ชอบหนังสือเล่มนี้จังเลย อยากอ่านเล่มแนวนี้อีก แนะนำเพิ่มเติมหน่อยได้ไหม”

คำถามลักษณะนี้เป็นการเปิดบทสนทนาด้วยการร้องขอคำตอบ และยังเป็นคำตอบปลายเปิดอีกด้วย ซึ่งในเมื่ออีกฝ่ายสามารถตอบได้หลากหลาย จึงเป็นการทำให้บทสนทนาต่อเนื่องไปอีกพอสมควร และสานต่อเป็นมิตรภาพได้

“ขอแอดเฟรนด์ใน Facebook ได้ไหม?”: น่าเสียดายว่าหลายครั้งบทสนทนาจบลงเร็วเกินไป แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นในการสานต่อมิตรภาพ โดยถ้าคุณเริ่มคุยกับใครแล้วถูกคอ แต่จำเป็นต้องตัดจบ ไม่ว่าด้วยเหตุผลก็ตาม

และยังไม่กล้ารุกหนักเกินไปด้วยการขอเบอร์โทรศัพท์ ให้ลองขอช่องทางติดต่อในสื่อโซเชียลของอีกฝ่ายไว้ผ่านคำถาม เช่น “ขอแอดเฟรนด์ใน Facebook ได้ไหม?”

เพราะเป็นทั้งการโยนหินถามทางว่าอีกฝ่ายสะดวกจะสานต่อความสัมพันธ์ใหม่ และเปิดทางให้รู้จักตัวตนคู่สนทนา ผ่านโพรไฟล์และความเคลื่อนในสื่อโซเชียลอีกด้วย

“ว่าง ๆ ขอนัดเจอกันอีกได้ไหม?”: เคล็ดลับอีกข้อในการสานสัมพันธ์คือต้องไม่ปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่เริ่มขึ้นแล้วเว้นช่วงนานเกินไปจนขาดหาย จึงนำมาสู่คำถามอย่าง “ว่าง ๆ ขอนัดเจอกันอีกได้ไหม?”

ถ้าอีกฝ่ายตอบว่าได้ คุณก็ควรคว้าโอกาสสัมพันธ์ เพื่อให้สนิทกันมากขึ้น

“เพลงนี้เก่าแต่ยังเพราะอยู่เลย ชอบเหมือนกันเหรอ?”: อีกหนึ่งในวิธีสร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ได้เช่นกัน คือ การใช้ประโยชน์จากเรื่องเก่า ๆ และวันชื่นคืนสุข

เช่น ถ้าไปตามร้านกาแฟแล้วเจอคนข้าง ๆ ที่อยากทำความรู้จักกำลังฮัมเพลงเดียวกันกับคุณ ให้เปิดบทสนทนาด้วยคำถามว่า “เพลงนี้เก่าแต่ยังเพราะอยู่เลย ชอบเหมือนกันเหรอ?” รับประกันเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบว่า “ใช่”

และตามด้วยเรื่องเพลงกับบริบทต่าง ๆ ในยุคเดียวกับเพลง พร้อมรอยยิ้มและความรู้สึกดี จนทำให้คุณได้เพื่อนใหม่โดยไม่รู้ตัว

วิธีใช้เรื่องเก่า ไม่ว่าจะเป็นหนัง ซีรีส์ แฟชั่น เปิดสนทนายังใช้ได้กับการกลับไปคุยกับเพื่อนเก่าที่ขาดการติดต่อกันไปนานอีกด้วย

“กำลังหาเพื่อน… อยู่พอดี ไปด้วยกันไหม?”: เคล็ดลับข้อสุดท้ายในการสานความสัมพันธ์หรือเพิ่มเพื่อนใหม่ เป็นการใช้ประโยชน์จากกิจกรรมที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น กีฬา และการเข้าชมรมต่าง ๆ

ผ่านคำถาม เช่น “กำลังอยากหาเพื่อนตีแบตอยู่อยู่พอดี ขอตีด้วยได่ไหม?” หรือ “กำลังหากลุ่มอ่านหนังสืออยู่เลย เข้ากลุ่มด้วยได้ไหม?”

มีความเป็นได้สูงที่คุณจะได้เพื่อนใหม่จากคำถามเหล่านี้ เพราะทั้งสองฝ่ายสนใจในกิจกรรมเดียวกันอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ดังนั้น จึงสนิทกันได้เร็ว และสามารถสานสัมพันธ์ในกิจกรรมหรือเรื่องอื่น ๆ ที่สนใจเหมือนกันได้ในอนาคต ♦/cnbc