การกักตัวอยู่บ้านของคนไทยมีผลต่อสภาพจิตใจและอารมณ์เป็นอย่างมาก คนรู้สึกเหงาและเครียด ดร. อาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คันทาร์ อินไซท์ ประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “SOCIAL DISTANCING” โดยคันทาร์ อินไซท์ เกรย์เจ ยูไนเต็ด และ มายด์แชร์ (ประเทศไทย)

ข้อมูลจาก Social Buzz ของคันทาร์พบว่า คนไทยแสดงออกถึงความเหงาบนโลกออนไลน์สูงขึ้นมากหลังจากกักตัว และสูงสุดถึง 2,072,490 ครั้งในช่วงเดือนมีนาคม 2563

ในขณะที่ผู้บริโภคมีอารมณ์อ่อนไหวเป็นโอกาสของแบรนด์ที่จะเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่วงเวลาเหงาต่างๆ
Social Buzz รายงานว่าคนนึกถึง Netflix ในช่วงที่เหงาเพื่อให้ความบันเทิง

นึกถึง Fast Food Brand เช่น แมคโดนัลด์ เบอร์เกอร์คิง เคเอฟซี ในเวลาที่ต้องรับประทานข้าวคนเดียว

ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อคลายเหงามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Twitter, Instagram, Facebook และนอกจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหลักแต่เห็นว่าในช่วงที่กักตัวลดอัตราการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คนไทยหันมาคลายเหงาผ่านแพลตฟอร์ม TikTok มากขึ้น จากรูปแบบวิดีโอสั้นๆ ที่มีลูกเล่นสนุกสนาน พร้อม Challenge ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน TikTok ที่สามารถตอบโจทย์ได้ดี

ซึ่งการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่วงเวลาเหงาต่างๆ คณพร ฮัทชิสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เกรย์เอ็นเจ ยูไนเต็ด แนะนำว่าการสื่อสารของแบรนด์ต้องมากกว่าการขายของ เปลี่ยนแบรนด์เป็นคนที่มีความเป็นเพื่อน เห็นอกเห็นใจ และเข้าใจผู้บริโภค

 

นอกจากความเหงาตัวเท่าบ้านในสถานการณ์โควิด-19 คนไทย 77% เชื่อว่าโควิด-19 มีผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

54% เชื่อว่าเศรษฐกิจจะมีภาวะถดถอยจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

59% เชื่อว่าการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจจะใช้ระยะเวลาที่ยาวนานและจะส่งผลกระทบต่ออัตราการว่างงานและธุรกิจขนาดเล็กและกลาง

66% เริ่มมีการวางแผนทางการเงินที่รัดกุมขึ้น

 

แม้ในภาพรวมคนไทยยังกังวลกับสถานการณ์อยู่ และคาดการณ์ว่าต้องใช้เวลานานกว่าทุกอย่างจะฟื้นตัว ทั้งภาวะการว่างงาน และธุรกิจต่างๆ ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก
แต่ความกังวลเหล่านี้ประเทศไทยและประเทศอื่นในแถบเอเชียเป็นความรู้สึกในแง่บวกมากกว่าประเทศในแถบยุโรป

โดยเฉพาะประเทศจีน ที่มั่นใจว่าฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว

จากตัวอย่างการฟื้นตัวของประเทศจีนดังต่อไปนี้ทำให้แบรนด์สามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้บริโภคจะกลับมาเมื่อมาตรการปิดเมืองผ่อนคลายลง

  • สตาร์บัคส์กลับมาเปิดสาขากว่า 90% จากจำนวนสาขาทั้งหมด
  • 95% ของบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศจีนได้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งในสัปดาห์ที่สองของเดือนมีนาคม
  • การระบาดของเชื้อไวรัสนั้นส่งผลต่อการค้าขายเกือบทั้งหมด ตัวอย่างจากประเทศจีนคาดการณ์ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นเมื่อการระบาดของเชื้อไวรัสลดลง
  • แบรนด์จะต้องทำการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นที่สนใจอยู่เสมอ และเมื่อผู้บริโภคพร้อมใช้จ่ายอีกครั้งก็จะกลับมาหาแบรนด์
  • แบรนด์จะต้องปรับตัวและวางกลยุทธ์ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมในการบริโภคสื่อและการซื้อของผู้บริโภค

 

 

Marketeer FYI

สัมมนาออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “SOCIAL DISTANCING”โดยคันทาร์ อินไซท์ เกรย์เจ ยูไนเต็ด และ มายด์แชร์ (ประเทศไทย)

ดร. อาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คันทาร์ อินไซท์ ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลว่า คนไทยมีการตื่นตัวเป็นอย่างมากกับการเกาะติดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในโซเชียลมีเดีย ด้วยการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดตั้งแต่แรกเริ่ม

การ Engagement บนโลกออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์การแพร่ระบาด

เริ่มจากความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ

และเมื่อสถานการณ์ใกล้ประเทศไทยเข้ามา คนไทยให้ความสนใจสถานการณ์ในประเทศไทย นโยบายภาครัฐ

เมื่อเริ่มกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ส่วนตัวเริ่มให้ความสนใจกับการอุปโภคบริโภคมากขึ้น จะเห็นได้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาคนไทยมีอีโมชั่นและเอ็นเกจเมนต์กับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาที่มีความแตกต่างกันอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อมีการล็อกดาวน์และสถานการณ์แพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้นพฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

จากรายงานของ Mindshare Covid-19 Survey ในช่วงเดือนมีนาคม 2563 พบว่า

50% ทำการยกเลิกการเดินทาง

45% ซื้อของเพื่อใช้ในเวลาฉุกเฉิน

44% เปลี่ยนมาทำงานที่บ้าน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer