Trend/เทรนด์ย่อมเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของผู้คน จึงเกิดสินค้าและบริการขึ้นมารองรับความเปลี่ยนแปลง ทว่าความเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็มาพร้อมความสนใจและนัยสำคัญ
ตีกรอบให้แคบเข้าลงมาอยู่เฉพาะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง (Outdoor) ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีเทรนด์อย่างหนึ่งที่กำลังเติบโต

นั่นคือ Glamping หรือการตั้งแคมป์และกางเต็นท์แบบหรูหรา อันมาจากการผสมกันระหว่างคำในภาษาอังกฤษอย่าง Glamour กับ Camping
ตามรายงานของสมาคมการตั้งแคมป์ในสหรัฐฯ (KOA) ระบุว่า ตลาด Glamping ในประเทศโตต่อเนื่อง โดยในปี 2023 ผู้ที่ท่องเที่ยวหรือพักผ่อนแบบ Glamping ขยับมาอยู่ที่ 25% เพิ่มจาก 11% ในปี 2020
จากกลุ่มตัวอย่างในปี 2023 มีถึง 34% ที่เป็นหน้าใหม่ในวงการ Glamping เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจาก 18% ในปี 2021
และเกินครึ่งของกลุ่มหน้าใหม่เผยว่า ติดใจ Glamping อย่างมาก และอยาก Glamping อีกในปี 2024 แม้ต้องจ่ายแพงกว่าการตั้งแคมป์ตามปกติก็ตาม
Toby O’Rourke ประธาน KOA กล่าวว่า เริ่มโตขึ้นช่วงสถานการณ์โควิด หลังผู้คนต้องใช้ชีวิตแบบเว้นระยะห่าง แต่ขณะเดียวก็อยากใช้ชีวิตกลางแจ้ง และเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้าง

หลังต้องทั้งเรียนหรือทำงานอยู่แต่ในบ้านกันมานาน เพราะต้องทำตามมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อป้องกันการระบาดของรัฐบาลทั่วโลก
และเมื่อโลกกลับสู่ภาวะปกติ โลกการทำงานก็เปลี่ยน โดยบริษัททั่วโลกหันไปทำงานกันแบบผสมผสานระหว่างที่บ้านกับเข้าบริษัท โดยอิงตามความสะดวกเป็นหลัก (Hybrid First) อีกด้วย
เปิดโอกาสให้สามารถทำงานได้จากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ตราบเท่าที่มีสัญญาณ Wi-Fi ซึ่งบรรดาบริษัทท่องเที่ยว โรงแรมหรือผู้ที่ให้บริการในการกางเต็นท์ ก็มีอุปกรณ์อำนาจความสะดวกให้พร้อมสรรพ
จนเทรนด์ Glamping ขยายตัว และแม้ Glamping จ่ายแพงแต่กว่าปกติบ้าง แต่มีให้เลือกหลายราคา คนส่วนใหญ่จึงยังพอเอื้อมถึง
อีกปัจจัยที่ทำให้เทรนด์และตลาด Glamping เติบโต ยังมาจากการเห็นความสำคัญของสมดุลชีวิตระหว่างการทำงานกับพักผ่อนของคนวันทำงานรุ่นใหม่ ท่ามกลางภาพและ Glamping รูปแบบต่าง ๆ ตามสื่อโซเชียล
นอกจากนี้ ยังมีเกาะเทรนด์ Glamping เกิดเป็นรูปแบบการพักผ่อนในเต็นท์พร้อมชมคอนเสิร์ต ซึ่งมีให้เห็นหลังโควิดซารอบแรกที่ยังต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันอีกด้วย

Glamping สามารถสืบย้อนไปได้ไกลถึงยุคศตวรรษที่ 15 และ 16 ซึ่งกษัตริย์ในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส และสกอตแลนด์ สั่งตั้งเต็นท์หรูหราใหญ่โตระหว่างทำสงคราม ดังที่ปรากฏในหนังสงครามย้อนยุคหลายต่อหลายเรื่อง

ข้ามมาถึงยุคใหม่ Glamping เปลี่ยนมาเป็นการท่องเที่ยวแบบหรูหราของชาวอเมริกันและยุโรป ระดับเศรษฐีหรือชนชั้นสูง เมื่อเที่ยวป่าหรือล่าสัตว์ในแอฟริกา จนที่สุดได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรมออกซ์ฟอร์ดมาตั้งแต่ปี 2016
ส่วนในอนาคตมีการประเมินว่าตลาด Glamping ทั่วโลกยังโตต่อเนื่อง โดยจากมูลค่าตลาด 3,590 ล้านดอลลาร์ (ราว 131,000 ล้านบาท) ในปี 2024 จะเพิ่มเป็น 5,940 ล้านดอลลาร์ (ราว 217,000 ล้านบาท) เมื่อถึงปี 2030

โดยลูกค้ากลุ่มใหญ่สุดคือ Glamping คือผู้มีอายุระหว่าง 18-32 ปี หรือกลุ่ม Gen Z ช่วงกลางไปจนถึง Gen Y ช่วงกลาง และมียุโรปเป็นตลาด Glamping ที่ใหญ่สุด/ fastcompany, grandviewresearch, wikipedia, linkedin
–
