ไทยแลนด์ คือ แดนสวรรค์ในสายตาของต่างชาติ มีครบทั้งความบันเทิง การท่องเที่ยว สาธารณสุขเพียบพร้อม อาหารชั้นเลิศ ผู้คนเป็นมิตร ยิ้มแย้ม มีน้ำใจ จนเคยเกิดเป็นไวรัลใน TikTok และ Twitter ที่ต่างชาติออกมาพูดว่า เมื่อได้ไปเที่ยวไทยแลนด์แล้ว พอกลับมาประเทศตนเองรู้สึกเงียบเหงา ถนน ตึกรามอาคารทุกอย่างดูขาดความคัลเลอร์ฟูลไปเลย รู้สึกชีวิตไม่มีชีวา ขาดความตื่นเต้น และความคิดเห็นของต่างชาติส่วนใหญ่ก็ออกแนวเห็นด้วยเกือบหมด ยกให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทำถึง เปิดโลก สนุกสุดเหวี่ยงที่สุดเท่าที่เคยไปเที่ยวมา

จึงเป็นเหตุผลให้ไทยกลายเป็นหมุดหมายที่น่าย้ายถิ่นฐานมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ เช่นเดียวกับชายคนนี้ “Paul Lee” อายุ 28 ปี คอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ พอลเคยเดินทางมาเที่ยวที่ไทยช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ตอนเมษายน ปี 2021 แล้วจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ไทยในเดือนพฤศจิกายนในปีเดียวกัน  เดิมเขาคือหนุ่มนิวยอร์กซิตี แต่ตัดสินใจขายทุกอย่างแล้วย้ายมาอาศัยอยู่ที่ทองหล่อกับแฟนคนไทย

พอลไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ  CNBC Make it โดยพาไปรีวิวชีวิตในกรุงเทพฯ หลังจากย้ายมาอยู่ไทยได้สามปี ซึ่งในเทปนั้นเขาก็เอ่ยชมประเทศไทยไม่หยุด และคลิปนั้นมีผู้เข้าชมกว่า 2 แสนวิว ภายในสองวันที่อัปโหลด และคอมเมนต์ปาเข้าไปหลักพัน โดยผู้คนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า หากคุณได้ลองไปใช้ชีวิตในเอเชียแล้ว ร้อยทั้งร้อยจะไม่อยากกลับไปประเทศของตน เพราะประเทศในเอเชียดูมีชีวิตชีวา ปลอดภัยมากกว่า  สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ชีวิตยามค่ำคืนก็สนุก และอาหารไม่น่าเบื่อ

พอลเกริ่นนำด้วยประโยคว่า “ผมมีความสุขที่สุด และเข้าถึงแก่นแท้ของความสงบ ที่นี่เป็นสังคมที่แวดล้อมไปด้วยพลังงานเชิงบวก ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้รับจากการอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ คือ การได้ตระหนักถึงความสุขที่แท้จริงว่า เราไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย แค่ใช้ชีวิตง่าย ๆ เป็นพอ”

ตอนที่มาถึงไทยแรก ๆ ดูน่าตื่นเต้นไปหมด ทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขา เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเมื่อยิ่งอยู่ยิ่งตกหลุมรักเมืองนี้

พอลเปิดเผยค่าครองชีพเขาในรายการว่า เขามีรายได้ต่อปีประมาณ 150,000 ดอลลาร์ หรือ 5 ล้านบาทไทย และมีค่าใช้จ่ายประจำเดือนแบ่งเป็น

– ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอน  1 ห้องน้ำ  650 ตารางเมตร ค่าเช่า 20,000 บาทต่อเดือน จ่ายค่าประกันก่อนอยู่สองเดือน มีส่วนกลางที่น่าอยู่มาก

– ค่าน้ำ 100 บาท

– ค่าสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 2,900 บาท

– ค่าอินเทอร์เน็ต 700 บาท

– ค่ายิม 3,400 บาท

– ค่าอาหาร 18,000 บาท ด้วยเงินจำนวนนี้ เขาสามารถซื้ออาหารคุณภาพดีกินได้ในไทย ได้รับประทานอาหารสตรีทฟู้ดอร่อย ๆ ทุกวัน

รวมโดยประมาณตกเดือนละ 45,000 บาท นั่นแปลว่าในเดือนหนึ่งเขายังเหลือเก็บอีก 195,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เหลือเยอะมาก ๆ

พอล เล่าว่า เขามีเชื้อสายเกาหลี แต่เกิดในจอร์เจีย และมาจากเมืองเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างทุรกันดาร เขาจึงพยายามทุกทางเพื่อผลักตัวเองออกจากสภาพสังคมที่ลำบากเช่นนั้น พอลทำงานอย่างหนัก จนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง จึงย้ายไปอยู่ที่นิวยอร์ก

ที่นั่นเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ และสามารถทำเงินได้ 400,000 ดอลลาร์ ซึ่งมันมากพอที่จะทำให้พ่อแม่ของเขาจะไม่ต้องทำงานอีกต่อไป และเขาก็เริ่มวิ่งตามวัตถุนิยม เพราะอยากดูเท่ วิ่งไล่ตามชื่อเสียง ทำให้เขาเริ่มรู้สึกใช้ชีวิตแบบตึงเครียด เมื่อเขาอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ ชื่อของกรุงเทพฯ ก็เด้งขึ้นมา เพราะมันเป็นเมืองที่มีสีสัน สนุกสนาน แต่ยังรักษาวัฒนธรรมที่ดีไว้ด้วย อาหารทุกอย่างรู้สึกได้ถึงความโฮมมี่ เต็มไปด้วยกลิ่นอายท้องถิ่นที่น่าหลงใหล  นั่นทำให้เขาไม่อยากกลับไปประเทศของตน

แต่ไทยก็มีข้อเสียตรงที่อากาศร้อนอบอ้าวมาก และเป็นสภาพอากาศแบบร้อนชื้น โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนฝนตก และมีปัญหามลภาวะทางอากาศบ่อยครั้ง

แต่อย่างน้อยโซนที่พอลอาศัยอยู่เป็นย่านที่เจริญมาก ทุกอย่างจึงดูสบายตา รายล้อมไปด้วยสถานที่ชิค  ผู้คนมีไลฟ์สไตล์ที่แฟชั่น ค่อนข้างเป็นโซนที่มั่งคั่ง มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่มากมาย สถานบันเทิงยามค่ำคืน ร้านอาหารดี ๆ มีกิจกรรมมากมายให้ทำ

ในคลิปที่อยู่ในช่องส่วนตัว พอลยังให้คำแนะนำกับชาวต่างชาติที่อยากลองย้ายมาอยู่ไทยแบบเขาว่า ควรพิจารณาให้ดีเสียก่อนว่าคุณต้องการอะไรกันแน่ เพียงแค่อยากพักหรืออยากย้ายมาอยู่แบบลงหลักปักฐาน เพราะบางที่เวลาไปเที่ยว กับไปอยู่อาศัย แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ควรมาทดลองอยู่อย่างน้อยหนึ่งหรือสองเดือนก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าเหมาะกับตนเองหรือไม่ และควรดูกำลังทรัพย์ของตนเองด้วย เพราะหากอยากใช้ชีวิตที่ค่อนข้างสะดวกสบาย (middle class หรือ high class) ก็ควรต้องมีการจัดการค่าใช้จ่ายให้ดี เพราะประเทศไทยก็ไม่ได้ราคาถูกเสมอไป

พอลเผยความรู้สึกหลังจากย้ายมาอยู่ไทยได้ 3 ปี ว่า จากวันที่เขาต้องปากกัดตีนถีบ จนผลักดันให้ตัวเองมาประสบความสำเร็จที่นิวยอร์กได้ แต่เมื่อมาไทยมันสอนเขาว่า เมื่อวันที่คุณต้องจากโลกนี้ไป คุณเอาอะไรไปไม่ได้เลย การหาความสุขที่แท้จริงไม่ใช่การวิ่งไล่ตามวัตถุ แต่คือการบำรุงจิตใจ หาพื้นที่สงบให้ชีวิตไม่ต้องเคร่งเครียด ใช้ชีวิตให้ดี

“ผมไม่เคยเสียใจที่ย้ายมาอยู่ประเทศไทย นี่เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของผม”

 

ตัวอย่างคอมเมนต์จาก CNBC Make it

“ตอนนี้ฉันอยู่ที่นิวยอร์ก แต่อดใจรอที่จะไปกรุงเทพฯ ไม่ไหวแล้ว สองเมืองใหญ่ แต่ทำไมให้ความรู้สึกต่างกันขนาดนี้”

“เป็นการย้ายถิ่นฐานที่ตัดสินใจถูกต้องมาก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่มาก ๆ”

“คุณตัดสินใจถูกต้องแล้ว ผมก็ย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยเหมือนกัน ที่เกาะสมุย”

“ฉันคิดถึงเมืองไทยมาก ๆ ทุกสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงทุกประการ”

“ฉันก็รักเมืองไทย ผู้คนเป็นมิตรมาก ให้การต้อนรับอย่างจริงใจ ฉันสามารถกินอาหารนอกบ้านได้ทุกมื้อเมื่ออยู่ที่ไทย และที่สำคัญอาหารอร่อยมาก”

“ฉันก็ย้ายมาอยู่ไทยในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับพอล เพราะได้ลองไปเที่ยวแล้วตกหลุมรักที่นั่น ยืนยันอีกเสียงว่าค่าครองชีพตอนอาศัยอยู่ในไทย สูงกว่าค่าใช้จ่ายตอนไปเที่ยว”


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer