เข้าสู่ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี หนึ่งในสิ่งที่วัยทำงานอย่างเรา ๆ ต้องขบคิดคือ “เรื่องการเสียภาษี” และ “เรื่องการลดหย่อนภาษี” จะใช้สิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง อาทิ การลงทุนในกองทุน LTF/RMF และการซื้อประกัน แล้วจะใช้สิทธิลดหย่อนอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีเงินเหลือ วันนี้ K-Expert เขามีคำแนะนำมาฝาก

เช็กสิทธิลดหย่อนให้ครบ

ก่อนที่จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีผ่านกองทุน LTF/RMF และประกัน แนะนำให้เช็กสิทธิลดหย่อนภาษีที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่หลายคนอาจหลงลืมไม่ได้นำมาใช้สิทธิ เช่น

  • ดอกเบี้ยบ้าน สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
  • เงินค่าซื้อบ้านหลังแรก ซึ่งมีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สามารถนำ 20% ของราคาบ้านมาเฉลี่ยหักลดหย่อนภาษี ได้เป็นเวลา 5 ปี หรือก็คือ ลดหย่อนภาษีได้ปีละ 4% ของราคาบ้านเป็นเวลา 5 ปี
  • ค่าโรงแรมและแพ็คเกจทัวร์ในไทย หากเรามีการซื้อแพ็คเกจทัวร์ หรือพักโรงแรมในไทยซึ่งจะต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2559 ก็จะสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท
  • ค่าอาหารและท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ เราสามารถนำค่าอาหารและเครื่องดื่มที่จ่ายให้กับร้านอาหาร ค่าแพ็คเกจทัวร์ และค่าโรงแรมในไทย ที่จ่ายให้กับผู้ประกอบการที่จดภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 9-17 เมษายน 2559 มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท
  • เงินบริจาค สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ หากบริจาคให้วัด สาธารณกุศลทั่วไป ลดหย่อนได้ 1 เท่า หรือหากบริจาคเพื่อการศึกษา สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า

ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่าที่สุด

เมื่อพูดถึงการลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน LTF/RMF ประกันชีวิต และประกันบำนาญ หากถามว่า ใช้สิทธิอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด หลายคนมักตอบว่า ใช้ให้เต็มสิทธิ ซึ่งจริง ๆ แล้ว บางคนอาจไม่จำเป็นที่จะต้องลดหย่อนภาษีให้เต็มสิทธิ เพราะอาจไม่คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบระหว่างประโยชน์ทางภาษี กับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนและสภาพคล่องทางการเงินที่น้อยลง การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเพื่อให้ฐานภาษีลดลง เช่น จากฐานภาษี 20% เป็น 15% เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้คุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนี้ในการเลือกเครื่องมือเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีให้เหมาะกับตัวเรานั้น ควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ ไม่ควรดูจากการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว

  • กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงในการลงทุนได้สูง เพราะกองทุน LTF มีนโยบายลงทุนในหุ้น จึงทำให้ราคาของหน่วยลงทุนขึ้นลงผันผวนสูง และในระหว่างที่ลงทุน ราคาของหน่วยลงทุนมีโอกาสปรับตัวลงมาต่ำกว่าต้นทุนของเราก็ได้ จากความเสี่ยงในการลงทุนที่สูง และระยะเวลาในการลงทุนที่นานถึง 7 ปีปฏิทิน หรือประมาณ 5 ปีกว่า ผู้ที่จะลงทุนในกองทุน LTF ควรมีฐานภาษีที่สูง 15% ขึ้นไป เพราะจะได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีเฉลี่ยปีละประมาณ 3% แต่หากฐานภาษีต่ำกว่านี้ จะไม่ได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีมากนัก
  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เหมาะกับผู้ที่ต้องการวางแผนเกษียณอายุ เพราะกองทุน RMF มีเงื่อนไขที่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (เว้นได้อย่างมาก 1 ปี) โดยจะขายได้ก็ต่อเมื่อมีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป และลงทุนในกองทุน RMF ก้อนแรกอย่างน้อย 5 ปี จากการที่การลงทุนในกองทุน RMF เป็นการลงทุนระยะยาว อาจจะยังไม่เหมาะกับคนที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน ซึ่งยังมีภาระค่าใช้จ่ายอย่างค่าผ่อนบ้านหรือค่าผ่อนรถ เป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ กองทุน RMF จึงเหมาะสำหรับคนที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งรายได้มีจำนวนมากพอที่จะลงทุนในกองทุน RMF ไปจนถึงอายุ 55 ปีได้
  • ประกันชีวิต เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ซึ่งหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต เงินจากกรมธรรม์จะช่วยให้คนในครอบครัวสามารถปรับตัวรับกับเหตุการณ์ร้ายได้ แนะนำให้มีวงเงินความคุ้มครองชีวิต 3 เท่าของรายได้ในแต่ละปี เบื้องต้นแนะนำให้ทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพซึ่งมีค่าเบี้ยไม่สูงมาก เพื่อเน้นความคุ้มครองชีวิต แต่หากต้องการเก็บออมเงินเพิ่มเติมไปด้วย ก็สามารถทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
  • ประกันบำนาญ เหมาะกับคนที่อยากมีเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณ พร้อมกับได้รับความคุ้มครองชีวิต โดยจุดเด่นของประกันบำนาญคือ การจ่ายเงินบำนาญให้กับผู้ทำประกันทุกปีหลังเกษียณตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ เช่น จ่ายเงินให้ทุกปี เมื่อผู้ทำประกันมีอายุ 60 ปี โดยจ่ายให้ถึงอายุ 80 ปี ทำให้มั่นใจว่า ในช่วงเกษียณอายุจะได้รับเงินมาใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กองทุน LTF/RMF ประกันชีวิต และประกันบำนาญ ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่การลดหย่อนภาษี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันความเสี่ยงด้วยประกันชีวิต การวางแผนเกษียณด้วยกองทุน RMF และประกันบำนาญ รวมทั้งการเพิ่มความมูลค่าให้กับเงินลงทุนด้วยกองทุน LTF ดังนั้น แม้ว่าเราจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจนเต็มสิทธิแล้ว ก็สามารถลงทุนในกองทุนรวมเพื่อเพิ่มความมั่งคั่ง และซื้อประกันชีวิตเพื่อเพิ่มความคุ้มครองชีวิตได้

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/mLq7NC



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer