ในช่วงฤดูฝนที่สภาพอากาศอับชื้น การทำความสะอาดเครื่องแต่งกายเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจมากขึ้น เป็นเหตุผลว่าทำไมคนต้องเลี่ยงไปใช้บริการร้านสะดวกซักแทนการซักล้างเองในครัวเรือน

ตลาดร้านสะดวกซักในไทยเติบโตต่อเนื่องอยู่ในระดับพันล้านบาท ซึ่งตลาดนี้ก็มีไฮซีซันเช่นเดียวกับธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งก็คือฤดูฝนเช่นนี้

แฟรนไชส์ร้านสะดวกซักในไทยขณะนี้กำลังขยายตัวต่อเนื่อง แบรนด์เล็กใหญ่ต่างลงเล่นไม่น้อยกว่า 30-40 ราย นับพันร้านที่ตั้งอยู่ตามทำเลต่าง ๆ แต่ Otteri คือแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนเกินกว่า 30%

คุณกวิน นิทัศนจารุกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้บริหารธุรกิจสะดวกซัก Otteri wash & dry กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาอ๊อตเทริทำยอดขายรวม 900 ล้านบาท คาดอัตราการเติบโตในปี 2567 จะอยู่ที่ 10-20%

เทรนด์ร้านสะดวกซักยังคงเติบโตได้ดี แต่เมื่อมองในแง่ Volum กลับลดลง บริษัทต้องพยายามปรับกลยุทธ์ใหม่ตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ผู้ใช้บริการมองหาความคุ้มค่าจากการมาใช้บริการซักนอกบ้าน สะท้อนจากพฤติกรรมของผู้ใช้บริการที่ซักผ้ารวมครั้งเดียวในปริมาณมาก ไม่แยกผ้าสี-ผ้าขาว

สำหรับปีนี้จำนวนสาขาใหม่เพิ่มจาก 1,200 แห่ง ตั้งเป้าเพิ่ม 1,300 สาขาในปีนี้  60% ยังคงอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในต่างจังหวัดโซนภาคใต้และอีสาน 40% ด้วยจำนวนนี้จะทำให้อ๊อตเทริทิ้งห่างคู่แข่งเบอร์รองไป 800 สาขา

ปีที่ผ่านมาอ๊อตเทริบุกตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรกในกัมพูชา เปิดให้บริการสองสาขา ที่ผ่านมาคนกัมพูชาใช้บริการซักล้างที่มีคนให้บริการ และจ่ายตามปริมาณกิโลกรัม แต่การเข้าไปของอ๊อตเทริซึ่งเป็นบริการตนเอง กลับได้ผลตอบรับดีมาก เนื่องจากในประเทศเพื่อนบ้านนิยมแบรนด์จากไทยเป็นทุนเดิม ทำให้ในปีนี้บริษัทขยายสาขาเพิ่มอีก 8 แห่ง รวมในปี 2567 อ๊อตเทริมีสาขาในกัมพูชารวม 10 แห่ง

“การบุกตลาดต่างประเทศมองต่อไว้เป็นประเทศเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงเช่นเดิม ชูจุดแข็งการเป็นร้านสะดวกซักที่โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์น ท่ามกลางร้านคู่แข่งที่เน้นฟังก์ชันมากกว่า คาดได้เห็นรายละเอียดภายในไตรมาสสี่ปีนี้คาบเกี่ยวต้นปีหน้า”

คุณกวินกล่าวถึงประเด็นต้นทุนว่า ต้นทุนของธุรกิจร้านสะดวกซักประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส หากทั้งสามปัจจัยปรับตัวเกิน 10% ต้นทุนจะอยู่ในภาวะตึงเครียด ซึ่งบริษัทไม่อาจแบกรับต่อไปได้ต้องพิจารณาการขึ้นราคาค่าบริการตาม แม้อ๊อตเทริจะรับมือด้วยการใช้พลังงานทางเลือก ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดการพึ่งพาไฟฟ้า แต่ข้อจำกัดที่ร้านเปิด 24 ชั่วโมง ทำให้ช่วงกลางคืนหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าไม่ได้

ปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจดีดตัวสูง จนบริษัทต้องประกาศปรับราคาช่วงต้นปีที่ผ่านมาขึ้น 10 บาท ประกอบกับราคาเริ่มต้นเดิม 40 บาท ในกลุ่มเครื่องซักผ้าขนาด 13, 14, 17 และ 18 กิโลกรัม

“แม้ในปีนี้บริษัทจะไม่มีการปรับราคาขึ้นแล้ว แต่ปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นประชาชนกลายเป็นผู้แบกรับภาระในขั้นสุดท้าย ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งที่เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานเช่นนี้ภาครัฐควรมีมาตรการควบคุมที่จะช่วยเหลือประชาชนมากกว่านี้”

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer