การประกาศลดราคารถยนต์ EV โดยเฉพาะจากค่ายสัญชาติจีน สร้างความผันผวนให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และส่งผลกระทบต่อธุรกิจใกล้เคียง หนึ่งในนั้นคือธุรกิจประกันภัย ที่บางรายต้องชะลอการรับประกันไปจนถึงขั้นยุติการรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า หรือปรับเพิ่มเบี้ยประกัน หลังราคารถยนต์เปลี่ยนแปลงไปมาก

วิริยะประกันภัย ในฐานะผู้ครองส่วนแบ่งตลาดประกันภัยรถยนต์เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 24% ยังคงยึดมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด แม้ตลาดราคารถยนต์ไฟฟ้าจะผันผวนเป็นอย่างมาก อีกทั้งการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่สูงกว่ารถสันดาป ซึ่งเสี่ยงต่อการกระทบทุนประกัน

คุณอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่วิริยะประกันภัยรับทำประกันภัยรถ EV แม้จะยังเป็นสัดส่วนน้อยในพอร์ตเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของบริษัท แต่วิริยะประกันภัยยังคงยึดมั่นในการคุ้มครองลูกค้าอย่างคุ้มค่า

“ราคาในตลาดที่ผันผวน บริษัทต้องปรับทุนประกันตามราคาตลาด เพื่อให้การประกันภัยเป็นไปตามกลไกคุ้มครองความเสี่ยงภัยได้จริง อย่างไรก็ดี ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ผลิตรถยนต์และประกันภัยก็เริ่มตั้งรับตั้งแต่ Hybrid มาจนถึงอีวีซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่ที่ทุกคนในอุตสาหกรรมต้องเรียนรู้ไปพร้อมกัน”

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2567 บริษัทยังยึดถือในแนวทางการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง Customer of Centric  มอบประสบการณ์ มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า ให้กับลูกค้าที่อยู่ในความดูแลมากกว่า 8 ล้านกรมธรรม์ต่อปี

เริ่มที่การขยายการบริการแจ้งเคลมที่สะดวกรวดเร็ว ผ่านการเคลมนัดหมายออนไลน์บนวิดีโอคอล อีกทั้งยังได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกนำมาประเมินผลเพื่อกำหนดความคุ้มครอง กำหนดเบี้ยประกันภัย รวมถึงวิเคราะห์สินไหมทดแทน เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการใช้ AI เข้ามาช่วยในการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกันภัย ให้ผู้เอาประกันภัยสามารถตรวจสภาพรถยนต์ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ย่นระยะเวลาในทุก process ทำให้ลูกค้านำรถยนต์กลับไปใช้งานได้เร็วขึ้น ล้วนเป็นผลดีต่อลูกค้าในทุกทัชพอยต์

และเพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง วิริยะประกันภัยได้จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าให้บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่สรุปความเสียหาย รวมไปถึงบริษัทคู่ค้าตัวแทนประกันวินาศภัย

ในปีนี้วิริยะประกันภัยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า เช่น Viriyah Privileges มอบสิทธิประโยชน์ ส่วนลดร้านค้าชั้นนำให้ลูกค้าได้รับบริการพิเศษตลอดอายุการประกัน, ประกันรถยนต์ PayLite จ่ายเท่าที่ขับแต่ได้รับความคุ้มครองเหมือนประกันชั้น 1 ซึ่งประหยัดเบี้ยไปกว่า 50% เบี้ยเริ่มต้นเพียง 4,800 บาท จ่ายจริงตามระยะทางที่ขับ กิโลเมตรละ 70 สตางค์, ตามด้วยประกันสุขภาพ Viriyah Health Insurance ซึ่งเป็นโปรดักส์ที่บริษัทกำลังเร่งขยาย โดยตั้งแต่ก่อน-หลัง การทำประกัน สามารถปรึกษาสุขภาพได้

“สถานการณ์ตลาดรถยนต์ค่อนข้างผันผวน จากที่คาดการณ์ว่ายอดการออกรถยนต์คันใหม่จะเติบโตในปีนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าตลาดรถยนต์มีอัตราการเติบโตลดลงพอสมควร ผลกระทบมาจากเศรษฐกิจที่ซบเซา และการแย่งชิงตลาดรถด้วยกันเอง”

คุณอมรกล่าวในตอนท้ายว่า ครึ่งปีหลังความน่ากังวลยังคงเป็นเรื่องของเศรษฐกิจหลัก ซึ่งประกันวินาศภัยเป็นธุรกิจที่ขึ้นตรงต่อสภาพเศรษฐกิจ มีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ตลาดจะสามารถเติบโตได้ราว 5% แต่ผ่านมาแล้วครึ่งปียังคงไม่เห็นแนวโน้มการเติบโต ส่งผลต่อยอดประกันวินาศภัยโดยรวม บริษัทจึงต้องบริหารจัดการความเสี่ยงภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาให้ดี และต้องเร่งเครื่องให้ทันก่อนหมดปี

ทั้งนี้ ผลประกอบการปี 2566 ตามที่ได้เปิดเผยออกมา บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมทั้งสิ้น 40,077 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 35,633 ล้านบาท และประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 4,444 ล้านบาท โดยในปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโต 5% เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 43,000 ล้านบาท แบ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ 38,000 ล้านบาท และประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,000 ล้านบาท

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer