ฮีโน่ ไขข้อสงสัย เหตุใดจึงเป็นแบรนด์รถบรรทุกอันดับหนึ่งในใจลูกค้า (Key Success)
“การที่แบรนด์จะเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้นั้นต้องเริ่มจากการเข้าใจในความต้องการของลูกค้าให้ได้ก่อน
ฮีโน่ จะคิดเหมือนกับตัวเองเป็นลูกค้าพร้อม ๆ กับตั้งคำถามว่า ‘ลูกค้าต้องการอะไร?’
เพื่อที่แบรนด์จะสามารถผลิตรถบรรทุก รถโดยสาร การบริการหลังการขายที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค และผู้ประกอบการในธุรกิจนั้น ๆ เป็นหลัก
ที่สำคัญ ฮีโน่ไม่ได้คิดเพียงแต่การนำเสนอรถบรรทุกที่ดี แต่รถของเราต้องช่วยสร้างกำไรและลดต้นทุนให้ลูกค้าด้วย หรือที่เรียกว่า TCO (Total Cost of Ownership) ซึ่งเป็นสิ่งที่
ฮีโน่คิดเผื่อไปให้ลูกค้าด้วยเช่นกัน”

คุณยูมิโกะ คาวามุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ย้ำให้เห็นถึงภาพใหญ่ในการสร้างแบรนด์ “ฮีโน่” ในฐานะผู้นำด้านรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทยมากว่า 62 ปี
และในปีนี้ฮีโน่ยังคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand ในหมวด “รถบรรทุก” มาครองได้สำเร็จ รางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่มาจากผลสำรวจผู้บริโภค 6,000 ตัวอย่างทั่วประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนานได้อย่างแท้จริง
แม้ว่าในช่วงครึ่งปี 2566 เศรษฐกิจประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้ง GDP ที่ต่ำกว่าคาด ความไม่แน่นอนของการเมือง การส่งออกหดตัว รวมถึงภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และการเข้ามาของรถ EV เพื่อการพาณิชย์
นี่อาจเรียกได้ว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจอย่างแท้จริง…
“สำหรับภาพรวม ‘ตลาดรวมรถบรรทุกและรถโดยสารของประเทศไทย’ คาดการณ์ว่าน่าจะมียอดขายอยู่ที่ 27,500 คัน ซึ่ง ฮีโน่ คาดว่าจะขายได้ 11,000 คัน หรือสัดส่วนตลาดคิดเป็นประมาณ 40% รวมถึงในส่วนของบริการหลังการขายคาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 5,660 ล้านบาทในส่วนของอะไหล่และบริการ”

กลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ฮีโน่ให้เป็นที่ 1 ในใจผู้บริโภค
แนวคิดหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของฮีโน่ถูกแทนด้วย อักษร 3 ตัวคือ “QDR” = คุณภาพ (Quality), ความทนทาน (Durability) และความเชื่อมั่น (Reliability) เพื่อให้สินค้าที่ออกมาสามารถตอบโจทย์การใช้งาน รวมเรื่องของความคุ้มค่าที่สามารถสร้างกำไรให้กับลูกค้าได้อีกด้วย
และนอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว… “เราต้อง ‘เปลี่ยนลูกค้ามาเป็นครอบครัว’ สร้าง Loyalty Customer ด้วยบริการหลังการขาย เริ่มตั้งแต่ศูนย์บริการทั่วประเทศ พร้อมช่างเทคนิคมืออาชีพ ที่มีทักษะความสามารถและประสบการณ์ รวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้รถฮีโน่สามารถดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่น”
เพราะรถบรรทุกเป็นเครื่องมือทำมาหากินของลูกค้าฮีโน่ ถ้ารถเสียรอซ่อมหรือต้องหยุดวิ่งเท่ากับลูกค้าขาดรายได้
“ดังนั้น สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกประสบความสำเร็จอีกหนึ่งอย่างก็คือความสามารถดูแลลูกค้าที่ใช้รถฮีโน่ได้อย่างดี และเต็มประสิทธิภาพ”

ฮีโน่ ยังมองว่าผู้บริโภคในยุคปัจจุบันอยู่ในช่วงเวลาของการ “เปลี่ยนแปลงจากเจเนอเรชันหนึ่งสู่อีกเจเนอเรชัน” มองเป็นความท้าทายอย่างมากในการสร้างแบรนด์เพื่อครองใจผู้บริโภคทุกยุค ทุกวัย ในทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
62 ปีในประเทศไทยจึงเป็นทั้งความสำเร็จเป็นทั้งประสบการณ์ที่จะสามารถนำมาต่อยอดในการสร้างแบรนด์ในยุคปัจจุบัน
“ปีนี้เราก็มีกิจกรรมที่หลากหลาย และไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการมุ่งเน้นเพื่อสร้างรากฐานให้แบรนด์ได้เป็นที่รู้จัก ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจ หากปีนี้จะได้เห็น ฮีโน่ ไปจัดกิจกรรมที่สยามสแควร์ ไปร่วมงานวิ่ง งานบอล งานมวย หรือกิจกรรมกับพันธมิตรใหม่ ๆ ที่จะเป็นการเปิดตลาดไปกับเจเนอเรชันใหม่ ๆ นี่ก็เป็นอีกความสำเร็จหนึ่งของปีนี้ ที่ฮีโน่ได้ดูแลผลิตภัณฑ์ไปพร้อม ๆ กับการสร้างแบรนด์”


รวมถึงยังมีแคมเปญใหญ่ของปีนี้ อย่าง “Hino Smile Project” สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับลูกค้า รวมถึงสังคม แบ่งเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
การสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าฮีโน่ … มอบ Excellent & Experience Service ประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และว่าที่ลูกค้าในอนาคต ตั้งแต่การเข้ามาเลือกซื้อรถจะเป็นซื้อรถในการเริ่มต้นธุรกิจ ซื้อไปเพื่อขยายกิจการ หรือซื้อไปเพื่อทดแทนคันเก่า รวมไปถึงการเข้ามารับบริการหลังการขายที่เพียบพร้อมทั้งด้านอะไหล่และบริการ
การสร้างรอยยิ้มให้กับตัวแทนจำหน่าย … เพราะตัวแทนจำหน่ายคือ ปราการด่านหน้าที่ต้องดูแลลูกค้าโดยตรงในปีนี้ฮีโน่จึงมีกิจกรรมหลากหลายที่พร้อมสนับสนุนตัวแทนและพัฒนาคุณภาพของบุคลากรในทุก ๆ ด้าน รวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งด้านการขาย, บริการหลังการขาย และกิจกรรมบูรณาการ สนับสนุนให้ตัวแทนจำหน่ายกว่า 106 ที่ทั่วประเทศ ส่งต่อสิ่งดี ๆ ถึงลูกค้าที่เป็นครอบครัวฮีโน่ในทั่วประเทศ
การส่งมอบรอยยิ้มให้กับสังคม … มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable Goals ตามแม่แบบของกลุ่มฮีโน่ ประเทศญี่ปุ่น แบ่งออกเป็น 4 เรื่องหลักคือ 1. ช่วยสนับสนุนด้านขนส่งให้กับสังคม 2. ช่วยพัฒนากิจกรรมในชุมชน 3. ช่วยรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อม และ 4. ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณี
โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น กิจกรรมปลูกป่าร่วมกับกองทัพเรือ, การบริจาคโลหิตร่วมกับสภากาชาด หรือ การสนับสนุนพาหนะทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารให้กับทั้งภาครัฐบาลและเอกชน และยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่อยู่ในแผนดำเนินการในปีนี้

… และท้ายที่สุด “ฮีโน่ ต้องเป็นแบรนด์ One Stop Service ที่สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับลูกค้าได้ด้วยประสบการณ์บริการที่เป็นเลิศ (Excellent Experience Service)
รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจ แต่สามารถสร้างความสุขให้กับลูกค้า เช่น ดูฟุตบอลติดขอบสนาม หรือ ดูมวยแบบติดขอบเวที
ฮีโน่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยใจ เมื่อลูกค้ามีความสุขและรักฮีโน่ เชื่อว่าพอนึกถึงรถบรรทุกก็จะนึกถึง .. ฮีโน่”
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
