อมาโด้ รักษาการเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งไว้อย่างไร ในวันที่กระแสตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเปลี่ยนไป
ย้อนกลับไปในปี 2020 เป็นครั้งแรกที่ Marketeer No.1 Brand Thailand ได้ทำการสำรวจแบรนด์อันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคในหมวด “คอลลาเจนผงและคอลลาเจนชงดื่ม” และจากผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภค ระบุว่าแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด (ทั่วประเทศ) ในวันนั้นคือแบรนด์ “อมาโด้” (amado)
ในวันนี้ ผลสำรวจ No.1 Brand Thailand ประจำปี 2024 ‘อมาโด้’ ยังคงสามารถครองการเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคได้อีกครั้ง ด้วยคะแนน 29.80% ที่สำคัญคือเป็นการรับรางวัลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5”
ก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งว่ายากแล้ว รักษาอันดับและคงตำแหน่ง No.1 ไว้นั้นยากกว่า

เชน-ธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด หัวเรือใหญ่ผู้ที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังการขับเคลื่อนอมาโด้ กรุ๊ป กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้เอ่ยถึงรางวัล No.1 Brand Thailand กับ Marketeer ว่า
“ในปีแรกที่ได้รับรางวัลรู้สึกตื่นเต้นมาก เนื่องจากรางวัลนี้สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ของอมาโด้ ในปีที่ 2 เป็นความกดดันว่าจะทำอย่างไรในการรักษาตำแหน่งไว้อย่างต่อเนื่อง แต่พอปีที่ 3 เราเริ่มเข้าใจกลไกว่าสิ่งสำคัญ คือการ Maintain คุณภาพของการดำเนินธุรกิจในมิติต่าง ๆ หาลูกค้าใหม่ไปพร้อม ๆ กับรักษาฐานลูกค้าเดิมให้คงไว้
“ขณะที่ปีที่ 4 ความรู้สึกเหมือนมีลมใต้ปีกให้เราอยู่บนท้องฟ้าได้เรื่อย ๆ ซึ่งก็ต้องคอยรักษามาตรฐานต่าง ๆ เอาไว้เพื่อให้เราอยู่ในจุดนี้ต่อไปให้ได้ตลอด และในปีที่ 5 นี้เหมือนเป็นร่างทองของอมาโด้ นอกจากการรักษามาตรฐาน สิ่งที่เรามองคือจะพัฒนาและต่อยอดความเป็นเบอร์หนึ่งนี้ต่อไปอย่างไร”
ถูกที่ถูกเวลาด้วยคุณภาพมาตรฐานที่เพิ่มขึ้น
ท่ามกลางตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยเฉพาะเซกเมนต์ของคอลลาเจนที่ทั้งดุเดือดและตัวตลาดเองก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มามากมาย เชนบอกกับเราว่า อมาโด้ ดำเนินธุรกิจภายใต้คำมั่นสัญญา ‘we Live For Your Health’ ด้วยความแข็งแกร่ง 3 จุดแข็งสำคัญคือ R&D, Distribution Channel และ Data Driven ที่มีองค์ประกอบที่สมส่วนและสมดุล
“กว่า 10 ปีของการดำเนินธุรกิจ อมาโด้เจอกับหลากหลายเหตุการณ์ ทั้งการเริ่มสร้างแบรนด์ท่ามกลางข่าวและกระแสต่าง ๆ ในตลาดคอลลาเจน การดิสรัปต์ (Disrupt) ตลาดของอมาโด้เมื่อ 7 ปีก่อนด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการดิสรัปต์ (Disrupt) ครั้งใหญ่เมื่อ 5 ปีก่อน ด้วยการชิงส่วนแบ่งมาร์เก็ตแชร์ของแพลตฟอร์ม TV Shopping
“ปัจจุบันมันไม่ใช่แค่เรื่องช่องทางการขาย ตลาดกำลังถูกดิสรัปต์ (Disrupt) ด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ ความพึงพอใจของลูกค้า โครงสร้างราคา ตลอดจนการแข่งขันด้วยเรื่อง Price War หรือ สงครามราคา”
เมื่อเกิดสงครามราคา เชนกล่าวว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้การแข่งขันนี้ คือ หลายแบรนด์ลดคุณภาพของวัตถุดิบ (Raw Material) เพื่อให้สามารถสู้ในศึกครั้งนี้ได้
“ในยุคที่ทุกคนขายเก่ง ตลาดแข่งกันด้วยเรื่อง “ราคา” และถ้าจะแข่งด้วยราคาที่ถูกหมายความว่าเขาต้องลดต้นทุน แน่นอนว่าถ้ายึดหลักนี้แบรนด์ของคุณจะไม่ยั่งยืน แต่สำหรับอมาโด้ Core Business ที่เราย้ำมาตลอดคือ R&D เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาและรักษาคุณภาพมาตรฐาน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ขณะที่ Distribution Channel ของเราได้ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยในช่วงเวลาที่ถูกต้อง นั่นทำให้อมาโด้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง จนมีฐานลูกค้าประจำหรือ Real Fan เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”

อมาโด้ กรุ้ป 10 ปีของความสำเร็จที่ต่อยอดได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
มองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น อมาโด้ที่ตอนนั้นเปรียบเสมือนสตาร์ตอัปในธุรกิจสุขภาพ เริ่มต้นและเติบโตด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มาในช่วงที่เรียกว่า “ถูกที่และถูกเวลา” เริ่มต้นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ในยุค Digital Transformation
เมื่อถึงแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กถึงจุดอิ่มตัว อมาโด้เริ่มมองหาโอกาสใหม่อีกครั้งกับช่องว่างของตลาด TV Home Shopping ต่อยอดความสำเร็จและจุดแข็งอย่าง “การขายเก่ง” ด้วยการเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ “Amado Shopping” ที่มาพร้อมจุดขายอย่างการคิด GP ต่ำเพียง 25%
อมาโด้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในสนาม TV Home Shopping นอกจากจะสามารถจัดโปรโมชั่นสินค้าจับกลุ่มเป้าหมายของแต่ละช่องได้แบบเฉพาะเจาะจงแล้ว ช่องทางนี้ยังขยับมาเป็นช่องทางหลักที่สร้างรายได้ให้กับอมาโด้ได้มากที่สุด
จากนั้น อมาโด้ต่อยอดความสำเร็จของ การขายเก่ง ขยายไปยังกลุ่มสินค้า Well Known Brand โดยยังคงคอนเซ็ปต์ เป็นกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ เช่น นาฬิกาและเครื่องฟอกอากาศแบรนด์หัวเว่ย หรือผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ SEALECT เป็นต้น ซึ่งอมาโด้ประสบความสำเร็จอีกครั้งด้วยการสร้างยอดขายให้แบรนด์ต่าง ๆ ได้ตามเป้าที่วางไว้
มาวันนี้ อมาโด้ต่อยอดจุดแข็งของ “การขายเก่ง” อีกครั้ง ไปยังกลุ่มสินค้าชุมชนหรือสินค้า OTOP เพื่อส่งเสริมช่วยเหลือผลักดันการตลาดให้กับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภครวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติในจังหวัดต่าง ๆ ยกตัวอย่างความสำเร็จของการขายสินค้า OTOP ที่ผ่านมา เช่น การไลฟ์ขายข้าว 2 ตัน ใน 7 นาที หรือขายปลาหมึกมหาชัยยอด 150,000 บาทใน 5 นาที

“อมาโด้ เติบโตอย่างต่อเนื่องจนมาถึงวันที่เรามีรายได้เฉลี่ย 2,000 ล้านบาทต่อปี เราเป็นที่หนึ่งในตลาดคอลลาเจนมาโดยตลอด ประสบความสำเร็จในแต่ละเป้าหมายที่วางไว้ตลอดการเดินทางกว่า 10 ปี ต่อไปมันเป็นเรื่องของการเติบโตอย่างยั่งยืน เราจึงมองหาโอกาสใหม่ ๆ ต่อยอดจุดแข็งที่มีไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งการขายสินค้าชุมชนเป็นอีก Room ที่เรามองว่าเป็นโอกาสและความสำเร็จรออยู่”
เชนย้ำกับเราว่า “ในตลาดคอลลาเจนอมาโด้ที่แข็งเกร่งด้วยคุณภาพตอนนี้มีโครงสร้างของแบรนด์ที่มั่นคงมากขึ้น เรามีฐานกลุ่มลูกค้าที่เชื่อมั่นในคุณภาพพร้อมที่จะซื้อสินค้าในราคาจริง ทำให้อมาโด้สามารถทยอยลดการทำโปรโมชั่นให้น้อยลง นั่นทำให้เราตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ลดลงเหลือเพียง 800 ล้านบาท สวนทางกับกำไร ที่อาจจะได้เห็น New High Profit ปีนี้”
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
