10.10 หมดตัวไปกับอะไรบ้าง
เมื่อในวันนี้ Buy Now Pay Later ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ได้เข้ามาสร้างอำนาจในการช้อปมากขึ้น จากการซื้อก่อนจ่ายทีหลังที่แพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสเปิดบริการให้กับลูกค้าภายใต้ชื่อ SPayLater สำหรับ Shopee และ LazPayLater ของ Lazada

การให้บริการ Buy Now Pay Later ของทั้งสองแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสเป็นเพียงหนึ่งในผู้ให้บริการ Buy Now Pay Later ที่มีอยู่หลากหลายในประเทศไทย ที่ผู้ให้บริการเห็นโอกาสจากการเติบโตด้านรายได้จากการปล่อยสินเชื่อในรูปแบบนี้ ที่สามารถเสิร์ฟความต้องการผ่อนของในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือมีรายได้ที่ไม่แน่นอนได้
เนื่องจากเป็นบริการที่ไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ หรือตรวจสอบเครดิตบูโร
ซึ่งต่างจากสินเชื่ออื่น ๆ เช่น บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด (Personal Loan) ที่ให้บริการเฉพาะผู้มีรายได้ประจำ มีการกำหนดรายได้ขั้นต่ำ และตรวจสอบประวัติเครดิตบูโร
ด้วยความง่ายในการเข้าถึงสินเชื่อในรูปแบบ Buy Now Pay Later จากข้อมูลของ Research and Markets พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มูลค่าตลาดรวมของ Buy Now Pay Later เติบโตอย่างแข็งแรง
ปี 2566 มูลค่า 2,910 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 97,700 ล้านบาท)
ปี 2567 มูลค่า 3,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 114,200 ล้านบาท)
คาดการณ์ว่าปี 2572 มูลค่า 6,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 211,600 ล้านบาท)
สำหรับ Shopee และ Lazada การเปิดให้บริการ Buy Now Pay Later นอกเหนือจากการสร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าในแพลตฟอร์มมากขึ้น ด้วยวงเงินที่ได้รับจากการสมัครบริการ พร้อมกับดึงดูดลูกค้าใหม่เข้ามาสมัคร และลูกค้าเก่าใช้บริการอย่างต่อเนื่องด้วยแคมเปญโปรโมชั่นต่าง ๆ
ยังเป็นการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากดอกเบี้ยที่ลูกค้าต้องจ่ายเมื่อผ่อนสินค้าเป็นรายเดือน แทนการจ่ายเต็มจำนวนหลังวันซื้อสินค้าตามที่แพลตฟอร์มกำหนดอีกด้วย
โดย Shopee ได้เปิดบริการ Buy Now Pay Later ในชื่อ SPayLater ในปี 2564 ทำธุรกิจภายใต้ชื่อบริษัท ซีมันนี่ (แคปปิตอล) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล
หลังจากให้บริการไม่ถึงปี Shopee ได้เปลี่ยนผู้ให้บริการ SPayLater เป็นบริษัทยูนิคอร์น (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในเครือ SEA Group (บริษัทแม่ของ Shopee) เช่น เกมออนไลน์การีน่า Shopee Pay เป็นต้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการให้บริการ เช่น การลดดอกเบี้ยรายปี เพื่อดึงดูดลูกค้า
และล่าสุด Shopee ได้ย้ายธุรกิจ SPayLater ให้อยู่ภายใต้ บริษัท ซีมันนี่ (แคปปิตอล) จำกัด อีกครั้ง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 พร้อมปรับเงื่อนไขให้บริการ SPayLater เพื่อลดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ SPayLater มากขึ้น
ถ้ามองไปที่ผลประกอบการจากธุรกิจทั้งหมดของบริษัท ยูนิคอร์น (ประเทศไทย) จำกัด จนถึงปี 2566 พบว่า ได้รายงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดังนี้
2564 รายได้รวม 438.61 ล้านบาท ขาดทุน 320.21 ล้านบาท
2565 รายได้รวม 1,353.28 ล้านบาท ขาดทุน 129.68 ล้านบาท
2566 รายได้รวม 1,557.98 ล้านบาท กำไร 535.15 ล้านบาท
ส่วนบริษัท ซีมันนี่ (แคปปิตอล) จำกัด ที่รับโอนธุรกิจ SPayLater จากบริษัท ยูนิคอร์น (ประเทศไทย) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2566 มีผลประกอบการรวมธุรกิจทั้งหมดภายใต้บริษัทเดียวกัน
ปี 2566 มีรายได้รวม 1,429.52 ล้านบาท กำไร 6.59 ล้านบาท
สำหรับ Lazada ผู้ให้บริการ LazPayLater ในไทยปี 2565 ได้จดทะเบียนบริการในชื่อบริษัท ลาซาด้า โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด
มีผลประกอบการดังนี้
2565 รายได้รวม 1,770.72 ล้านบาท กำไร 147.17 ล้านบาท
2566 รายได้รวม 1,310.19 ล้านบาท กำไร 82.46 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี Buy Now Pay Later ของทั้งสองแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลส แม้จะเป็นสินเชื่อที่ผลักดันให้ลูกค้าซื้อสินค้าจากพลังจับจ่ายจากเงินอนาคต แต่ความท้าทายคือการบริหารหนี้เสีย หรือ NPL ที่จะเกิดขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อที่ผู้ซื้อผ่อนไม่ไหว
–
