ย้อนกลับไปประมาณสิบกว่าปีก่อน ยุคที่มือถือยังเป็นเครื่องมือที่เข้าถึงได้ยาก อินเทอร์เน็ตยังเป็นยุคระหว่าง 3G คาบเกี่ยว 4G ธุรกิจขายตรงขณะนั้นบูมมากในประเทศไทย เพราะเป็นธุรกิจที่นำสินค้าไปเสิร์ฟตรงหน้าประตูบ้านของลูกค้า มีความผูกพันกับลูกค้า อีกทั้งตัวแทนจำหน่ายก็สร้างปฏิสัมพันธ์อันดีกับผู้ซื้อ เกิดเป็นคอมมูนิตี้ขึ้นมา

การขายตรงจัดอยู่ในรูปแบบการตลาดเครือข่าย (Network Marketing) ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนแบบ Stair Step + Unilevel จำหน่ายสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภคเป็นส่วนใหญ่

Network Marketing จะเน้นสร้างยอดขายผ่านตัวแทนอิสระในการไดร์ฟยอดและปิดการขาย การตลาดเครือข่ายยังเป็นที่รู้จักในชื่อการตลาดแบบหลายชั้น (MLM) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทขายตรงบางแห่งใช้ในการขายสินค้าและบริการ MLM จะส่งเสริมให้สมาชิกที่มีอยู่ดึงคนเข้ามาสมัครในธุรกิจเป็นทอด ๆ โดยการส่งเสริมและขายผลิตภัณฑ์ของตนให้กับพวกเขา โดยจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของคนที่เข้ามาสมัครใหม่ กลายเป็นเครือข่าย หรือ “ดาวน์ไลน์” ในทางกลับกันก็ได้รับการสนับสนุนให้ทำการขายสินค้าไปด้วย

MLM หลายธุรกิจนั้นถูกกฎหมาย แต่ก็มีบางธุรกิจที่ดูขัดต่อกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งดำเนินการในรูปแบบโครงสร้างพีระมิด

การ “ขายตรง” ไม่ใช่ผู้ร้าย

ในไทยเองธุรกิจขายตรงมีสมาคมที่คอยกำกับดูแลธุรกิจกลุ่มนี้ มีชื่อว่า “สมาคมการขายตรงไทย” เป็นสมาคมระดับชาติแห่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA : World Federations of Direct Selling Associations) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2526 จากการรวมตัวกันของบริษัทที่ประกอบธุรกิจขายตรงจำนวน 8 บริษัท ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพิทักษ์ผลประโยชน์อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ประชาชนมีรายได้เพื่อส่งเสริมครอบครัว

ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้แก่บริษัทสมาชิกของสมาคม ภายใต้กรอบจรรยาบรรณการขายตรงโลก ตามที่สมาพันธ์การขายตรงโลก หรือ WFDSA กำหนด

ปัจจุบันสมาคมมีสมาชิกซึ่งเป็นบริษัททั้งไทยและต่างชาติมากกว่า 30 บริษัท (ตัวอย่างสมาชิก บริษัทกิฟฟารีน, นูสกิน, SCM, ยูซาน่า, ลาชูเล่, คังเซน)

หน้าที่ของสมาคม คือ เพื่อป้องกันปัญหาจากธุรกิจแอบแฝงที่อาจสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของการขายตรง ผสานกำลังของบริษัทสมาชิกที่จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้นักธุรกิจอิสระสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง โดยที่บริษัทผู้เป็นสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจขายตรงโลก ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2560 ตามมติของคณะกรรมการสมาพันธ์การขายตรงโลก

จรรยาบรรณธุรกิจขายตรงโลก

ประกอบด้วยสาระหมวดต่าง ๆ ได้แก่ จรรยาบรรณ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค/จรรยาบรรณระหว่างบริษัทกับผู้จำหน่ายอิสระ/และจรรยาบรรณระหว่างบริษัท

จรรยาบรรณกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจและปกป้องคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อส่งเสริมการแข่งขันอย่างยุติธรรมในขอบเขตของธุรกิจการค้าเสรี และเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงในหมู่สาธารณชน

ศัพท์สำคัญ

บริษัท: องค์กรธุรกิจที่ใช้ระบบการขายตรงในการทำตลาดเพื่อจัดจำหน่ายสินค้า และเป็นสมาชิกของสมาคมการขายตรง

ผู้บริโภค: บุคคลใดก็ตามที่ซื้อและบริโภคสินค้าจากผู้จำหน่ายอิสระหรือจากบริษัทขายตรง

ผู้จำหน่ายอิสระ: บุคคลหรือองค์กรที่มีสิทธิซื้อ และ/หรือขายสินค้าของบริษัท และอาจมีสิทธิชักชวนผู้อื่นมาเป็นผู้จำหน่ายอิสระ โดยทั่วไปผู้จำหน่ายอิสระจะจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง ณ สถานที่ที่ห่างจากสถานที่ค้าปลีกถาวร

สินค้า: ผลิตภัณฑ์และบริการที่จำหน่ายทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้

ณ ที่นี้ เราจะยกหมวด “3. จรรยาบรรณต่อผู้จำหน่ายอิสระ” มาพูดถึง

3.1 ความยินยอมของผู้จำหน่ายอิสระ

บริษัทจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้จำหน่ายอิสระต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของจรรยาบรรณนี้เพื่อการดำรงสมาชิกภาพในระบบจัดจำหน่ายของบริษัท

3.2 การชักชวนเข้าร่วมธุรกิจ

บริษัทจะไม่ใช้วิธีชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิด ลวงล่อ หรือไม่ยุติธรรม ในการชักชวนผู้สนใจหรือผู้จำหน่ายอิสระ

3.3 ข้อมูลทางธุรกิจ

บริษัทจะต้องนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจ สิทธิที่เกี่ยวข้อง และข้อผูกพันต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน และถูกต้อง ห้ามนำเสนอข้อเท็จจริงใด ๆ แก่ผู้สนใจเข้ามาเป็นผู้จำหน่ายอิสระ โดยที่ ข้อมูลเหล่านั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้ หรือให้สัญญาใด ๆ ที่ไม่สามารถปฏิบัติให้บังเกิดผลตามสัญญาได้ บริษัทจะไม่นำเสนอผลประโยชน์ที่ได้รับจากการขายให้แก่ผู้สนใจ โดย ใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือในลักษณะลวงล่อ

3.4 ค่าตอบแทนและยอดบัญชี

บริษัทจะแจ้งยอดบัญชีต่าง ๆ ให้ผู้จำหน่ายอิสระทราบเป็นระยะ ๆ อาทิ ยอดขาย ยอดการสั่งซื้อ

รายละเอียดเกี่ยวกับรายได้ คอมมิชชั่น โบนัส ส่วนลด การจัดส่งสินค้า การยกเลิกการสั่งซื้อ และ

ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นไปตามข้อตกลงที่บริษัทได้ทำไว้กับผู้จำหน่ายอิสระ

รายได้ของผู้จำหน่ายอิสระอาจจะมาจากยอดขายและการบริโภคเอง รวมถึงยอดขายและการบริโภคของดาวน์ไลน์ ผู้จำหน่ายอิสระจะไม่ได้รับผลตอบแทนจากการชักชวนผู้จำหน่ายอิสระอื่น ๆ เข้าร่วมธุรกิจ ยกเว้นในกรณีที่บริษัทจ่ายผลตอบแทนขั้นต่ำให้แก่ผู้จำหน่ายอิสระโดยที่ไม่ขัดกับกฎหมายท้องถิ่น

3.5 การอ้างตัวเลขผลตอบแทน

  1. บริษัทและผู้จำหน่ายอิสระจะไม่กล่าวอ้างตัวเลขยอดขายหรือยอดขายที่คาดว่าจะทำได้
  2. ตัวเลขผลตอบแทนและยอดขายจะต้อง

(ก) เปิดเผยโดยปราศจากการบิดเบือน ล่อลวง หรือทำให้เข้าใจผิด และ

(ข) ตรงตามที่บันทึกไว้และสอดคล้องกับตัวเลขที่ปรากฏในตลาดที่เกี่ยวข้อง

  1. ผู้สนใจจะเป็นผู้จำหน่ายอิสระจะต้อง

(ก) ได้รับแจ้งยอดเงินที่ถูกต้อง และยอดขายจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับความสามารถในการขาย ชั่วโมงทำงาน รวมถึงความขยันหมั่นเพียรและปัจจัยอื่น ๆ และ

(ข) ได้รับข้อมูลเพียงพอในการประเมินโอกาสในการหารายได้ บริษัทและผู้จำหน่ายอิสระจะไม่กล่าวอ้างตัวเลขยอดขายหรือยอดขายที่คาดว่าจะทำได้ ผลตอบแทนที่ผู้จำหน่ายอิสระของตนทำได้ โดยผิดไปจากความจริง ตัวเลขผลตอบแทนหรือยอดขายที่กล่าวอ้างต้องมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร

3.6 ความสัมพันธ์

บริษัทจะยื่นข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือสัญญาที่สามารถดาวน์โหลดได้ทางอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้จำหน่ายอิสระของตนเพื่อลงนามร่วมกับบริษัท โดยเอกสารจะระบุรายละเอียดที่จำเป็นเกี่ยวกับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างผู้จำหน่ายอิสระกับบริษัท

บริษัทจะแจ้งให้ผู้จำหน่ายอิสระของตนทราบถึงข้อผูกพันต่างๆ ในทางกฎหมาย รวมทั้งใบอนุญาต การจดทะเบียน และการชำระภาษีที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจ

3.7 ค่าธรรมเนียม

บริษัทและผู้จำหน่ายอิสระจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมโดยไม่สมเหตุสมผล (ตามมาตรฐานของตลาดท้องถิ่น) จากรายการที่ปรากฏดังต่อไปนี้ คือ การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ค่าฝึกอบรม ค่าสัมปทานสิทธิ์การขาย ค่าวัสดุ อุปกรณ์ส่งเสริมการขาย หรือค่าธรรมเนียมอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิการเข้าร่วมทางธุรกิจในระบบการจัดจำหน่ายของบริษัท จากผู้สนใจจะเป็นผู้จำหน่ายอิสระ

ค่าธรรมเนียมใด ๆ ที่เรียกเก็บจากผู้จำหน่ายอิสระจะต้องสอดคล้องกับการเข้าร่วมหรือการดำรงสถานภาพการเป็นผู้จำหน่ายอิสระของบริษัท ห้ามมิให้บริษัทบังคับให้ซื้อสินค้าประกอบการสมัคร เว้นเสียแต่ว่าการซื้อสินค้านั้นจะรวมอยู่ในชุดคู่มือ อย่างไรก็ดี อนุญาตให้มีการบังคับซื้อชุดคู่มือการดำเนินธุรกิจได้ หากไม่ขัดต่อข้อใดในประมวลกฎหมาย

ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่บริษัทเรียกเก็บในการเข้าร่วมหรือรักษาสถานภาพผู้จำหน่ายอิสระ รวมถึงการบริการเพิ่มเติม (เช่น การฝึกอบรมออนไลน์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการแก้ปัญหาทางอินเทอร์เน็ต ค่าจัดส่งต่าง ๆ เป็นต้น) จะต้องสามารถขอคืนเงินได้ (โดยหักค่าคอมมิชชั่นที่ผู้จำหน่ายอิสระได้รับไปแล้ว)

ห้ามมิให้ผู้จำหน่ายอิสระรับคอมมิชชั่นจากการเข้าร่วมหรือรักษาสถานภาพของผู้จำหน่ายอิสระ ซึ่งถือเป็นรายได้จากการชักชวนเข้าร่วมธุรกิจกับบริษัท

3.9 สินค้าคงคลังและการรับซื้อคืน

บริษัทจะไม่กำหนดหรือกระตุ้นให้ผู้จำหน่ายอิสระ ซื้อสินค้าคงคลังเก็บไว้ในปริมาณที่มากเกินควร โดยไม่สมเหตุสมผล

ในกรณีที่ผู้จำหน่ายอิสระร้องขอให้ยุติความสัมพันธ์กับบริษัท บริษัทจะต้องรับซื้อสินค้าคงคลังที่ยังไม่ได้ขายหรือสินค้าที่สามารถนำกลับมาขายใหม่ได้ อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ อุปกรณ์ส่งเสริมการขายและชุดคู่มือ

การดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ที่ได้ซื้อไปในช่วงระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา และยินดีคืนเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้จำหน่ายอิสระ โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการได้สูงสุด 10% ของค่าสินค้า บริษัทมีสิทธิหักค่าเสียผลประโยชน์ของสินค้าที่ได้รับคืนจากผู้จำหน่ายอิสระ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการชี้แจงเรื่องนโยบายสินค้าคงคลังให้แก่ผู้จำหน่ายอิสระทราบอย่างชัดเจน

นักขายตรงคือใคร

คือบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีสิทธิ์ซื้อและ/หรือขายสินค้าของบริษัท รวมทั้งทำการตลาดให้กับสินค้าเหล่านั้นแก่ผู้บริโภคได้โดยตรง ณ สถานที่ที่ห่างจากที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระ

จรรยาบรรณธุรกิจขายตรงเหมือนกับกฎหมายหรือไม่

จรรยาบรรณธุรกิจขายตรงไม่เหมือนกับกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งจรรยาบรรณนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวอย่างมีจรรยาบรรณ นอกเหนือจากข้อบังคับที่กฎหมายทั่วไปกำหนดโดยบริษัทและผู้จำหน่ายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายในประเทศของตนเองควบคู่ไปด้วยกัน

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer