เพราะการดำรงอยู่ของมวลมนุษยชาติ ความโหดร้ายจึงยังดำเนินไป

ฮัน คัง (Han Kang) นักเขียนหัวขบถจากเกาหลี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม และกลายมาเป็นผู้ทรงอิทธิพลในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผู้หย่อนเมล็ดพันธุ์แห่งการค้นหาแก่นแท้ของมนุษย์ ที่กำลังแพร่กระจายในสังคมเกาหลีและทั่วโลก

จากผู้ตกอยู่ในเหตุสังหารหมู่ สู่นักเขียนที่ใช้บาดแผลร่างอักษร

ฮัน คัง เกิดที่กวางจู เมื่อปี 1970 โตมาจากครอบครัวนักวรรณกรรม คุณพ่อของเธอ คือ ฮัน ซองวอน นักเขียนนวนิยายชื่อดังเกาหลี คังจึงโตมากับหนังสือตั้งแต่เด็ก อ่านทั้งหนังสือภาษาเกาหลีและหนังสือแปล

ตอนเด็กคังชอบหนังสือ Lionheart Brothers ของนักเขียนชาวสวีเดน Astrid Lindgren เป็นอีกเล่มที่ทำให้เธอตั้งคำถามกับชีวิตและความตาย และความหมายของการมีชีวิตอยู่

ในวัยเพียง 10 ขวบ คังต้องเผชิญกับความทรงจำเหตุการณ์สังหารหมู่ ณ กวางจู ปี 1980 ซึ่งต่อมามันกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเขียนนวนิยายเรื่อง Human Acts ที่กองทัพเกาหลีใต้เข่นฆ่า และทรมานประชาชนของตนเอง เปิดแผลเป็นของสังคมที่หลายฝ่ายพยายามปกปิด แต่ยังเป็นแผลสดของประชาชนที่เป็นเหยื่อในเหตุการณ์เสมอมา

หากกล่าวว่างานเขียนมักสะท้อนผลรวมชีวิตของนักเขียน คงไม่ผิดนัก เพราะผลงานของคังส่วนใหญ่มักตั้งคำถามกับความรุนแรงที่ฝังรากลึกอยู่ในมนุษยชาติ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการสังหารที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งบนโลกใบนี้ ซึ่งไฟแห่งความโกรธแค้นรุนแรงนี้ไม่มีวันจะมอดดับลง  แม้โลกวิวัฒนาการล้ำหน้าไปเท่าใดก็ตาม

เพราะการอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ทำให้สัญชาตญาณเอาตัวรอดของมนุษย์ทำงาน เราทุกคนล้วนเก็บงำความโหดร้ายอยู่ในตัว และพร้อมจะทำในสิ่งที่เลวร้ายเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของตนต่อไป

“แก่นแท้ของมนุษย์” ที่เต็มไปด้วยความทรงจำแห่งบาดแผล จึงกลายเป็นธีมหลักในผลงานของเธอ  นักเขียนคังเล่าว่า เธอเป็นคนที่มักจะตั้งคำถามอยู่เสมอว่า มนุษย์คืออะไร  ความหมายของการมีชีวิตคืออะไร แล้วถ่ายทอดความสงสัยของเธอผ่านนวนิยาย ด้วยการดึงความเจ็บปวดทางประวัติศาสตร์ของการปกครองแบบเบ็ดเสร็จของเกาหลีใต้ และการต่อสู้ของประชาชน มาเล่าด้วยวิธีที่แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง

งานเขียนของฮันส่วนใหญ่จะตีแผ่ประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ความโศกเศร้า สูญเสีย  ระบบที่เอารัดเอาเปรียบหรือกดขี่ที่แทรกซึมอยู่ในสังคม จากฝีมือของมนุษย์ด้วยกันเอง ความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ภายใต้สำนวนเรียบง่าย เหมือนผิวน้ำอันสงบนิ่งที่มีคลื่นลูกใหญ่พร้อมปะทุใต้พื้นธารา

ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง

ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในหมู่ชาวเกาหลีใต้ คือ “Human Acts” ซึ่งเป็นนวนิยายเกี่ยวกับ การสังหารหมู่พลเรือนโดยระบอบเผด็จการทหาร Chun Doo-hwan ปี 1980 ตามมาด้วยการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในเมืองกวางจู

“The Vegetarian” อยู่ในอันดับที่ 49 ใน รายชื่อ “หนังสือ 100 เล่มที่ดีที่สุดของศตวรรษที่ 21” ของ The New York Time เนื้อหาจะค่อนข้างเข้มข้น ตัวละครกบฏต่อบรรทัดฐานสังคม ระบบการกดขี่ ท้าทายด้านมืดทางจิต แต่คนเพิกเฉย ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่ต่อไป

“The White Book” เหมือนเป็นหนังสือสำหรับไว้อาลัยแก่คนรักของคัง เล่าถึงชีวิตของเธอควบคู่ไปกับการเสียชีวิตของน้องสาว มีทั้งอารมณ์แห่งความรู้สึกผิด และความเศร้าโศกอยู่ในเล่ม

“Love in Yeosu” สะท้อนการมีชีวิตของมนุษย์ที่ต้องพยายามต่อสู้ เพื่อให้มีชีวิตรอดในทุก ๆ วัน ต้องอดทนต่อความเหนื่อยล้า และความโดดเดี่ยว

ในวรรณกรรมของคังแม้จะซ่อนการตั้งคำถาม แต่กลับไม่มีการพยายามตอบคำถามเลย หรือเพราะเธอเองก็ไม่มีคำตอบให้กับความโหดร้ายของมนุษย์เช่นกัน ทำได้เพียงบอกเล่าธรรมชาติความรุนแรงผ่านเลนส์ของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านหลายผลงาน เพื่อชี้นำให้เห็นถึงแก่นแท้ของมนุษย์ ที่ช่างกระด้าง และหยาบโลน

ลัทธิ “คลั่งฮัน คัง”

ขณะนี้ชื่อของ “ฮัน คัง” ได้กลายเป็นลัทธิที่คนรุ่นใหม่เกาหลีตั้งขึ้น เพื่อนิยามกลุ่มคนที่ชื่นชอบในตัวนักเขียนท่านนี้ และพยายามตามรอยเธอไปในทุกอย่าง ทั้งซื้อหนังสือของนักเขียนคังไปสะสม ตลอดจนไล่เก็บลิสต์หนังสือที่คังเคยอ่าน ซื้อมาอ่าน ตามจนยอดขายของหนังสือกลุ่มนั้นพุ่งตามยอดขายของหนังสือเธอ

 

 

ตามข้อมูลของร้านหนังสือชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่ Kyobo, Aladin และ YES24 เปิดเผยว่า ภายหลังได้รางวัลหนังสือของนักเขียนคังยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 1,200 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขายได้มากกว่าหนึ่ง 1 ล้านเล่มในเกาหลีใต้ และรูปแบบ e-book ขายไปแล้วอย่างน้อย 1.06 ล้านเล่ม คนเรือนหมื่นแห่ซื้อจนชนิดที่แถวล้นออกมาหน้าร้าน ทำให้หนังสือขาดตลาด โรงพิมพ์ทำงานหนักไม่ได้หยุด เพื่อให้ทันต่อความต้องการที่ถาโถมเข้ามา

และความคึกคักนี้ ยังไปกระตุ้นยอดขายวรรณกรรมเกาหลีใต้โดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเพิ่มขึ้น 12 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน หนังสือ 2 เล่มที่นักเขียนคังพูดถึงเมื่อไม่นานนี้ว่าเธอกำลังอ่านอยู่ ได้แก่ Inventory of Losses โดย Judith Schalansky และ Atlas de botanique élémentaire โดย Jean-Jacques Rousseau ต่างก็มียอดขายพุ่งสูงขึ้น

การได้รับรางวัลโนเบลจุดประกายความภาคภูมิใจของคนเกาหลีทั้งประเทศ มหาวิทยาลัยยอนเซ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่คังเคยศึกษา ได้ติดป้ายประกาศเชิดชูความสำเร็จของเธอ ขณะที่บ้านเกิดเมืองกวางจู ก็นำป้ายประกาศเชิดชูเกียรติมาติดไว้เพื่อยกย่องเธอ

รางวัลระดับนานาชาติ

คังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติระดับนานาชาติมาแล้วหลายรางวัล อาทิ Émile Guimet Asian Literature Award, Man Booker Prize  และ Medici Award รวมถึงรางวัล Pony Chung Innovation Award และ Ho-Am Award

รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 2024 นี้ เป็นรางวัลเกียรติยศทางวรรณกรรมสูงสุดของโลก ฮันคังคือผู้หญิงเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในรอบ 123 ปี ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติจากนวนิยายเรื่อง The Vegetarian และเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลชาวเกาหลีคนที่สอง ต่อจากประธานาธิบดีคิมแดจุง ที่เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี 2000 จากความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ

แต่มีจุดที่น่าสนใจว่า ปกติรางวัลโนเบลจะมอบให้นักเขียนที่อยู่ในช่วงบั้นปลายอาชีพ และนักเขียนที่เป็นผู้ท้าชิงคนอื่นล้วนมีอายุ 70 ถึง 80 ปีแล้ว แต่คังมีอายุเพียง 53 ปี

ทั้งนี้ ฮันคังมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์รับรางวัลโนเบลอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ธันวาคม ที่สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

 

แต่ก็ใช่ว่าชาวเกาหลีทุกคนจะภูมิใจในตัวเธอ ช่วงปี 2014 ภายใต้การบริหารของอดีตประธานาธิบดีปาร์ค กึนเฮ ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้นำเผด็จการทหารอีกคนหนึ่ง ฮัน คัง ถูกขึ้นบัญชีดำ ห้ามไม่ให้เธอได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ร่วมกับผู้สร้างสรรค์คนอื่นๆ ที่ถูกมองว่าต่อต้านระบอบเผด็จการทหาร

และการรับรางวัลโนเบลยังมีกลุ่มอนุรักษนิยมออกมาประท้วงหน้าสถานทูตสวีเดนในเกาหลี เรียกร้องให้ยกเลิกรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ของฮัน คัง ต่างถือป้ายที่มีข้อความว่า “เราขอประณามนักเขียนรางวัลโนเบลผู้บิดเบือนประวัติศาสตร์เกาหลี และสถาบันสวีเดนสำหรับความร่วมมือกับสาธารณรัฐเกาหลี”

 

ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง แต่แก่นแท้ของมนุษย์จะยังเหมือนเดิม

ความหลงใหลในชีวิตนักเขียนของคัง ยังสะท้อนผ่านคำพูดของเธอที่เคยกล่าวไว้ว่า นวนิยายเรื่องแรกของเธอตีพิมพ์ในเดือนมกราคม 1994 จึงเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ที่คังใช้ตัวอักษรมาหล่อเลี้ยงชีวิต เธอเชื่อมโยงกับโลกใบนี้ด้วยการเขียน และยังจะเขียนต่อไปเหมือนที่ทำมาตลอด แล้วพบปะผู้อ่านผ่านหนังสือของเธอเอง

ปัจจุบันนักเขียนคังกำลังเขียนหนังสือเล่มใหม่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในครึ่งปีหลังของปี 2025 เธอยังวางแผนที่จะเขียนหนังสืออีก 3 เล่ม ภายใน 6 ปีข้างหน้า

และแม้เวลาจะผ่านไปอีกกี่สิบปี ทุกอย่างในโลกล้วนเปลี่ยนแปลงไป และ “ฮัน คัง” อาจจะเหลือเพียงชื่อ แต่เชื่อเหลือเกินว่า “แก่นแท้ของมนุษย์” อันเต็มไปด้วยความรัก โลภ โกรธ หลง ตามที่ปรากฏในวรรณกรรมของนักเขียนหญิงท่านนี้ จะเป็น “ความจริงนิรันดร์” ที่ไม่เปลี่ยนแปลง

อ้างอิง: Hani, The Guardian, nytimes, MK, The Nobel Prize, npr, KBC, The Korea Times,