จะดีแค่ไหน ถ้าเราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ จะดีแค่ไหน ถ้าเปลี่ยนจากคำว่า “ต้องทำ” เป็น “อยากทำ” บางทีความสุขของชีวิตอาจไม่ได้อยู่ไกลที่ไหน เพียงแค่เราสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างอิสระ เพื่อใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีความหมายได้ในทุกๆวันในแบบของตัวเราเอง เท่านี้ก็มีสุขแล้ว

 

ท่ามกลางเทรนด์การทำธุรกรรมผ่าน Digital Banking เป็นที่มาของภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของทีเอ็มบี กับคอนเซ็ปต์ “TMBใช้ชีวิตเต็มที่ในแบบของคุณ” สะท้อนความเข้าใจของ TMB Digital Banking ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้เหมาะสมกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละคนที่แตกต่างกัน

เนื้อหาโฆษณาพุ่งไปยังวิสัยทัศน์ของธนาคารที่มุ่งเรื่องอิสระแห่งการใช้ชีวิต โดยลูกค้าสามารถใช้ชีวิตได้เต็มที่พร้อมๆกับการบริหารจัดการการเงินในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชี ซื้อกองทุน กู้บ้าน ทำประกัน หรือกระทั่งการกู้ทำธุรกิจ ที่ TMB Digital Banking พัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อที่ลูกค้าจะได้ใช้ชีวิตให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องกรอบเวลา-สถานที่ ที่จะมาผูกรัด “อิสระในการใช้ชีวิต”

 

และนักแสดงก็เป็นพี่ดู๋คนเดิม ที่เพิ่มเติมคือ น้องเอม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่โตเป็นหนุ่มและตามคุณพ่อมาถ่ายโฆษณาธนาคารเป็นครั้งแรก โดยเนื้อหาสะท้อนการทำธุรกรรมต่างๆได้ทุกที่ทุกเวลาไปพร้อมๆกับการใช้ชีวิตในกิจกรรมและสถานที่ต่างๆอย่างเต็มที่ ทั้งการทำงาน กิจกรรมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และการทำงานเพื่อสังคม เพื่อความสุขของตนเองและส่งต่อความสุขไปยังสังคมให้ดียิ่งขึ้น

 

ประเด็นที่น่าสนใจ ทีเอ็มบีนับเป็นธนาคารเจ้าเดียวที่เน้นการสื่อสารในเรื่องวิสัยทัศน์ของวิถีชีวิตใหม่ คือทำหนังโฆษณาให้เห็นชัดเจนไปว่านวัตกรรมสามารถช่วยให้ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าดีขึ้นอย่างไร ในขณะที่คู่แข่งเน้นกลยุทธ์สื่อสารโดยยิงตรงไปที่ผลิตภัณฑ์มากกว่า

คำถามคือ อย่างไหนจะสื่อสารได้ดีกว่ากัน

ต้องไม่ลืมว่าผู้บริโภคแทบทุกคนเป็นลูกค้าธนาคาร 2-3 ธนาคาร และหากวัดที่นวัตกรรมเชื่อว่าค่ายผู้นำก็ใกล้เคียงไม่ต่างกัน ดังนั้นการเป็น Top of Mind ได้นั้น ประเด็นตกอยู่ที่เรื่องการสร้างแบรนด์ ที่ใคร “เข้าใจ” ลูกค้ามากกว่า

ข้อมูลสำรวจจาก MX.com ที่สำรวจพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ในเรื่องดิจิทัลแบงก์กิ้งระบุว่า ลูกค้ากลุ่ม Millennials ต้องการมากกว่าแค่ Digital/Mobile Banking พวกเขาต้องการ Application ที่ถูกสร้างมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ สามารถให้คำแนะนำ คาดการณ์ และวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เขาต้องการ แต่ไม่รู้ตัวในสิ่งที่ต้องการได้

สรุปได้ว่าใครที่สื่อสารได้ชัดเจนว่าเทคโนโลยีที่มี สามารถตอบโจทย์ลูกค้าอย่างไร ก็น่าจะได้การรับรู้จากคนรุ่นใหม่มากกว่า และทีเอ็มบีก็ยึดความชัดเจนจุดนี้ในการสื่อสารทั้ง Below &Above the line มาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการรับรู้มากกว่า ลูกค้าจะเชื่อใจมากกว่า ต้องมาดูต่อว่าแบรนด์ใดที่มีความปลอดภัยสูงสุด ยิ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน สแกนนิ้วมือ จดจำเสียงและใบหน้า ซึ่งทีเอ็มบีพัฒนาเรื่องความปลอดภัยในการทำธุรกรรมเป็นพิเศษ หลังจากเปิดตัวทีเอ็มบีทัชเมื่อปีที่แล้ว นอกเหนือจากการล็อกอินด้วยรหัสผ่านแล้ว ทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรมโอนเงินต้องมีการใส่รหัสลับทำธุรกรรมอีกชั้นหนึ่งด้วย

ดังนั้นเนื้อหาของทีเอ็มบีที่นอกเหนือจากเรื่องนวัตกรรมที่ตอบไลฟ์สไตล์แล้วยังมีเรื่องของความน่าเชื่อถือ “Trust”สอดแทรกเข้าไปด้วย ซึ่งเล่าผ่านภาพพี่ดู๋ที่สามารถทำธุรกรรมสำคัญได้อย่างไม่ต้องกังวลแม้จะอยู่ในป่า กลางถนน หรือแม้กระทั่งกลางทะเลสาบ เสมือนเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตได้อย่างชาญฉลาด และสามารถจัดการธุรกรรมทางการเงินได้อย่างอิสระปลอดภัย

นี่เป็นอีกหนึ่ง Corporate Branding ที่น่าสนใจจากทางฝั่งทีเอ็มบี ติดตามชมภาพยนตร์ชุดใหม่ของทีเอ็มบีได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านช่องทางสื่อทีวีและออนไลน์ได้ทาง https://www.tmbbank.com/TMBDigitalBanking

ข้อมูลเพิ่มเติม www.facebook.com/TMB โทร.1558

เปลี่ยนประสบการณ์ธุรกรรมการเงิน เพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น ที่ TMB Digital Banking #ใช้ชีวิตได้เต็มที่กับTMB