เทศกาลคริสต์มาสเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความยินดี หรือจะเป็นอาหารคริสต์มาสที่น่าอร่อยและแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในฝั่งยุโรปที่จะมีอาหารเฉลิมฉลองกันตั้งแต่วันคริสต์มาสอีฟไปจนถึงเดือนมกราคม
โดยอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือไก่งวงที่มักจะเห็นสิ่งนี้วางอยู่บนโต๊ะในวันคริสต์มาสนี้ทั่วโลก ซึ่งมีธรรมเนียมว่าจะต้องให้ผู้ชายที่อาวุโสที่สุดในบ้านเป็นผู้ตัดแบ่งไก่งวงให้แก่สมาชิกทุกคน และนอกจากไก่งวงแล้วยังมีของหวานสุดฮิตอย่างคริสต์มาสพุดดิ้งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะเป็นเค้กผลไม้ที่มีความหอมหวานสดชื่น ส่วนเครื่องดื่มสุดพิเศษประจำเทศกาลนี้ก็คือ Mulled Wine (มัลไวน์) เครื่องดื่มที่ทำจากไวน์แดงอุ่นให้ร้อนผสมเครื่องเทศ น้ำตาล และผลไม้ เพื่อความอุ่นให้กับร่างกายยามดื่มในฤดูหนาว
และแน่นอนว่าแต่ละประเทศจะมีวัฒนธรรมการรับประทานในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้ที่แตกต่างกัน แต่ละประเทศจะมีอะไรนั้น ไปดูกันเลย
สหราชอาณาจักร
อาหารเย็นคริสต์มาสแบบอังกฤษคลาสสิกเป็นอาหารแบบดั้งเดิมที่จัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยจานอาหารจะเต็มไปด้วยไก่งวงย่าง หมูอบ มันฝรั่งอบ ไส้กรอก กะหล่ำดาว และผักอื่น ๆ มากมาย เช่น หัวผักกาด กะหล่ำปลีแดง ชีสกะหล่ำดอก และแคร์รอตราดด้วยน้ำเกรวี ซึ่งอาจจะมีซอสแครนเบอร์รี่และซอสราดขนมปังตามความชอบส่วนบุคคล
และแน่นอนว่าอาหารเย็นคริสต์มาสแบบอังกฤษจะไม่สมบูรณ์แบบหากไม่มีพุดดิ้งคริสต์มาสเป็นของหวาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความอบอุ่นในครอบครัว เพราะส่วนมากในแต่ละบ้านจะมีสูตรเฉพาะที่สืบต่อกันรุ่นต่อรุ่น โดยการทำพุดดิ้งคริสต์มาสนี้เป็นกิจกรรมพิเศษที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะมาช่วยกันทำอาหาร เพราะมีความเชื่อว่าระหว่างทำพุดดิ้งจะสามารถขอพรได้ 1 ข้อแล้วจะสมหวัง
ส่วนประเพณีอาหารคริสต์มาสของอังกฤษ จะมีการทิ้งเชอร์รี่ (หรือนมสำหรับซานตาคลอสที่ดื่มไม่หมด) พายมินซ์ และแคร์รอตสำหรับรูดอล์ฟไว้ข้างเตาผิง เพื่อเป็นรางวัลให้กับซานตาคลอสและรูดอล์ฟที่ส่งของขวัญให้เด็ก ๆ ทั่วโลกภายในคืนเดียว โดยเชื่อกันว่าประเพณีนี้มีต้นกำเนิดในเนเธอร์แลนด์ โดยเด็ก ๆ ชาวดัตช์มักจะทิ้งอาหารและเครื่องดื่มไว้ให้ซานตาคลอสเพื่อแลกกับของขวัญนั่นเอง
อิตาลี

อาหารทะเลเป็นอาหารที่มีบทบาทสำคัญบนโต๊ะอาหารคริสต์มาสในอิตาลี นั่นก็คือเมนูที่เรียกว่า The Feast of the Seven Fishes (เทศกาลแห่งปลาทั้งเจ็ด) ซึ่งเป็นการรับประทานอาหารทะเลเจ็ดชนิดที่แตกต่างกัน อาจเป็นลิงกวินีทะเล ปลาอบ หรือปลากะพงในหม้อเดียวเป็นอาหารหลัก
สำหรับของหวานจะเป็นปาเน็ตโทนที่โรยด้วยช็อกโกแลตหรือลูกเกด และนอกจากนี้ ยังมีเมนูขนมหวานอื่น ๆ อย่างแพนโดโร แพนฟอร์เต และนูเกตที่ได้รับความนิยมอีกด้วย
สวีเดน
อาหารคริสต์มาสแบบสวีเดนจะถูกเรียกว่า julbord (จูลบอร์ด) ซึ่งแปลว่า โต๊ะอาหารคริสต์มาส โดยอาหารจะประกอบไปด้วยอาหารสแกนดิเนเวียนแบบดั้งเดิมมากมาย เช่น แฮมคริสต์มาส กราวาแลกซ์ ลูกชิ้น สลัดปลาเฮอริ่ง พาเตตับ ขนมปังไรย์ และกะหล่ำปลีแดง เสิร์ฟเป็นอาหารสามคอร์ส
ซึ่งเด็ก ๆ ในสวีเดนจะเตรียมกาแฟไว้ให้ซานตาคลอส ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่จะทำให้ซานตาคลอสตื่นตลอดทั้งคืน เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมา
ฝรั่งเศส
ชาวฝรั่งเศสนิยมรับประทานอาหารทะเลในช่วงเทศกาลคริสต์มาส โดยอาหารจานหลักจะเป็นหอยนางรม กุ้ง และล็อบสเตอร์ ส่วนของหวาน จะมีการเสิร์ฟ bûche de Noël (หรือ Yule log) หรือในภาษาไทยหมายถึงเค้กรูปขอนไม้ ซึ่งเค้กนี้ทำมาจากแผ่นสปันจ์เค้กม้วนจนกลม ตกแต่งด้วยครีมสีน้ำตาล ราดด้วยไอซิ่ง พร้อมตกแต่งหน้าให้สวยงาม
โดยว่ากันว่าเค้กนี้เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ที่ได้มีกฎให้ผู้คนในปารีสปิดปล่องไฟในฤดูหนาว เพราะเชื่อว่าการเปิดปล่องไฟทิ้งไว้จะทำให้คนในบ้านเจ็บไข้ได้ง่าย ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ชีวิตของผู้คนชาวฝรั่งเศสต้องเปลี่ยนไป จึงมีการทำเค้กก้อนนี้เป็นสัญลักษณ์ขึ้นมานั่นเอง
ญี่ปุ่น
และแน่นอนว่าคริสต์มาสไม่ใช่วันหยุดราชการในญี่ปุ่น ดังนั้น จึงไม่ใช่การเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่มากนัก แต่อย่างไรก็ตาม สตรอว์เบอร์รี่ชอร์ตเค้กซึ่งเป็นเค้กฟองน้ำสตรอว์เบอร์รี่และครีมหลายชั้นได้กลายมาเป็นตัวเลือกยอดนิยมในวันคริสต์มาสนี้
ส่วนอาหารมื้อค่ำคริสต์มาสแบบญี่ปุ่นนั้นไม่เหมือนประเทศอื่นตรงที่ได้รับอิทธิพลมาจากแคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จในยุค 70 ทำให้หลายครอบครัวได้เพลิดเพลินกับเคเอฟซีคริสต์มาสบัคเก็ตในวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งได้รับความนิยมมากจนหลายครอบครัวต้องสั่งอาหารล่วงหน้าหลายสัปดาห์ก่อนคริสต์มาสเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ร่วมสนุกกับประเพณีอันโด่งดังนี้ เพราะมีชาวญี่ปุ่น 3.6 ล้านคนฉลองคริสต์มาสด้วยไก่ทอดกรอบจากเคเอฟซีหนึ่งถังนั่นเอง
เยอรมัน
อาหารยอดนิยมของเยอรมันจะเป็นอะไรไปได้นอกจาก Weihnachtsgans หรือห่านคริสต์มาสของเยอรมัน ซึ่งเป็นสัตว์ปีกแบบดั้งเดิมที่มักทำกันในงานเลี้ยงของครอบครัวทั่วประเทศ และในปัจจุปันเป็ดย่างก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ยังมีอาหารจานโปรดอย่างไส้กรอก เกี๊ยวมันฝรั่ง และกะหล่ำปลีสีแดงอีกด้วย ส่วนของหวานที่คนเยอรมันชื่นชอบมากที่สุดคือ Stollen ซึ่งเป็นขนมปังแบนยาวเคลือบน้ำตาลที่คล้ายกับเค้กผลไม้
และในเยอรมนี จะมีเครื่องดื่ม Gluhwein (คล้ายกับไวน์ร้อน) ที่เป็นที่นิยมดื่มกัน และหลายคนก็ชอบรับประทาน bratwurst (ไส้กรอกเยอรมัน) ในตลอดคริสต์มาสด้วยเช่นกัน
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
ภาพ christmas menu australia and new zealand
เนื่องจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เฉลิมฉลองคริสต์มาสในช่วงฤดูร้อน อาหารคริสต์มาสจึงสะท้อนถึงอากาศที่อบอุ่นขึ้น การปิ้งย่างกับครอบครัวบนชายหาดจึงเป็นทางเลือกยอดนิยม ดังนั้น อาหารคริสต์มาสจึงมักเป็นงานสังสรรค์ที่ไม่เป็นทางการ เนื้อแกะย่างเป็นเนื้อสัตว์ยอดนิยมในนิวซีแลนด์ และชาวออสเตรเลียอาจชอบรับประทานแฮมเคลือบน้ำตาลที่เตรียมไว้กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดด
และในนิวซีแลนด์ ครอบครัวชาวเมารีจะทำฮังกี ซึ่งเป็นอาหารที่ปรุงด้วยไฟอ่อนโดยใช้หินร้อนในเตาอบหลุมสำหรับอาหารคริสต์มาส ส่วนชาวออสซี่และชาวกีวีมีประเพณีอาหารคริสต์มาสหลายอย่างเช่นเดียวกับชาวอังกฤษ เนื่องมาจากวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ครอบครัวต่าง ๆ มักจะทิ้งแคร์รอตและน้ำไว้ให้รูดอล์ฟ และพวกเขาอาจใส่เบียร์เย็น ๆ ให้ซานต้าเพื่อคลายร้อนด้วย
นอกจากนี้ การเฉลิมฉลองคริสต์มาสกลางฤดูหนาวในเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศหนาวที่สุดก็กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น ผู้คนอาจแต่งตัวด้วยเสื้อกันหนาวคริสต์มาสและเพลิดเพลินกับอาหารค่ำอย่างไก่หรือเนื้อแกะกับเพื่อนและครอบครัว
ฟิลิปปินส์
ภาพ christmas menu philippines
ในหลายพื้นที่ของเอเชีย เนื้อหมูถือเป็นอาหารหลักเช่นเดียวกับข้าวและฟิลิปปินส์ก็ไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมก็คือ ชอนหรือหมูย่างทั้งตัว โดยจะเป็นการเตรียมหอมใหญ่ ตะไคร้ และกระเทียมใส่เข้าไปในหมู โดยสมาชิกในบ้านจะเป็นคนช่วยกันเตรียมจึงเป็นธรรมเนียมที่สืบต่อกันมา
เม็กซิโก
ในเม็กซิโกผู้คนมักรับประทานทามาเลสในช่วงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ซึ่งทามาเลสทำมาจากแป้งข้าวโพด แล้วนำไปนึ่งในใบตองหรือเปลือกข้าวโพด ส่วนอาหารอื่น ๆ บนโต๊ะอาหารคริสต์มาสในเม็กซิโกจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค แต่ส่วนใหญ่มักมีบาคาเลา (ปลาค็อดเค็ม) โพโซเล (ซุปแบบดั้งเดิม) และบูนวยเอโลส (คล้ายกับโดนัทขนาดเล็ก)
นอกจากนี้ ยังมี Ponche Navideño หรือเครื่องดื่มพันช์คริสต์มาส เสิร์ฟก่อนถึงวันคริสต์มาสอีฟ เป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ทำมาจากการเคี่ยวผลไม้ เช่น ฝรั่งและแอปเปิลกับเครื่องเทศ สมุนไพร และน้ำตาลเข้าด้วยกัน
โปแลนด์
โดยทั่วไปแล้วอาหารเย็นคริสต์มาสในโปแลนด์จะไม่มีเนื้อสัตว์ ไข่ และนม แม้ว่าคนโปแลนด์จะไม่ได้ปฏิบัติตามหลักปฏิบัติทางศาสนาออร์โธดอกซ์อย่างเคร่งครัด แต่อาหารบนโต๊ะส่วนมากจะเป็นเนื้อปลา และมีอาหาร 12 จาน โดยจานหนึ่งเป็นตัวแทนของอัครสาวกแต่ละคนและเดือนต่าง ๆ ของปี
บทสรุป
เทศกาลคริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และการเฉลิมฉลองที่มีสีสันทั่วโลก อาหารคริสต์มาสถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เทศกาลนี้มีความพิเศษและน่าจดจำยิ่งขึ้น โดยแต่ละประเทศมีเมนูที่เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจ ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลายของแต่ละท้องถิ่น
ที่มา:
https://www.bbcgoodfood.com/howto/guide/christmas-traditions-from-around-the-world
https://edition.cnn.com/travel/article/christmas-food-unusual-traditions/index.html
–







