Trends / ความเปลี่ยนแปลงใหญ่สุดในโลกการทำงานราว 5 ปีมานี้ คือ บรรดาคนทำงานหันมาให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิต (Work-Life Balance) มากขึ้น ซึ่งยังเป็นเหตุให้เกิดลักษณะการทำงานใหม่ ๆ ตามมาด้วย เช่น ลดวันทำงานลง และทำงานที่บ้านสลับกับเข้าบริษัท (Hybrid)

ล่าสุดยังมีข้อมูลน่าสนใจเพิ่มเข้ามาอีก ที่ย้ำว่า Work-Life Balance ไม่ใช่แค่สำคัญ แต่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งแล้ว

Randstad บริษัทในเนเธอร์แลนด์ที่จับคู่คนทำงานให้บริษัททั่วโลก เผยผลการสำรวจความคิดเห็นล่าสุดผ่านกลุ่มตัวอย่างคนวัยทำงาน 26,000 คนทั่วโลก

ปรากฏว่า 83% ของกลุ่มตัวอย่างให้ Work-Life Balance เป็นปัจจัยอันดับหนึ่งทั้งเมื่อต้องหางานใหม่ หรือตัดสินใจว่าจะทำงานกับต้นสังกัดเดิมต่อไปหรือไม่

ส่วนปัจจัยรอง ๆ ลงมาคือ ความมั่นคงในหน้าที่การงานและเงินเดือนหรือค่าตอบแทนต่าง ๆ ที่เสนอมา

นี่ถือว่ามีนัยสำคัญ เพราะถือเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี จากการทำสำรวจที่ผลออกมาเช่นนี้ และเป็นครั้งแรกที่เงินเดือนตกไปเป็นปัจจัยรองเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องงาน

ท่ามกลางความท้าทายมากมายที่คุกคามชีวิตการทำงาน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและการใช้งานเอไอแทนคนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนคนวัยทำงานทั่วโลกต่างกลัวจะตกงาน ดังคำกล่าวที่ว่า “ถ้ายังมีงานทำอยู่จงกอดงานไว้ให้แน่น ๆ”

ซีอีโอ Randstad กล่าวว่า นี่ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สะท้อนเสียงส่วนใหญ่ของพนักงานทั่วโลก บีบให้ฝ่ายบริษัทต้องปรับนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการ รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นในยุคที่เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญสุดอีกต่อไป

ซึ่งหากทำได้ ไม่ใช่แค่สามารถรั้งตัวพนักงานเดิมให้อยู่ทำงานต่อไปยาว ๆ เท่านั้น แต่ยังจูงใจให้คนเก่งทำงานได้อีกด้วย

ข้อมูลจากผลสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ช่วงวัยที่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance มากสุดคือ Gen Z ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่สุดตามบริษัทต่าง ๆ และครองสัดส่วนสูงสุดในตลาดแรงงานปัจจุบัน

ขณะที่กลุ่ม Babyboom ซึ่งอายุมากสุดในองค์กร ก็ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance มากขึ้น แบบแทบจะแซงเงินเดือนอยู่แล้ว แม้อย่างหลังยังยืนหนึ่งก็ตาม

Randstad วิเคราะห์ว่าที่ผลสำรวจออกมาเช่นนี้ เป็นผลมาจากช่วงสถานการณ์โควิดที่คนทำงานทั่วโลกได้อยู่กับตัวเอง และครอบครัวมากขึ้น จนได้หันมาใส่ใจกับเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือจากงานมากขึ้น

ประกอบกับเห็นประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ทำงานได้สะดวกจากทั้งที่บ้าน (Work from Home) จากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) อีกด้วย

ทว่าผลการสำรวจดังกล่าว ก็มีข้อมูลที่ย้อนแย้ง แต่ก็สะท้อนถึงความต้องการเข้าสังคมและเชื่อมโยงกับคนในองค์กร อันเป็นธรรมชาติของโลกการทำงานมาทุกยุคสมัย

โดยผลการสำรวจชี้ว่า แม้ต้องการความยืดหยุ่นทั้งเรื่องรูปแบบการทำงาน และมี  Work-Life Balance ที่ดี แต่หากนโยบายของบริษัทไม่เอื้อต่อการทำให้เกิดชุมชนหรือได้เข้าสังคม ไม่รูปแบบใดแบบหนึ่ง หรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ก็อาจตัดสินใจไปหางานใหม่ได้เช่นกัน/theguardian

 

  

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer