Trends / ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของบริษัทใหญ่ ๆ ที่จะใช้ช่วงต้นปีแถลงแผนธุรกิจของทั้งปี โดยถ้าเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญ อย่างแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและการฟื้นตัว ก็จะเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจ พร้อมสะท้อนถึงภาพรวมของวงการ
เหมือนเป้าหมายของเชนร้านหนังสือเก่าแก่และจำนวนสาขามากสุดของสหรัฐฯ
Barnes & Noble เผยว่า ปี 2025 มีแผนเปิดสาขาใหม่ให้ได้ 60 สาขา เช่น สาขาในรัฐเทกซัส ฟลอริดา และวอชิงตัน ต่อเนื่องจากหมุดหมายสำคัญในการกลับมาเปิดสาขาที่เมืองจอร์จทาวน์ในกรุงวอชิงตัน หลังปิดไปกว่า 10 ปี

นัยสำคัญของเป้าหมาย 60 สาขาคือ เป็นจำนวนสาขาที่จะเปิดมากกว่า 57 สาขาที่เปิดไปแล้วเมื่อปี 2024 และมากเป็น 2 เท่าจาก 30 สาขาที่เปิดได้เมื่อปี 2023 โดยหากทำได้ตามเป้าจะเป็นสาขาใหม่ที่เปิดได้มากสุดในรอบ 15 ปี
นี่ถือเป็นสัญญาณต่อเนื่องว่าธุรกิจร้านหนังสือฟื้นตัวแล้ว โดยแม้อาจไม่คึกคักเหมือนในอดีตแต่ก็ดีกว่าช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ที่ธุรกิจนี้ซบเซาจากสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้ Barnes & Noble ต้องปิดไปเกินกว่า 400 สาขาและปลดพนักงานเป็นหลักพันคน เปิดทางให้กลุ่มทุนในสหรัฐฯ มาซื้อกิจการไปเมื่อปี 2018
ซึ่ง เจมส์ ดันท์ ซีอีโอคนปัจจุบันที่กลุ่มทุนสหรัฐฯ ไปคว้าตัวมาก็ได้ย้ายมาคุม Barnes & Noble มาตั้งแต่ช่วงนั้น
ในเมื่อเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องของเบอร์หนึ่งที่มาจึงน่าสนใจ โดย Barnes & Noble เผยว่า 2 ปัจจัยบวกที่ส่งให้คืนชีพจนกล้าตั้งเป้าขยายสาขามากขนาดนี้ คือ นักอ่านรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z ที่พากันแนะนำหนังสือ ทั้งเล่มพิมพ์ออกมาใหม่ และเล่มเก่าที่เห็นว่าน่าอ่านผ่าน TikTok หรือ Booktokker ซึ่งเกิดขึ้นช่วงล็อกดาวน์

และการที่ร้านหนังสือสาขาต่าง ๆ ของทั้ง Barnes & Noble และร้านใต้แบรนด์อื่น ๆ เป็นพื้นที่ว่างแห่งที่ 3 นอกเหนือไปจากบ้านกับบริษัท หรือโรงเรียน ที่เรียกกันว่า Third Spaces ทวีความนิยม เพราะคนยุคนี้ต้องการที่พักผ่อนหย่อนใจและคลายเหงา รวมไปถึงเข้าสังคมแบบเบา ๆ หลังอิ่มตัวหรือเครียดกับภาวะข้อมูลท่วมท้นจากอุปกรณ์ดิจิทัลและสื่อออนไลน์อีกด้วย
ข้อดีของการที่ผู้คนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หันมาอ่านหนังสือมากขึ้น ยังส่งผลดีต่อตลาดหนังสือโดยรวมและตลาดหนังสือกำลังเป็นที่สนใจของบริษัทกลุ่มแพลตฟอร์ม เริ่มจากทำให้มีร้านหนังสือกลุ่มนิยายรักเปิดใหม่ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
ต่อด้วย TikTok ได้เป็นสปอนเซอร์ของ Frankfurt Book Fair งานหนังสือใหญ่สุดในโลก และ Bytedance บริษัทแม่ของ TikTok ก็เพิ่งเปิดสำนักพิมพ์ขึ้นมา
ท่ามกลางการจับตามองว่า Amazon ยักษ์อี-คอมเมิร์ซ ที่เริ่มจากร้านหนังสือออนไลน์ จะกลับมาเปิดร้านหนังสืออีกหรือไม่ หลังเปิดมา 6 ปีและปิดไปเมื่อปี 2022/fastcompany, theguardian
–
