งานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 53 มาในธีม ‘ย ยักษ์ อ่านใหญ่’ หลังขยายพื้นที่เพิ่มหนึ่งฮอลล์ เป้ายอดขาย 430 ลบ. คนมางานสะสม 1.3 ล้านคน เดินหน้าจัดงาน ‘Bangkok Rights Fair’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 วางเป้ามูลค่าการซื้อขายลิขสิทธิ์ 68.5 ลบ.  

งานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 53 

‘ย ยักษ์ อ่านใหญ่’ ขยายโลกตัวอักษรเพิ่มอีกฮอลล์

ครั้งที่จัดงานสัปดาห์หนังสือฯ  45 (ปี 2560) 46 ( ปี 2561) 47 (ปี 2562) * 50 (ปี 2565) 51 (ปี 2566) 52 (ปี 2567) 53 (2568)
สถานที่จัดงาน ศูนย์ฯ สิริกิติ์ สถานีกลางบางซื่อ ศูนย์ฯ สิริกิติ์
บูธหนังสือ 947 941 924 584 905 914 1,200
ผู้เข้าร่วมงาน/ล้านคน 1.67 1.39 1.41 7.15 แสนคน 1.14 1.2 1.3
ยอดขาย/ล้านบาท 293 363 352 199 350 412 430
* งานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 50 หรือ ปี 2565 ถูกจัดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดผู้เข้าร่วมงานต่อวันและพื้นที่จัดงาน 
หมายเหตุ: งานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 48 (ปี 2563) – ครั้งที่ 49 (2564) ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ เนื่องจากจัดงานแบบออนไลน์เท่านั้น ทางเว็บไซต์ ThaiBookFair 
ที่มา: PUBAT, มี.ค. 2568 

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) แถลงข่าวการจัด งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23’ ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 5 – 8 ชั้น LG ศูนย์ฯ สิริกิติ์

งานสัปดาห์หนังสือฯ ปีนี้มาในธีม ‘ย ยักษ์ อ่านใหญ่’ จากการขยายพื้นที่จัดงานเพิ่ม 1 ฮอลล์ ทำให้จากเดิม 15,000 ตร.ม. ขยายเป็น 20,000 ตร.ม. ครั้งแรกของการจัดงาน

PUBAT ได้วางบูธหนังสือในงาน 1,200 บูธ จาก 400 สำนักพิมพ์ กระจายเป็น 7 โซน รวมหนังสือไทยและต่างประเทศกว่า 2 ล้านเล่ม เป็นหนังสือปกใหม่กว่า 3,000 ปก หากแบ่งตามหมวดหมู่หนังสือ การ์ตูนและไลท์โนเวล 20%, นวนิยายและวรรณกรรม 20% ส่วนกลุ่มหนังสือที่เหลือ อาทิ เสริมทักษะ, เด็กและคู่มือการเรียน, สุขภาพ 

นอกจากนั้น ภายในงานสัปดาห์หนังสือฯ ยังมีนิทรรศการ – กิจกรรมอื่น ๆ อีกกว่า 100 อีเว้นท์

PUBAT ยังเดินหน้าจัดงานเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ ‘Bangkok Rights Fair’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

Bangkok Rights Fair จะจัดระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2568 ณ ห้อง MR208 ชั้น 2 ศูนย์ฯ สิริกิติ์ โดยในครั้งนี้มีสำนักพิมพ์และตัวแทนลิขสิทธิ์เข้าร่วมกว่า 115 บริษัท จาก 14 ประเทศและเขตแดน อาทิ สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี ไต้หวัน พม่า ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย โดยภายในงานตั้งเป้าหมายที่จะมีการเจรจาการค้ามากกว่า 200 คู่ คาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายลิขสิทธิ์เกิดขึ้นในงานประมาณ 68.5 ล้านบาท ขยายกว่าเท่าตัวจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา

กลุ่มหนังสือไทยที่จะมีศักยภาพในงาน Bangkok Rights Fair อาทิ หนังสือการ์ตูนชายรักชาย (BL), หนังสือเด็ก, หนังสือสอนภาษาไทย, หนังสืออาหาร และ PUBAT ยังวางให้งานเข้ามาช่วยลดต้นทุนหนังสือของสำนักพิมพ์ไทยจากการไม่ต้องผ่านเอเจนซี และส่งเสริมจุดแข็งอย่างการเปิดกว้างในเนื้อหาของหนังสือไทย ตลอดจนสร้างการพบปะระหว่างนักเขียนไทยกับสำนักพิมพ์และตัวแทนลิขสิทธิ์จากกลุ่มประเทศต่าง ๆ ที่จะมาร่วมงาน

ตลาดหนังสือไทย

อีบุ๊กโตแรงแซงหนังสือเล่ม 

ยอดขายหนังสือในไทย ปี 2025 (คาดการณ์) 17,500 ล้านบาท (+3%)

มาร์เก็ตแชร์ของอีบุ๊ก 20% (+33%)

ร้านหนังสือเชนสโตร์  440 ร้าน
ร้านหนังสืออิสระ 150 ร้าน
ร้านหนังสือออนไลน์ 800 ร้าน แบ่งเป็นของร้านหนังสือที่มีหน้าร้าน 50% / ร้านออนไลน์โดยเฉพาะ 50%
ที่มา: PUBAT, มี.ค. 2568

ภาพรวมตลาดหนังสือในไทย จะพบว่าร้านหนังสือกลุ่มเชนสโตร์เลือกเปิดสาขานอกห้างมากขึ้น เนื่องจากค่าเช่าต่ำกว่าในห้างและยังสามารถวางตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในคอมมูนิตี้ของพื้นที่ตั้งร้านได้ รับเทรนด์ร้านหนังสือที่ต้องปรับตัวเป็นสเปซสำหรับทำกิจกรรมมากขึ้น

ปี 2025 ยังจะพบว่าอีบุ๊กขยับส่วนแบ่งมากขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ตามเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อยู่บนความเคลื่อนไหวจากการไปเปิดร้านและทำตลาดออนไลน์ของกลุ่มร้านหนังสือเดิมด้วย 

ส่วนการอ่านหนังสือของผู้บริโภค ได้รับการขับเคลื่อนผ่านเทรนด์ต่าง ๆ อาทิ เหล่านักอ่านที่ใช้ TikTok เป็นช่องทางแนะนำหนังสือที่ได้อ่าน หรือ Booktoker และผู้ขายหนังสือหันมาวางตัวเป็นนักรีวิวและเลือกหนังสือให้ผู้อ่านผ่านการรับฟังความต้องการและนำเสนอการขายใหม่ ๆ อาทิ กล่องสุ่มหนังสือ


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer