Trend / แม้ข่าวร้ายจากการหดตัวของตลาดรถอีวีเกือบทั่วโลก ทำให้คนในอุตสาหกรรมยานยนต์และบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องติดตามด้วยความกังวล

แต่สถานการณ์ของรถอีกกลุ่มที่แยกตามประเภทของรูปทรง และเรียกตามการใช้งานได้หลากหลายกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม

เพราะยอดขายในหลายประเทศโตต่อเนื่อง โดยด้านหนึ่งถือเป็นข่าวดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ค่ายรถต่างดีใจ ทว่าผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรที่มากกว่าของรถประเภทนี้ ก็ทำให้บรรดาคนหัวใจสีเขียวไม่ปลื้ม

BBC สื่อดังของอังกฤษรายงานอิงข้อมูลจาก Global Data บริษัทวิเคราะห์ให้คำปรึกษาร่วมชาติให้กับแบรนด์มากมายทั่วโลกที่ระบุว่า เมื่อปี 2024 รถอเนกประสงค์หรือเอสยูวี เครื่องยนต์ประเภทต่าง ๆ ทั้งสันดาปภายใน ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซิน เครื่องยนต์ลูกผสม (ไฮบริด) และรถพลังงานไฟฟ้า (อีวี) ครองสัดส่วน 54% ของยอดขายรถทั่วโลก

ส่วนถ้าแยกไปตามตลาดใหญ่ ๆ ยอดขายรถเอสยูวีก็เพิ่มขึ้นทุกปี เช่น ที่อินเดีย ปี 2022 ยอดขายอยู่ที่ราว 1,670,000 คัน ต่อมาปี 2023 เพิ่มเป็นราว 2,070,000 คัน และปี 2024 เพิ่มอีกเป็นราว 2,370,000 คัน  

ส่วนในกรอบเวลาเดียวกันที่สหรัฐฯ และจีน ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าตามขนาดตลาด โดยที่สหรัฐฯ จาก ราว 7,620,000 คัน จากนั้นเพิ่มเป็น 8,880,000 คัน และเพิ่มอีกเป็น  9,350,000 คัน ตามลำดับ

ส่วนที่จีนจาก 9,790,000 คัน เพิ่มเป็น 10,720,000 คัน และเพิ่มอีกเป็น 11,570,000 คัน ตามลำดับ

ข้อมูลดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่าตลาดรถเอสยูวีโตต่อเนื่องและมีอนาคตสดใส ส่วนที่ไทยแม้ไม่มีข้อมูลจาก Global Data แต่เทรนด์ก็เป็นไปทิศทางเดียวกัน โดยสะท้อนออกมาผ่านรถประเภทนี้จำนวนมากบนท้องถนนนั่นเอง

BBC วิเคราะห์เทรนด์นี้อิงจากทัศนะของกูรูวงการยานยนต์ว่ามาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในหลายประเทศเริ่มดีขึ้น จึงเลือกซื้อรถเอสยูวีมากขึ้น

ประกอบกับผู้บริโภคกลุ่มนี้มองว่า การได้รถใหญ่ ห้องโดยสารกว้างขวาง ทัศนวิสัยในการขับดีกว่ารถขนาดเล็ก และใช้งานได้หลากหลายกว่า ตรงตามชื่ออเนกประสงค์นั้นคุ้มค่ากับราคาที่แพงขึ้น

โดยเมื่อค่ายรถเล็งเห็นก็ผลิตรถเอสยูวีออกมารองรับความต้องการที่มากขึ้น พร้อมอัดแคมเปญโฆษณาและทำการตลาดเพื่อกระตุ้นความต้องการให้เพิ่มขึ้นไปอีก

ขณะที่หากมองผ่านเลนส์ทางธุรกิจแล้วนี่เป็นสถานการณ์เข้าทางค่ายรถ เพราะการผลิตรถคันใหญ่ย่อมหมายถึงกำไรที่มากขึ้นด้วย

ทว่าทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างออกมาแสดงความกังวลต่อยอดขายรถเอสยูวีที่เพิ่มขึ้น

เพราะนี่คือรถขนาดใหญ่ที่ใช้ทรัพยากรในการผลิตมากกว่ารถขนาดเล็ก ส่วนเรื่องการเผาผลาญเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศก็ย่อมมีมากกว่าเช่นกัน/bbc