ในวันนี้ได้เกิดศึกเลือดข้นไอติมจางขึ้นมา จากกรณีแย่งแบรนด์การค้า ไผ่ทอง และพื้นที่ในการจำหน่ายระหว่างไผ่ทองไอสกรีมที่ใช้ ส เสือ สะกด ฟ้องร้องไผ่ทองไอศครีมที่ใช้ ศ ศาลา สะกด ว่าเป็นของลอกเลียนแบบ
โดย ไผ่ทอง ไอสครีม ที่ใช้ ส เสือ เป็นของนางเฮียง แซ่ซี ผู้เป็นแม่ และ บุรวิทย์ ชัยผาติกุล ลูกชายคนโต
และไผ่ทองไอศครีม ที่ใช้ ศ เป็นของ บุญชัย ชัยผาติกุล ลูกชายคนเล็ก
บทสรุปเป็นอย่างไร คงต้องรอคดีทางกฎหมาย แต่ถ้าพูดถึงพลังของไอศกรีมที่ใช้คำว่าไผ่ทองแล้ว ถือว่าไม่ธรรมดาเลย
เพราะไอศกรีมรถเข็นบ้านๆ อย่างไผ่ทองมีการเติบโตไม่บ้านเลย ขอบอก
ในปีที่ผ่านมาไผ่ทองในนามบริษัทไผ่ทองไอศครีม โรงงานผลิตรถเข็นและขายส่งไอศกรีมไผ่ทองให้กับรถเข็นรับไปขาย ที่จดทะเบียนในนามบุญชัย ชัยผาติกุล, ภคธร ชัยผาติกุล และปาลวัฒน์ พัฒนวิจิตร มีรายได้มากถึง 37 ล้านบาท
ส่วน หจก.ไผ่ทองซีกิมเช็ง ผู้ผลิตไอศกรีมไผ่ทองและแฟรนไชส์อีกบริษัทที่จดทะเบียนในนามน้ายเฮียง แซ่ซี, บุรวิทย์ ชัยผาติกุล, เกษมสันต์ ชัยผาติกุล, ภัณฑิรา ชัยผาติกุล, สิริณัฐ ชัยผาติกุล และเบญจนุช ชัยผาติกุล มีรายได้ 76 ล้านบาท
ซึ่งถ้านำรายได้จากทั้ง 2 บริษัทที่ขายไอศกรีมในชื่อไผ่ทอง มีรวมกันมากถึง 100 กว่าล้านบาท เลยทีเดียว

แล้วไผ่ทองเติบโตจากอะไร
1. ปรับไอศกรีมให้มีหลากหลายรสชาติให้เลือก รสชาติถูกปากคนไทย ทั้งไอศกรีมกะทิ ช็อกโกแลตชิพ วนิลาชิพ กาแฟ เผือก มะนาว สตรอว์เบอร์รี่เรนโบว์ และสตรอว์เบอร์รี่ แต่รสชาติที่ขายดีที่สุดยังคงเป็นรสกะทิ พร้อมท็อปปิ้งสไตล์ไทยๆ เช่น ลูกชิด ข้าวเหนียว ข้าวโพด และอื่นๆ มีถ้วยและโคนที่ดูหลากไซส์ ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่เพิ่มขึ้นมาให้ผู้ขายนำมาขายเสริม ขนมปังผ่าครึ่ง ถ้วยไอศกรีมสีขาวสกรีนโลโก้ไผ่ทองแบบเดิมๆ อย่างโคนวาฟเฟิลชาโคลสีดำเหมือนร้านไอศกรีมติดแบรนด์ที่เป็นโคนขนาดใหญ่โอบอุ้มให้ดูน่ารับประทานและร่วมสมัยขึ้น เพราะส่วนใหญ่แล้วไอศกรีมตักในรูปแบบรถเข็นจะใช้โคนขนาดเล็กขึ้นรูป
2. ใช้กองทัพมดผ่านรถเข็นและรถซาเล้งตระเวนขายตามแหล่งชุมชนต่างๆ โดยรถขายไผ่ทองติดสติกเกอร์สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ว่าไผ่ทอง โดยราคาจำหน่ายไม่กำหนดราคาตายตัว ให้ผู้ขายที่เป็นรถเข็นสามารถตั้งราคาได้ตามความเหมาะสม ทำให้ราคาจำหน่ายไอศกรีมไผ่ทองแต่ละที่ราคาไม่เท่ากัน ราคาขายในสีลมอาจจะแพงกว่าวงเวียนใหญ่เพราะอยู่ในตัวเมือง เป็นต้น
3. ในส่วนของแบรนด์ที่ใช้ชื่อว่าไผ่ทองไอสครีมที่เป็น ส เสือ ใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กสร้าง Awareness ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ไผ่ทองที่มีความเป็นไอศกรีมบ้านๆ ให้มีภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่มากขึ้น และมีเพจต่างๆ ร่วมแชร์ภาพไผ่ทองในรูปแบบต่างๆ เช่น EatGuide อร่อยจนต้องบอกต่อ เมนูง่ายๆ ใครๆ ก็ทำ รวมถึงการบอกต่อของลูกค้า #ไผ่ทอง ใน Facebook และ IG ถึงไผ่ทองในมุมต่างๆ ด้วย
ไผ่ทอง
จุดเริ่มต้นเพราะคำสบประมาท
ถ้าพูดถึงจุดเริ่มต้นของไอศกรีมไผ่ทองเกิดขึ้นเมื่อปี 2490 หลังจากคุณตากิมเซ้ง แซ่ซี ต้นกำเนิดไผ่ทอง เป็นเพียงพนักงานขายไอศกรีมของโรงงานไอศกรีมแห่งหนึ่งที่รสชาติไอศกรีมที่ทำออกมาในแต่ละวันไม่คงที่ จนลูกค้าติเตียนในรสชาติและนำคำติเตียนนี้ไปบอกเจ้าของโรงงาน
แทนที่เจ้าของโรงงานจะนำไปปรับปรุง กลับตอกกลับมาว่า คุณตากิมเซ้งเป็นแค่คนขายจะรู้อะไรมากมาย
และเป็นคำพูดที่คุณตาตัดสินใจลาออกมาทำไอศกรีมกะทิสดด้วยตัวเอง ภายใต้ชื่อ “ไอศกรีมหมีบิน” ตามเทรนด์การตั้งชื่อแบรนด์สมัยนั้น ปรากฏว่าขายดี จนคิดเปิดโรงงานของตัวเองด้วยการนำเครื่องจักรมาใช้ในการผลิต พร้อมปรับปรุงสูตรให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น
แต่คำว่าหมีบินกลับคล้ายนมตราหมี ไอศกรีมหมีบินจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นไผ่ทองที่มาจากคำว่า กิมเต็ก แปลว่า คนที่มีคุณธรรมดั่งทอง และไผ่เป็นไม้มงคลของคนจีน และใช้ชื่อไผ่ทองทำตลาดไอศกรีมตั้งแต่นั้นมา
เรามาดูรายได้ของไผ่ทองกัน
รายได้ไผ่ทองไอสครีม ของบุรวิทย์ ชัยผาติกุล ลูกชายคนโต
2556 45,087,526.51
2557 49,106,677.32
2558 65,928,927.52
2559 66,266,557.15
2560 75,586,712.31
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ รายได้จาก หจก.ไผ่ทองซีกิมเช็ง
รายได้ไผ่ทองไอศครีม ของบุญชัย ชัยผาติกุล ลูกชายคนเล็ก
2556 20,680,139.91
2557 27,868,426.63
2558 29,554,095.13
2559 38,563,867.69
2560 36,778,303.80
ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ จากบริษัท ไผ่ทองไอศครีม จำกัด
บอกตรงๆ เลยว่า Marketeer แอบเสียดายในพลังแบรนด์ไผ่ทอง
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
