ในขณะที่นักการตลาดยังคงพยายามทำความเข้าใจและปรับตัวเข้ากับ Gen Z อีกหนึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังเติบโตขึ้นและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อในครอบครัวอย่างน่าจับตา นั่นคือ เจเนอเรชันอัลฟ่า (Generation Alpha)-กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 2010-2024 หรือเด็กอายุ 0-14 ปีในปัจจุบัน

จากผลการศึกษาล่าสุดของสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (HILL ASEAN) ในหัวข้อ “THAI GEN ALPHA: ถอดรหัสเด็กเจนใหม่สู่ brand engagement ที่ตรงใจยิ่งขึ้น” พบว่า แม้อายุยังน้อย แต่เด็กกลุ่มนี้กว่า 42% เชื่อว่าตนเองมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของพ่อแม่ และที่น่าสนใจคือ พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้มีอิทธิพลในการซื้อสินค้าเด็กเท่านั้น แต่ยังมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของทั้งครอบครัว

ทำไมนักการตลาดต้องสนใจ Thai Gen Alpha?

นักการตลาดและแบรนด์ควรให้ความสำคัญกับ Thai Gen Alpha ด้วยเหตุผลหลายประการ

  1. เป็นกลุ่มที่จะก้าวมาเป็นผู้จับจ่ายหลักในอนาคตอันใกล้-การทำความเข้าใจพฤติกรรมและค่านิยมตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้แบรนด์สร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวได้
  2. มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของครอบครัวแล้วในปัจจุบัน-แม้ยังเด็ก แต่ Thai Gen Alpha มีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อและสามารถโน้มน้าวพ่อแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน-พวกเขาเติบโตในโลกที่เทคโนโลยีและดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตตั้งแต่แรกเกิด มีมุมมองและพฤติกรรมที่แตกต่างจาก Gen Z

5 ลักษณะเด่นของ Thai Gen Alpha ที่นักการตลาดควรรู้

  1. Generation with Resilience mind: พลังความอึด ลุกขึ้นสู้ต่อ

เด็กไทย Gen Alpha เติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จึงได้รับการปลูกฝังทักษะเอาตัวรอด (Survival skill with 3C: communication, collaboration and co-creation) จากพ่อแม่ ผลการวิจัยพบว่า 72% ของ Thai Gen Alpha มีความคิด “ฉันจะพยายามต่อไปจนกว่าจะทำได้ดีขึ้น” เปรียบเทียบกับ Gen Z ที่มีเพียง 55% นอกจากนี้ ยังยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นสูงถึง 74% เทียบกับ Gen Z ที่ 70%

  1. Multi-Nique Skillset: ทักษะหลากหลาย หาความถนัดเฉพาะตัว

ในโลกที่การคาดการณ์อาชีพในอนาคตเป็นเรื่องยาก เด็ก Gen Alpha และพ่อแม่จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะเฉพาะทางที่ไม่จำกัดแค่การเรียนในระบบ โดยให้ความสนใจกับ:

  • “การเรียน” (Thai Gen Alpha 62% vs Thai Gen Z 79%)
  • “กีฬา” (Thai Gen Alpha 60% vs Thai Gen Z 53%)
  • “ศิลปะ” (Thai Gen Alpha 36% vs Thai Gen Z 21%)

และเมื่อถามถึงทักษะสำคัญในอนาคต พวกเขาเน้น:

  • “ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง” (Thai Gen Alpha 31% vs Thai Gen Z 20%)
  • “การเงิน” (Thai Gen Alpha 38% vs Thai Gen Z 27%)
  1. ความโปร่งใสในครอบครัว: หัวใจของความไว้เนื้อเชื่อใจ

ในยุคที่เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลรายล้อมเด็ก พ่อแม่ Gen Alpha เน้นการสร้าง “trust” และ “transparency” มากกว่าการควบคุม โดย 71% ของ Thai Gen Alpha บอกว่า “พ่อแม่เหมือนเพื่อน ฉันสามารถพูดคุยได้อย่างเปิดใจ” และ 62% บอกว่า “พ่อแม่ให้ฉันตัดสินใจเอง เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในการตัดสินใจของฉัน”

  1. พฤติกรรมสื่อใหม่: YouTube คือ search engine

Gen Alpha มองสื่อดิจิทัลในแง่บวก เห็นเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และสร้างสรรค์ น่าสนใจที่พวกเขามีความตระหนักถึงการเสพติดหน้าจอมากกว่า Gen Z โดย 27% ของ Thai Gen Alpha กังวลว่าตัวเองอาจติดสมาร์ตโฟน เทียบกับ Gen Z ที่มีเพียง 10%

ที่สำคัญ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ Thai Gen Alpha นิยมใช้คือ YouTube (59%) รวมถึงเป็นแหล่งค้นหาข้อมูลด้วยเช่นกัน

  1. “Logical Initiators”: นักเจรจาตัวยง ใช้ logic ในการโน้มน้าว

เด็กไทย Gen Alpha เติบโตมากับพ่อแม่ที่ส่งเสริมการใช้เหตุผล จึงมีความสามารถในการโน้มน้าวและเจรจาเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ น่าสนใจที่พวกเขาชอบไปซื้อของที่ร้านมากกว่าออนไลน์ (77% เทียบกับ Gen Z 65%) ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการโน้มน้าวพ่อแม่หน้าร้าน

ข้อเสนอแนะทางการตลาดสำหรับแบรนด์

การเข้าใจ Thai Gen Alpha นำไปสู่โอกาสทางการตลาดที่น่าสนใจ โดยแบรนด์สามารถวางตัวเป็น “Mediator” หรือตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างพ่อแม่ลูก พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะชีวิต (life skill) ได้หลายรูปแบบ:

  1. จาก “Unique Selling Point” สู่ “Unique Skill Point”
    แบรนด์ควรเปลี่ยนจากการเน้นคุณสมบัติของสินค้า ไปสู่การส่งเสริมทักษะชีวิตให้ทั้งเด็กและครอบครัว เช่น การจัด “Brand Boot Camp Family Day”
  2. จาก “ทำดีเพื่อให้เชื่อใจ = ได้ผลทางนามธรรม” สู่ “ทำดี = เห็นผลชัดเจน”
    สร้างเครื่องมือที่ทำให้ความเชื่อใจจับต้องได้ เช่น แอป neGoodtiate ที่ให้เด็กบันทึกสิ่งดี ๆ ที่ทำในแต่ละวัน แลกเป็นสิทธิพิเศษจากแบรนด์
  3. จาก “พ่อแม่เลือก” สู่ “ลูกเลือกเอง”
    จัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเป็นผู้เลือก เช่น “Flip Shopper” ให้ลูกได้เลือกเสื้อผ้าให้พ่อแม่ ปิดท้ายด้วย fashion show
  4. จาก “เกมเพื่อความบันเทิง” สู่ “เกมเพื่อการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ”
    พัฒนา online shopping simulator app ที่สอนเด็กให้รู้จักวางแผนการใช้เงินและจับจ่าย โดยมี AI consultant คอยแนะนำและช่วยคิดวิธีเจรจากับพ่อแม่

สรุป

Thai Gen Alpha เติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง พวกเขามีความยืดหยุ่นสูง เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลตั้งแต่เกิด และมีทักษะการเจรจาโน้มน้าวอย่างมีเหตุผล ที่สำคัญ พวกเขามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของครอบครัวมากกว่าที่เราคิด

แบรนด์ที่เข้าใจและสามารถตอบสนองความต้องการของ Thai Gen Alpha ทั้งในแง่การสนับสนุนการพัฒนาทักษะที่จำเป็น การสร้างพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงความคิดเห็น และการเป็นตัวกลางเชื่อมต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว จะมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับผู้บริโภคกลุ่มนี้ตั้งแต่วันนี้จนถึงอนาคต

เมื่อ Thai Gen Alpha เติบโตเป็นผู้บริโภคหลักในอนาคต แบรนด์ที่เข้าใจและสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขัน นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่นักการตลาดไม่ควรมองข้าม

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer